กล้วย

กล้วยเป็นผลไม้พื้นบ้านที่คุ้นเคยกับคนไทยเรามาตั้งแต่เด็ก อาหารอย่างแรก
ที่ให้เด็กกิน นอกจากนมแม่แล้วก็คือ กล้วยบดผสมกับข้าว กล้วยสามารถนำ
มาประกอบอาหารได้เกือบทุกส่วนทั้งลูก ดอก หยวกกินได้หมดและคนไทย
เราได้ขึ้นชื่อว่า สามารถพลิกแพลงการประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวาน จึงมีแนวคิดนำเอาส่วนต่างๆ ของ
กล้วยมาประกอบอาหารนานาชนิด
ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa sapientum Linn.,
Musa paradisiaca var sapientum (Linn.) O. Kutze.
ชื่อวงศ์ Musaceae
ชื่ออังกฤษ Banana, Cultivated banana
ชื่อท้องถิ่น กล้วยไข่, กล้วยใต้, กล้วยนาก, กล้วยน้ำว้า, กล้วยมณีอ่อง, กล้วยเล็บมือ,
กล้วยส้ม, กล้วยหอม, กล้วยหอมจันทน์, กล้วยหักมุก, เจก, มะลิอ่อง, ยะไข่, สะกุย, แหลก
กล้วยแบ่งออกเป็น 2 พวก
กล้วยใช้ใบ เช่น กล้วยตานี
กล้วยกินผล มีทั้งกล้วยมีเมล็ดและไม่มีเมล็ด มีทั้งสุกปอกกินได้เลยเช่น กล้วยน้ำว้า
กล้วยไข่ และที่พอสุกต้องปิ้ง หรือต้มให้สุกเช่น กล้วยหักมุก

คุณค่าทางอาหาร
กล้วยเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารเสริม สำหรับทารกตั้งแต่อายุ 3 เดือนจนถึง 2 ขวบ
กล้วยสุกงอมจะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ สามารถใช้แทน
น้ำตาลได้และไม่มีผลทำให้เกิดอาการผิดปกติ ต่อระบบทางเดินอาหารเพราะน้ำตาล
ที่เกิดจากขบวนการเปลี่ยนแปลงของแป้ง ขณะกล้วยสุกมีคุณสมบัติเฉพาะด้านคือ
ทำให้มีฤทธิ์เป็นกรดในลำไส้ ช่วยให้เกลือแร่ แคลเซียม ถูกดูดซึมได้ง่าย ถือว่าเป็น
คุณสมบัติพิเศษที่ดีกว่า จากธัญพืชอื่นๆ ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และมี
เกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายขนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม เหล็ก
ทองแดง
คุณค่าทางยา
กล้วยสุก แก้โรคท้องผูก ความดันโลหิตสูง คอเจ็บ บำรุงผิว
กล้วยดิบ แก้โรคท้องเสีย
ต้นและใบแห้ง นำมาเผากินครั้งละ 1/2 - 1 ช้อนชา หลังอาหาร แก้เคล็ดขัดยอก
ใบอ่อนอังไฟจนนิ่ม ใบกล้วยแก่ ปิดรักษาตาอักเสบ
หัวปลี บำรุงน้ำนม ยางจากปลีกล้วยหรือก้านกล้วย รักษาแผลสดได้ และทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อยได้
รากกล้วย แก้ปวดฟัน แก้รอ้นใน โลหิตจาง ปวดหัว ปัสสาวะขัด แผลไฟไหม้
น้ำร้อนลวก
ดอกกล้วย แก้โรคเบาหวาน ประจำเดือนขัด แก้ปวดประจำเดือน แก้โรคหัวใจ
เปลือกกล้วย แก้ปวดท้องเป็นประจำ แก้ผิวหนังเป็นตุ่ม หรือคันเป็นผื่น แก้ฝ่ามือฝ่าเท้าแตก
