วันนี้ผมได้อ่านพบบทความที่แสดงความคิดเห็นของท่านผู้หนึ่งที่นำเสนอปัญหา ของประเทศ และในความคิดเห็นเป็นประเด็นที่ปัจจุบันกำลังถกเถียงกันอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี ข้อเสนอเป็นไปในทำนองตำหนิรัฐบาลนั่นเอง
ต่อมาก็ทิ้งท้ายว่าใครจะรับผิดชอบ
ผมได้แสดงความคิดเห็นไปว่า เราต้องร่วมกันรับผิดชอบครับ และผู้เขียนบทความก็ได้แสดงความรับผิดชอบให้เห็นแล้วด้วยโดยการเขียน โดยการใช้ความคิดจะถูกจะผิดก็เป็นความคิดเห็นเราต้องให้เกียรติและยอมรับ เพราะเป็นสิทธิที่จะแสดงออกได้
ผมก็มีเรื่องราวที่เป็นตัวอย่างจะบอกกล่าวเป็นเชิงอุทาหรณ์สักกรณีหนึ่งเป็นเรื่องจริงครับ มีผู้โจมตีการบริหารนายกเทศมนตรีท่านหนึ่งว่าการบริหารจัดการไม่ได้เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆอีกมากมาย คือไม่มีอะไรดีเลยสักนิดเดียวนโยบายที่วางไว้ก็ไม่เดินหน้า
ต่อมาคนที่วิจารณ์คนนี้นี่แหละได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรี ทำงานได้ 2ปีกว่า ผมเห็นว่าผมน่าจะไปทวงถามเขาบ้างที่ว่าคนอื่นไม่ได้ทำหรือทำไม่ได้เรื่องนั้น ตนเองทำไปถึงไหน ทำอย่างไร
ที่เป็นห่วงไปถามเพราะเขาเป็นศิษย์ที่สอนเขามาก็กลัวว่าครูทำไมไม่แนะนำศิษย์บ้างเมื่มีคนเขาตำหนิติเตียนหนักหูมากว่าคนเก่าเสียอีก
พอผมยกคำกล่าวโจมตีคนอื่นให้เขาฟังกับที่เขาปฏิบัติอยู่ในขณะนี้ทำไมถึงแย่กว่าคนที่เขาตำหนิก่อนที่เขาจะได้มาเป็นนายกเทศมนตรีอีกหลายเท่า
เขาลุกขึ้นครับผมไม่ได้ตกใจ ขอโทษครับถ้าศิษย์จะมาตบผมสักที่มันก็ดีแล้วเพราะเราสอนเขามาไม่เข้ม แต่เขากลับนั่งลงกราบแบมือบนเขาผมเหมือนไหว้พระไม่ใช่ไหว้ครู แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งของเขา ผมแอบมองที่เข่าผม ผมมองไม่เห็นชัดเจนนัก แต่ผมรู้ว่าน้ำตาเขาซึมซับอยู่กับกางเกงที่เข่าพอสมควรผมรับรู้จากความอุ่นของน้ำตาเขานั่นเอง
ผมไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ผมกลับบ้านครับ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มรุกงานนโยบายที่กำหนดไว้ แต่งานก็ไม่เดินหน้าเท่าไรนัก เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมกราที่ผ่านมาครับ
เหตุผลก็คือการจะทำอะไรมันมีองค์ประกอบมากมาย ต้องมีเหตุมีผลจะทำอะไรบางเรื่องก็เกี่ยวกับโน่นบ้างนี่บ้าง การที่จะตอบโต้หรือกล่าวหาเราจะต้องมีข้อมูลชัดเจนว่าเขาไม่สนใจจริง ๆ นั่นเป็นการกระแทกลงไปได้ มันจะมีแรงกระแทกเสริมเพิ่มมาอีกจากรอบทิศครับ
มันคล้ายกับกรณีทีครูห้ามนักเรียนสูบบุหรี่นั่นแหละครับ แต่ครูก็เดินสูบเฉยไม่เคยเลิกเองสักทีคือว่าแต่เขาแล้วตัวเราละ เราทำอะไรอยู่
นี่คือข้อคิดที่ผมคิดในลักษณะเป็นกลาง ความเป็นกลางจะทำให้เราเห็นได้หลายด้านครับ
ที่สำคัญทุกคน ครับ ความรับผิดชอบเป็นของทุกคน เราต้องร่วมกันให้ความร่วมมือ สอดส่องดูแลความทุกข์สุขของกันและกัน ปัญหาก็ช่วยชี้แนะช่วยบอกล่าว ว่าน่าจะแก้อย่างไรวิธีไหน จะเป็นประโยชน์อย่างสูงยิ่งกับประเทศชาติครับ
ครูต้องทำเป็นแบบอย่างแบบว่านะครับ เช่นเรื่องสูบบุหรี่ การมีสติอยู่กับตัวจะช่วยได้มากครับ ขอบคุณครับ
ได้อ่านความคิดเห็นของท่านแล้ว เป็นประโยชน์มากครับ เมืองไทยที่พวกเราต้องร่วมกันรับผิดชอบครับ ผมเองทำหน้าที่งานที่ต้องรับผิดชอบกับผู้ที่จะเป็นครูและผู้บริหารการศึกษาในวันข้างหน้า และเป็นที่ปรึกษาในหน่วยงานท้องถิ่นแห่งหนึ่งระดับเทศบาลนครครับขอสงวนชื่อไว้นิดหนึ่งเพื่อไมให้กระทบกระเทือนกับใครครับ
ขอเรียนกับทุกท่านว่าประเทศไทยเราทุกวันนี้ มีตัวแปรที่เป็นปัจจัยทำให้สถานะของประเทศเราตกต่ำลง ทั้งที่ประเทศเรามีทรัพยากรที่ดีมากที่สุดประเทศหนึ่ง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม มีผลไม้รสชาดอร่อยมาก มีร้านอาหารและขนมไทยที่อร่อยและเป็นเอกลักษณ์ของเรา แถมมีภัยทางธรรมชาติน้อยกว่าประเทศอื่นมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเราตกต่ำกลับเป็นคนไทยเรานี้เองครับ ถ้าหากคนไทยทุกคนทุกครอบครัวทุกพื้นที่ในประเทศไทยทำหน้าที่ให้สมกับที่บรรพบุรุษได้เลือกพื้นแผ่นดินนี้ไว้ให้ลูกหลาน
ในปัจจุบันและในอนาคตได้มีที่อยู่ที่อาศัยกันแล้วคงจะดีมากนะครับ
ผมเองได้มีโอกาสไปศึกษาหาความรู้ในหลายประเทศมาแล้วคล้าย ๆ หลายท่านที่ไปมาเหมือนกันครับ ซึ่งผมได้ข้อคิดที่ดีจากบางประเทศดังนี้ ขอยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นครับ คนญี่ปุ่นรักธรรมชาติ รักต้นไม้ และเชื่อว่าต้นไม้เป็นแหล่งให้กำเนิดน้ำ และป้องกันภัยทางธรรมชาติต่าง ๆ ได้ คนญี่ปุ่นจะไม่รุกล้ำแม่น้ำลำคลองเลยครับ ทุกคนต่างช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลองช่วงที่แม่น้ำลดลงในฤดูร้อน บริเวณตลิ่งสามารถนำไปใช้เป็นสนามกีฬาต่าง ๆ ให้ทุกคนใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ถนนหนทางในญี่ปุ่นสะอาดมากครับ การขนส่งใช้ระบบรถไฟฟ้า สะดวกและตรงเวลา อีกประเทศหนึ่งที่คนไทยชอบไปท่องเที่ยวกันบ่อยคือสวิสครับ คนสวิสรักธรรมชาติเหมือนคนญี่ปุ้น บ้านเมืองสะอาดมากครับ แม่น้ำลำคลองต่าง ๆ สะอาดสวยงาม มีดอกไม้และธรรมชาติที่คนสวิสปลูกไว้ให้ทุกคนได้ชื่นชมกัน
จากสองประเทศที่ยกตัวอย่างมานี้หากถามว่า ทรัพยากรของสองประเทศนี้มีดีกว่าเมืองไทยหรือเปล่า ขอตอบแทนให้ได้เลยว่า
เปล่าเลยครับ เมืองไทยเรากลับมีของที่ดี ๆ มากกว่าสองประเทศนี้ครับ และเรายังมีภัยทางธรรมชาติน้อยกว่าเขาเสียอีกครับ
แต่ทำไมประเทศไทยเรายังเป็นอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ละครับ การจราจรในกทม.และเมืองใหญ่ ๆ รถราติดกันได้แถบทุกวัน
และยังมีมลพิษมากเหลือเกิน แม่น้ำลำคลองดำไม่ธรรมดาครับ แถบยังดำปี๋ ขยะเต็มไปหมด ทั้งบนถนน ในแม่น้ำลำคลอง แถมมีการรุกเข้าไปในแม่น้าลำคลองต่าง ๆ จนตื้นเขินไปหมด และเรายังปล่อยให้มีการโค่นต้นไม้กันไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด และเผาป่ากัน
อีกต่างหากครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านที่ใช้บริการการบินของไทยเดินทางขึ้นเหนือและลงใต้ จะเห็นได้ว่าเดิมเรามีต้นไม้เต็มพรึบไปหมดบนภูเขาต่าง ๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้จากหน้าต่างเครื่องบิน ต่อมาก็มีการตัดไม้บนเขาคล้าย ๆ ทรงรองทรงครับ แต่ในปัจจุบันเขาตัดไม้กันแบบสกินเฮดกันแล้วครับ โล้นเลียนเตียนโล่ง เป็นระบบรวยกระจุก(เฉพาะผู้มีอิทธิพล)และจนกระจายของประชาชนตาดำ ๆ ทั่วไป
ทุกวันนี้เมืองไทยเรามียาเสพติดเกือบทุกซอกซอยครับ มีเกือบทุกหมู่บ้านของเราแล้วครับ แถบด้วยขโมยขโจรชุกชุนเหลือเกิน
สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเขียนความคิดเห็นนี้ออกมา มิใช่มีความเกลียดชังใครเลยครับ แต่อยากให้พวกเราช่วยกันทำหน้าที่ที่พวกเรารับผิดชอบให้ดีที่สุด หากมิฉะนั้นในวันนหน้า พวกเราอาจไม่มีแผ่นดินไทยให้อาศัยกันอยู่ต่อไปครับ เช่นหากเราลองปล่อยให้มียาบ้าเกลื่อนเมืองอย่างนี้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ มีขโมย และอาญาชกรรมมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าคนไทยที่เป็นทรัพยากรของประเทศที่สำคัญที่สุดก็คงอ่อนแอ และในที่สุดก็ต้องมีภาวะสิ้นสุด ตามหลักทฤษฏีองค์กรว่า องค์กรเสมือนมีชีวิต มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปครับ หากเราไม่ช่วยกันพัฒนาประเทศของเราครับ
ขอขอบพระคุณ ชื่นชมและยินดีกับทุกท่านที่ทำหน้าที่ที่ดีในครอบครัว และในหน่วยงานที่ท่านรับผิดชอบอยู่ครับ
ใช้ค่ะในฐานะเราเป็นคนไทยเหมือนกัน เราต้องมีความสามัคคีต่อกัน แม้ว่าเราอาจจะต่างความคิดแต่เราก็มีพ่อหลวงคนเดียวกัน
สู้ๆค่ะ จะติดตามอ่านผลงานของท่านต่อไปค่ะ
สวัสดีครับ อ.ดร.วรกาญจน์ ขอบคุณที่มีความเห็นต่อจากผมอีกทอดหนึ่ง ผมเสียดายครับอาจารย์ ผมอยากจะขอความกรุณาอาจารย์ได้โปรดนำบันทึกนี้เสนอแบ่งปันมวลสมาชิกบ้างครับ ถ้าเป็นความคิดเห็นแนบอยู่ที่ท้ายบันทึกผม กลัวว่าสมาชิกคนอื่น ๆไม่ได้อ่านครับ โดยนำลงในบล็อกของอาจารย์ครับ นี่คือสาระที่เราต้องแพร่ขยายผลการอ่านให้มากที่สุดครับ
ตรงนี้ดีมากเลยครับ ถูกใจ
* การจะทำอะไรมันมีองค์ประกอบมากมาย ต้องมีเหตุมีผลจะทำอะไรบางเรื่องก็เกี่ยวกับโน่นบ้างนี่บ้าง
* ความเป็นกลางจะทำให้เราเห็นได้หลายด้านครับ
* ที่สำคัญทุกคน ครับ ความรับผิดชอบเป็นของทุกคน เราต้องร่วมกันให้ความร่วมมือ สอดส่องดูแลความทุกข์สุขของกันและกัน ปัญหาก็ช่วยชี้แนะช่วยบอกล่าว ว่าน่าจะแก้อย่างไรวิธีไหน จะเป็นประโยชน์อย่างสูงยิ่งกับประเทศชาติครับ
ครับ ต้องมองด้วยใจที่เป็นกลาง และ ช่วยกันทุกคนครับ
การพัฒนาที่สำคัญเวลานี้คือ คน คะ
สวัสดีค่ะคุณธนา
เห็นด้วยค่ะว่าความรับผิดชอบเป็นของทุกคน
ดูแลกัน ร่วมด้วยช่วยกันจะแก้ปัญหาได้ดี
ขอบคุณค่ะ
เป็นอีกหนึ่งบันทึกที่อ่านแล้ว ทำให้นึกถึงการบริหารงานในสถานศึกษา ว่าความสามัคคี ก่อให้เกิดการพัฒนา แต่นัยหนึ่งการบริหารประเทศหรือในองค์การต่างๆก็ มีเหตุและปัจจัยที่ไม่แตกต่างกัน ความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั่นแหละ คือคำตอบ ผมอ่านบันทึกนี้แล้วให้หวนนึกถึงประเทศไทยของทุกคน ที่ยังไม่ก้าวผ่านหลายๆอย่าง ความสามัคคีเริ่มที่จุดเล็กๆ ค่อยขยายวงกว้างขึ้น ก็จะทำให้ประเทศไทยแข็งแรง เหมือนคำสอนที่นำไม้มาให้ลูกหักและเพิ่มจำนวนขึ้นนั่นแหละครับ
ประเทศไทย เราคนไทยทุกคนต้องร่วมรับผิดค่ะ ส่วนใครจะรับชอบก็บ่เป็นหยัง ไม่สำคัญ นั่นคือผลพลอยได้ แล้วสุดท้ายเราคนไทยก็จะสุขใจเองค่ะ ... ;)
ถ้าปัจเจกชนเข้มแข็ง ภูมิต้านทานดี ชุมชนมั่นคง สังคมคงมั่น ประเทศยืนยง ขอเพียงผู้นำทุกระดับ จริงจัง จริงใจ โปร่งใส ยึดหลักเพื่อส่วนร่วม กล้าต่อสู้เพื่อความถูกต้องค่ะ ;)