บริหารสตูล อนุชา กลุ่ม 2
  1. 1.      ชื่อปัญหาการวิจัยเรื่อง  การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับ

นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 

          สังคมโลกปัจจุบันที่มีผู้เปรียบเปรยว่า  ได้แปรสภาพเป็นหมู่บ้านโลกไร้พรมแดน

(Global  Villages)  ไปเสียแล้ว  ด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่  ที่สามารถแพร่กระจายข่าวสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว  ทั่วถึง  และหลากหลายวิธีการ  ประกอบกับการแข่งขันทาง

เศรษฐกิจแบบเสรีของประชาคมโลก  ที่ดำเนินไปอย่างแหลมคมและดุดัน  ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง  รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชน  ซึ่งมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจ  เพราะมีแข่งขันสูงสุดทั้งด้านการศึกษา  เศษรฐกิจมีความสับสนในการรับและการเลือกใช้ค่านิยม  ขาดจิตสำนึกที่ดี  ขาดการควบคุมตนเอง  รวมทั้งขาดจินสำนึกในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ  ดังนั้นจะเห็นว่ามีข่าวการยกพวกตีกัน  การติดยาเสพติดและฆ่าตัวตาย  ซึ่งนับวันจะมีอัตราเพื่มขึ้นเลื่อยๆ  จากสภาวะการณ์ปัจจุบันของโลกที่ประสบกับวิกฤตเศษรฐกิจอย่างเฉียบพลัน  รุนแรง  และลุกลาม  เป็นตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมว่า  หากประเทศใดประเทศหนึ่งของสังคมโลกคิดจะยืนหยัดอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข  มีศักดิ์ศรี  และยั่งยืน  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตนให้มีศักยภาพสูงสุด  กรมวิชาการ (2545 : 63)

            การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ผู้ที่ได้รับการศึกษาจึงเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ  เป็นคนดี  เก่ง  และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

            รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  2540  มาตรา  43  กำหนดให้บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง  และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และมาตรา 81  กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาอบรม  และสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ  ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สร้างเสริมความรู้  และปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในศิลปวิทยาการต่างๆ เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ  พัฒนาวิชาชีพครู  และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น  ศิลปะ  และวัฒนธรรมของชาติ  จึงเป็นที่มาของการบัญญัติให้มี พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช   2542  ขึ้น  

            ผู้ช่วยศาสตรจารย์นายแพทย์พนม  เกตุมาน  ได้สรุปปัญหาของวัยรุ่นไว้ดังนี้

  1. ปัญหาทางเพศ  เช่นกรมีแฟนในวัยเรียน  การมีเพื่อต่างเพศไม่เหทาะสม  การมีเพศสัมพันธ์ใน

วัยเรียน  การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น  การทำแทง  การติดโลกทางเพศสัมพันธ์  ความเบี่บงแบนทางเพศ

หรือรักร่วมเพศเป็นต้น  2.  การใช้โทนศัพท์-อินเตอร์เนตนาน  3.  ดื้อ  เกเร  ก้าวร้าว  4. ใช้สาร

เสพติด  5.  ไม่ตั้งใจเรียน  6.  หนีเรียน  หนีออกจากบ้าน  7.  อ้วน  8.  คบเพื่อนต่างเพศ  มีแฟน

  1. ขาดความรับผิดชอบ  10. ขโมย  พูดปด  11.  ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และวัยรุ่น
  2. อารมณ์งุดหงิด  ขึ้นๆลงๆ  14. ดื่มสุรา  เล่นการพนัน  15  แต่งกายไม่สุภาพ

            จากการประเมินมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน  ปีการศึกษา 2548  มาตรฐานที่ 1  ผู้เรียนมีคุณธรรม  จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ดังนี้

 

ตัวบ่งชี้ที่

รายละเอียดต้วบ่งชี้

จำนวน  (N =59)

    ร้อยละ

ผลการประเมิน

1

มีวินัย มีความรับผิดชอบ  และปฏิบัติตน

ตามหลักธรรมเบื้องต้นของศาสนาที่ตนนับถือ

35

59.32

ไม่ผ่าน

2

มีความซื่อสัตย์สุจริต

37

62.71

ไม่ผ่าน

3

มีความกตัญญูกตเวที

45

76.00

ผ่าน

4

มีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  และเสียสละเพื่อส่วนรวม

38

64.00

ไม่ผ่าน

5

ประหยัด  รู้จักใช้ทรัพย์สิ่งของส่วนตน

และส่วนรวมอย่างคุ้มค่า

46

78

ผ่าน

6

ภูมิใจในความเป็นไทย  เห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทย  นิยมไทย  และดำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย

41

69

ไม่ผ่าน

 

            เกณฑ์การประเมิน  ต้องผ่านร้อยละ 75  ถือว่านักเรียนผ่านการประเมินตัวบ่งชี้นั้นๆ 

จะเห็นได้ว่านักเรียนไม่ผ่านการประเมิน  4  ตัวบ่งชี้   ส่งผลให้นักเรียนไม่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน

มาตรฐานที่ 1   ผู้เรียนมีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่พึงประสงค์

          จากเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยในฐานะดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จึงมีความสนใจที่จะนำนวัตกรรมการบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

3.  วัตถุประสงค์การศึกษา 

            3.1  เพื่อพัฒนาการบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียระดับ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

3.2    เพื่อศึกษาผลการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับ

นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

            3.3  เพื่อประเมินผลการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนระดับ 

 

 4.  ขอบเขตการวิจัย 

4.1    ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง

     4.1.1  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

              4.1.2  กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น  3  กลุ่มคือ

  1. ขั้นพัฒนาการบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน

ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง  ใช้หลักการคำนวณของ  ท่าโร่  ยามาเน่  กำหนดความคลาดเคลื่อน 0.10  การสุ่มตัวอย่างอาศัยความน่าจะเป็น  สุ่มอย่างแบ่งเป็นชั้นภูมิ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น  60 คน

2.   ขั้นศึกษาผลการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับ

นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การกำหนดขนาดตัวอย่าง ใช้การสุ่มแบบเจาะจง  ได้กลุ่มตัวอย่าง  จำนวน  65  คน เป็นนักเรียนโรงเรียนวัดสบกเขียว

3. ขั้นประเมินผลการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับ

นักเรียนระดับประถมศึกษา  การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง  ใช้การสุ่มแบบเจาะจง  ได้กลุ่ม

ตัวอย่างจำนวน 15 คน ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 5  คน  พระภิกษุจำนวน  5 องค์   

ครูผู้สอนจำนวน 5 คน

4.2    เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย

ในการวิจัยพัฒนาเรื่องการบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครนายก  ผู้วิจัยอาศัย

กรอบกระบวนการบริหารโรงเรียนวิถีพุทธ จากเอกสารที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องแนวทางการดำเนินโรงเรียนวิถีพุทธ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2548 : 27-28)  ซึ่งมี 6  ขั้นตอนดังนี้

1.  ขั้นการเตรียมการ

 เป็นการจัดเตรียมการ  ที่จะให้การจัดการโรงเรียนวิถีพุทธดำเนินไปโดยสะดวกด้วย

ศรัทธาและฉันทะ

       2.  ขั้นการดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบ

       เป็นการจัดสภาพและองค์ประกอบที่จะเป็นปัจจัย  เป็นกิจกรรม  เป็นเครื่องมือสู่การ

พัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะแห่งปัญญาวุฒิธรรม

2.  ขั้นการดำเนินการพัฒนาผู้เรียนและบุคลากรตามระบบไตรสิกขา 

ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เป็นหัวใจของการดำเนินการโรงเรียนวิถีพุทธ  ซึ่งต้องดำเนินการอย่าง

ต่อเนื่อง

3.  ขั้นการดูแลสนับสนุนใกล้ชิด 

เป็นการช่วยให้การดำเนินทุกส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยท่าทีเป็นกัลยาณมิตร

4.  ขั้นการปรับปรุง  พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ที่จะเน้นย้ำการพัฒนาว่าต้องมีมากขึ้นๆด้วยหลักอิธิบาทและอุปัญญาตธรรม

5.  ขั้นการประเมินและเผยแพร่ผลดำเนินการ 

ที่จะนำข้อมูลผลการดำเนินงานสู่การเตรียมการที่จะดำเนินการในปีต่อๆไป  หรือใช้กับ

โครงการต่อเนื่องอื่นและนำผลสรุปจัดทำรายงานผลการดำเนินงานแจ้งแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบ

ตามกรอบการบริหารแบบวิถีพุทธที่ได้กล่าวมา  สามารถสรุปได้ดังแผนภาพประกอบ  1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.                                    การเตรียมการ                                            ดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบ     

                                      (ศรัทธาและฉันทะ)                                                                        องค์ประกอบ 

                         1.  หาที่ปรึกษา  แหล่งศึกษาเอกสารข้อมูล                                                        (ปัญญาวุฒิธรรม)

                         2.  เตรียมบุคลากร  กรรมการสถานศึกษา                                 1.  จัดหลักสูตรสถานศึกษา  หน่วยการเรียนรู้ 

                         3.  เตรียมนักเรียน                                                                      2.   เตรียมกิจกรรมนักเรียน

                         4.  เตรียมผู้ปกครอง  ชุมชน                                                      3.  เตรียมสภาพกายภาพสถานศึกษา

                         5.  กำหนดธรรมนูญสถานศึกษา                                               4  จัดบรรยากาศปฏิสัมพันธ์

                         6.  จัดแผนปฏิบัติกร                                                                                                                       

 

                                     ประเมินผลและเผยแพร่                                     ดำเนินการพัฒนาตามระบบไตรสิกขา

                            ผลกรดำเนินงาน                                                                  1.  นักเรียน

                                                                                                                                             2.  บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้อง

       
   
     
 

 

 

 

 

                             ปรับปรุงและพัฒนาต่อเนื่อง                                            ดูแลและสนับสนุนใกล้ชิด

                                  (อิทธิบาท 4 อุปัญญาตธรรม)                                                                 (กัลยาณมิตร)

 1.  นิเทศ  ติดตาม

  2.  สนับสนุน

  3.  รวบรวมข้อมูลและประเมินผล

     ระหว่างดำเนินงาน

 

5.  นิยามศัพท์

  1. 1.    การบริหารแบบวิธีพุทธ  หมายถึง   การนำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาใช้ในการบริหารและพัฒนาผู้เรียนแบ่งออกเป็น 6  ขั้นตอนคือ  1 ขั้นการเตรียมการ  2.  ขั้นการดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบ  3.  ขั้นการดำเนินการพัฒนาผู้เรียนและบุคลากรตามระบบไตรสิกขา  4. ขั้นการดูแลสนับสนุนใกล้ชิด  5.ขั้นการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่อง 6.  ขั้นการประเมินผลและเผยแพร่ผลดำเนินการ
  2. 2.    การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน  หมายถึง  การจัดการเรียนการสอนที่

บูรณาการกิจกรรมแบบวิถีพุทธในกลุ่มสาระวิชาต่างๆ   และประเมินผลด้านคุณธรรมจริยธรรม

นักเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครนายก  ตามมาตรฐานผู้เรียน

ด้านคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์มี 6 ตัวบ่งชี้  ผลการประเมินแต่ละตัวบ่งชี้ได้

ร้อยละ  75  ถือว่านักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมในระดับดี

 

6.  วิธีดำเนินการวิจัย

6.1  ประชากร  ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือครูผู้สอนระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษานครนายก  นักเรียน   ผู้ปกครองนักเรียน  พระภิกษุ

              6.2  กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น  3  กลุ่มคือ

6.2.1ขั้นพัฒนาการบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน

ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง  ใช้หลักการคำนวณของ  ท่าโร่  ยามาเน่  กำหนดความคลาดเคลื่อน 0.10  การสุ่มตัวอย่างอาศัยความน่าจะเป็น  สุ่มอย่างแบ่งเป็นชั้นภูมิ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น  60 คน

6.2.2   ขั้นศึกษาผลการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับ

นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การกำหนดขนาดตัวอย่าง ใช้การสุ่มแบบเจาะจง  ได้กลุ่มตัวอย่าง  จำนวน  65  คน เป็นนักเรียนโรงเรียนวัดสบกเขียว

6.2.3  ขั้นประเมินผลการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับ

นักเรียนระดับประถมศึกษา  การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง  ใช้การสุ่มแบบเจาะจง  ได้กลุ่ม

ตัวอย่างจำนวน 15 คน ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 5  คน  พระภิกษุจำนวน  5 องค์                                                                                                                                                                                                                             

ครูผู้สอนจำนวน 5 คน

6.3    เครื่องแบบที่ใช้ในการวิจัย

6.3.1       การบริหารแบบวิถีพุทธ

6.3.2       แบบประเมินผลคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน

6.3.3       แบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธ

            6.4  สถิติที่ใช้       ร้อยละ   t – test     แบบ one – sample    ค่าเฉลี่ย (X)

ส่วนเบี่บงเบนมาตรฐาน (S.D)

7.   วิธีการเก็บข้อมูล

             ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บข้อมูลด้วยตนเอง   โดยทำหนังสือถึงกลุ่มตัวอย่างขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูล

  1. 8.      กรอบแนวคิดการวิจัย

8.1     ศึกษาเอกสาร  งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  เกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนแบบ

วิถีพุทธนำมาบูรณาการเป็นกรอบแนวในการวิจัย  และนำมาสร้างเป็นแบบสอบถาม

1.  การบริหารแบบวิถีพุทธ 

 

นำไปใช้…………………………………………….

…………………………………….

2. แบบประเมินผลคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน

 

 และ 3.  แบบสอบถามแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้การบริหารแบบวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน 

 

9.  ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย   นางสาวลำใย  เลิศชยันตี  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสบกเขียว  อำเภอเมืองฯ  จังหวัดนครนายก

 

    ที่มา  http://www.surinarea1.go.th/isresearch/vijai