การจัดการความรู้ของ "ปกากะญอ"

ไออุ่น

          เมื่อเช้า มีโอกาสได้ดูรายการหนึ่ง ทางโทรทัศน์ ช่อง 5 ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ เป็นการนำเสนอถึงวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าหนึ่งทางภาคเหนือ นั่นคือ "ปกากะญอ" (ไม่ทราบว่าเขียนถูกหรือไม่) ช่วงที่ได้ดูนั้น จะมีการรวมกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน มาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยแยกเป็นกลุ่มๆ ใครถนัดในเรื่องไหนก็ให้ทำเรื่องนั้น และมีการบันทึกข้อมูลเก็บไว้ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของพวกเขาเหล่านั้นด้วย การแต่งกายของเขา ก็แต่งแบบพื้นเมือง ชุดดั้งเดิมของพวกเขา ซึ่งดูๆ ไปก็เหมือนกับการจัดการความรู้ที่เรากำลังทำอยู่ แต่เขาทำอยู่แล้ว น่าจะเริ่มก่อนเราด้วยซ้ำ (มั๊ง) และที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ เขามีผู้นำ ซึ่งเป็นเหมือนผู้ใหญ่บ้าน ที่เก่งมากๆ เพราะเขานำเยาวชน เข้าป่าไปทำพิธีอะไรสักอย่างให้กับต้นไม้ ซึ่งเมื่อต้นไม้ต้นใด ผ่านพิธีกรรมนี้แล้ว ก็จะไม่มีการตัดไม้หรือทำลายต้นไม้ต้นนั้นเลย เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ และนอกจากนี้ ท่านยังมีการสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ ด้วยการไปทำพิธีในหลายๆ พื้นที่ เช่น เชียงราย  ท่านบอกว่า "ทำงานอย่างนี้ ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัย ญาติๆ ช่วยกัน จึงต้องสร้างเครือข่าย" น่าน ความคิดท่านช่างทันสมัย และ intrend เสียเหลือเกิน

          ส่วนตัวแล้วรู้สึกชื่นชมชาวเขากลุ่มนี้มากค่ะ ดูแล้วเขามีชีวิตที่สงบ พอเพียง และมีความสุขกับชีวิต อยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องแสวงหา พอเพียง และพอใจกับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น และนอกจากนั้นเขายังอนุรักษ์ธรรมชาติ ดูแลไว้เพื่อลูกหลาน และคนอื่นๆ ต่อไป น่าชื่นชม และเอาเป็นเยี่ยงอย่างจริงๆ ค่ะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้จากการกระทำ

คำสำคัญ (Tags)#คุณภาพ#เรียนรู้#บันทึก#ความรู้สึก#แลกเปลี่ยน#การต่อสู้

หมายเลขบันทึก: 38131, เขียน: 11 Jul 2006 @ 17:22 (), แก้ไข: 29 Mar 2012 @ 09:43 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก


ความเห็น (8)

หนุ่ม
IP: xxx.47.120.120
เขียนเมื่อ 

ถ้าคนเรามีพิธีกรรมแบบชาวป่าแบบนี้
เราจะเอามาอนุรักษ์อะไรไว้ดี ไม่ให้มีการทำลาย
อันดับแรกคงจะเอามาทำแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
จะได้ไม่มีใครมาทำลาย ประชาธิปไตยของชาติ

แต่เหนืออื่นใด ต้องสามัคคีกัน ไม่ต้องแสวงหา
และพอเพียงและมีความสุขในชีวิต อยู่กับธรรมชาติ
เข้าป่ากันดีกว่า เนอะดีป่ะ

     เรื่องเดียวกันนี้ หากจำไม่ผิดมีคนนำมาเล่าไว้ที่นี่แล้ว รู้สึกจะเป็นน้องจตุพร เดี่ยวพี่จะลองค้นมาแปะไว้ให้อ่านนะครับ

พี่ชายขอบ

มีคนเขียนแล้วเหรอคะ ดีค่ะ อยากอ่านค่ะ

ขอบคุณนะคะ

อย่างนี้เรียกว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นครับ  จะเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดความรู้อย่างยั่งยืนก็คือวัฒนธรรมนี่แหละครับ การอนุรักษ์วัฒนธรรมโดยให้สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนไปน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดครับ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

บันทึกของคุณจตุพร...

นำมาเล่าแล้วคะ...

เดี๋ยวลองถามคุณจตุพรดูก่อนนะคะ

jang
IP: xxx.25.81.227
เขียนเมื่อ 

มะวานดูรายการจอโลกเวิลด์เบสที่ปากีสถาน

ทำให้นึกถึงกลุ่มชาวเผ่าพื้นเมืองงับ

ผู้ดำเนินรายการพูดคำนึงแล้วแสลงใจอย่างแรง

 

"ผมกำลังวิตกว่า เมื่อใดที่อารยธรรมภายนอกแทรกซึมเข้ามา วิถีชีวิตเดิมอันงดงามของคนที่นี่จะเหมือนเป็นละครบทนึงไปหรือไม่"

 

ที่คิดถึงตรงนี้เพราะว่า - -"

เดี๋ยวนี้เวลาไปเที่ยวเขาหรือดอยทางเหนือ

ความรู้สึกมันต่างไปจากเมื่อ 10 หรือ 20 ปีก่อนแล้ว

 

ในส่วนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพระราชดำรัสที่สุดยอดมากของพ่อหลวงเรา ท่านได้ให้แนวทางการดำเนินชีวิตที่สามารถทำให้เกิดความจริงได้มากกว่านักทฤษฏีหลายคนเสียอีก ทฤษฏีทุกทฤษฏีล้วนเป็นหลักการที่ดี แต่ทำได้หรือไม่ได้ แต่แนวทางที่ท่านได้ให้เป็นมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าแก่ปวงชนชาวไทยจิ

รักพ่อจังเลย งิงิ อ่านเระคิดถึงอันนี้อะค่ะ เลยเขียนไว้ด้วย ง่าวันนี้วันพ่อ เดี๋ยวไปนอกบ้านแล้วเย็นนี้โทรหาพ่อ แล้วก็จุดเทียนรอบบ้านกันนะ งิงิ อย่าลืมใส่เสื้อเหลืองด้วยเนอะ งิงิงิงิ

น้อง jang

  • โลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาค่ะ
  • การแทรกซึมของวัฒนธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
  • ไม่มีอะไรเที่ยงแท้...ไม่มีอะไรแน่นอนค่ะ
  • แม้แต่เข็มนาฬิกา ยังเปลี่ยนทุกวินาทีเลยค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ สำหรับความเห็น

 

ราตรีกาล
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เป็นการนำความรู้ด้านภูมิปัญญาอย่างหนึ่งมากำกับไม่ให้คนมีความเคารพในธรรมชาติมากขึ้น และตัวนี้ที่ปัยกำกับศิลธรรมมนุษย์ไม่ให้เบียดเบียนธรรมชาติ

ขอแสงความนับถือความคิดของเขาค่ะ