สิ่งที่พบมากที่สุดคือแยกแยะไม่ได้ว่าคนที่จะเป็นครูแตกต่างจากสาขาวิชาชีพอื่นอย่างไร ทั้งด้านกายภาพ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการตนเอง ศักยภาพและคุณภาพที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของความเป็นครู

การพัฒนาวิชาชีพครู ได้รับความสนใจอย่างสูงสุด

เมื่อประเทศชาติต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทย

ในอดีตเราได้คนดี คนเก่งมาเป็นแม่พิมพ์ แทบกล่าวได้ว่าได้จุดเทียนเล่มน้อย

ในทุกๆหมู่บ้าน ทุกๆตำบล

เผอิญกระบวนการผลิตครูขาดการวางแผนที่รัดกุม

ฝ่ายผลิตครูกับฝ่ายใช้ครูไม่ประสานกัน  ครูจึงล้นตลาดเพราะผลิตมากเกินความต้องการ

และจำเป็น

โดยเฉพาะเจอเหตุการณ์คุมกำเนิดประชาชนแต่ละครอบครัวมีบุตรหลานน้อยคน

ประกอบกับการบรรจุครูหนึ่งคนหนึ่งตำแหน่งกว่าจะพ้นสภาพด้วยการ

เกษียณราชการหรือลาออก  ค่อนข้างจะใช้เวลานาน อัตราบรรจุครูจึงมีน้อยลง

เรียนครูจึงไม่มีงานทำ  คนที่มีสิทธิ์เลือกหลายทาง จึงไม่เลือกจะเป็นครู

สภาพการณ์การผลิตครูจึงเปิดโอกาส ใครใคร่เรียนเรียน ใครๆก็เรียนได้

ไม่รู้จะเรียนอะไร สุดท้ายเลือกเรียนครู

เราจึงได้คนที่ไม่พร้อมจะเป็นแม่พิมพ์หรือตัวแบบให้กับสังคม

เรียนก็ไม่เก่ง ความสนใจก็ไม่มี เกเรเฉไฉ ฟัง พูด อ่านเขียนภาษาไทยยังไม่คล่อง 

สอนยากเย็นแสนเข็ญ อะไรที่เป็นวัฒนธรรมต่างชาติรับไว้ก่อนอยู่ในระดับแนวหน้า

ชักจูงได้ง่าย นุ่งห่มสั้น รัดติ้ว ไว้ทรงผมเป็นกระเชิงก็บอกว่าแนวดาราเกาหลี

ความมีระเบียบ วินัย ความรับผิดชอบ  ขาดสติปัญญาที่จะเป็นผู้นำทางวิชาการ

ดังนั้น  บัณฑิตครูจึงขาดคุณธรรมและความรู้ที่เหมาะสม

เพราะไม่ได้ตั้งใจจะเป็นครู

สิ่งที่พบมากที่สุดคือ แยกแยะไม่ได้ว่า คนที่จะเป็นครูแตกต่างจากสาขาวิชาชีพอื่น

อย่างไรทั้งกายภาพ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการตนเอง คุณภาพและศักยภาพที่

แสดงออกถึงอัตลักษณ์ของความเป็นครู

ถึงเวลาแล้วที่สังคมจะต้องเรียกร้อง ให้ฝ่ายที่มีส่วนรับผิดชอบในการผลิตครูและฝ่ายที่

ดูแลครู ได้จัดระบบ ระเบียบหลักการและหลักเกณฑ์การพัฒนาวิชาชีพครู

โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต

ตัวอย่างที่ดีย่อมมีค่ากว่าคำสอน

การผลิตครู คือ การผลิตคนต้นแบบที่ดีให้กับสังคม

มิใช่ใครๆก็เรียนได้ มิใช่ใครๆก็เป็นครูได้