แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูพละ

      ช่วงไปประชุมอบรมลูกเสือที่นครนายก   ตอนเย็นหลังประชุม ผมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับ ครูพละ ท่านหนึ่ง   ท่านสอนในโรงเรียนขยายโอกาส    นักเรียนที่โรงเรียนนี้  ค่อนข้างเป็นเด็กมีปัญหา มาจากสภาพครอบครัวที่แตกแยก

 

     คุณครูพละท่านนี้ เล่าว่า ท่านคุยกับเด็กด้วยภาษาพ่อขุน   แต่ไม่เคยด่าเด็ก  ท่านบอกกับเด็กที่มีปัญหาตรงๆว่า   ขอร้องอยู่สองอย่าง คือ ขอให้แต่งตัวให้ถูกระเบียบ   และ  ขอให้มาโรงเรียน   ถ้าทำสองอย่างนี่ได้ ท่านก็จะช่วยให้เรียนจนจบ   และ  ถ้ามีปัญหาอะไร  ก็ขอให้บอก

 

   เด็กมีปัญหาอะไร  ก็มาบอกคุณครูพละท่านนี้ เช่น  ไม่มีเงินกินข้าว   ไม่มีเงินตัดผม   เด็กผู้หญิงกล้ามาปรึกษาเรื่องมีสามี  เด็กผู้หญิงบางคน  ถูกพ่อเลี้ยงพยายามละเมิด  ก็นำมาบอกคุณครูพละท่านนี้   เด็กเรียนไม่จบ  ก็แก้ปัญหาให้

 

   คุณครูพละท่านนี้ เด็กมีปัญหาอะไรมา  ท่านแก้ปัญหาให้หมด  คุยความจริง และ คุยอย่างถึงลูกถึงคน   คุยเปิดใจ

 

   ท่านคุยภาษาพ่อขุน  แต่ ไม่ดุ ไม่ด่า  ไม่ตำหนิ และ ไม่ตีเด็ก

 

   ทำทีมกีฬา ก็ตัดชุดให้เด็ก โดยออกเงินเอง แล้วก็พาไปแข่ง

 

   ผมถามว่า   มีแรงบันดาลใจอะไร หรือ มีมูลเหตุจูงใจอย่างไร จึงทำอย่างนี้

 

   ท่านบอกว่า  ตอนเป็นเด็กนักเรียน  ตัวท่านเองก็ยากจน และ มีปัญหาครอบครัว ท่านก็ได้คุณครูท่านหนึ่ง มาช่วยท่านไว้  ให้ความรักความอบอุ่นแก่ท่าน  ท่านประทับใจคุณครูท่านนี้   คุณครูท่านนี้  เลยเป็นต้นแบบของท่านในการช่วยเหลือเด็ก

 

    ผมลองถามเรื่องวินัยเชิงบวกดูว่าเคยได้ยินไหม  เป็นคำถามจุดไต้ตำตอครับ   เพราะคุณครูพละท่านนี้บอกว่า  เคยไปอบรมมาสองครั้ง กับ ดร.สมบัติ ตาปัญญา  กับ นพ.สุริยเดว    ท่านอบรมแล้วท่านก็นำมาใช้กับเด็ก

 

    คุณครูพละท่านนี้บอกว่า ตอนนี้ ท่านเป็นทั้งครูแนะแนวและครูปกครอง

 

     สองเย็นที่ผมคุยกับครูพละท่านนี้  ต้องบอกว่าเป็นความรู้นอกตำราที่มีคุณค่ามากเลยครับ

 

     จากการที่พูดคุยมา   ผมได้มาอย่างนี้ครับ

 

     1. ครูพละท่านนี้  เป็น ครูแนะแนว ที่ดีครับ  โดยไม่ต้องไปอบรมมาจากไหน   เป็นครูแนะแนวด้วยใจครับ   

 

          *   เด็กกล้าเปิดเผยปัญหาความลับให้ฟัง 

 

          *   ที่เด็กกล้าเปิดเผย  เพราะเด็กไว้ใจ  เนื่องจาก รู้สึกว่าเขามีความปลอดภัย  กับ คุณครูท่านนี้

 

          *   เสนอทางออกให้เด็กตัดสินใจเอง  โดยไม่ไปตัดสินใจแทนเด็ก

 

 

    2.  ครูพละท่านนี้ เป็นครูปกครองที่ดีครับ  นั่นคือ ต้อง "ใจถึง" และ "จริงใจ" กับเด็ก  แล้วก็จะได้ใจเด็ก   ขอร้องให้เด็กอยู่มีวินัยโดยไม่ต้องใช้อำนาจ