“ความลำเอียง” คำคำนี้เกิดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือแม้แต่ที่ทำงาน หนึ่งจะขอยกตัวอย่างที่ทำงานนะคะ ในที่ทำงานทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม มีบุคลากรมาก หรือมีน้อย ก็ย่อมจะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวก อาจจะเป็นเพราะว่ามีความคิด ทัศนคติ หรือเจตคติที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดการแบ่งแยกขึ้น แล้วเราจะทำอย่างไรให้การแบ่งแยกนี้หมดไป How to?.... ในความคิดของหนึ่ง... หนึ่งคิดว่า อาจจะจัดโครงการหรือกิจกรรมกระชับมิตร เพื่อเพิ่มความสามัคคีในหมู่คณะ หรืออาจจะกินข้าวกลางวันด้วยกันทุกคน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และปรึกษากัน (แล้วเพื่อนๆ คิดอย่างไรคะ)
ดังนั้น เมื่อเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกขึ้น ถ้าคนไหนสนิทสนมกับผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้า เมื่อถึงคราวประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือประเมินการขึ้นเงินเดือน หรือการเลื่อนตำแหน่ง แล้วคนไหนที่สนิทสนมกับหัวหน้า เมื่อหัวหน้าเรียกใช้ ก็จะรีบมาทันที ส่วนอีกคนไม่สนิทกับหัวหน้าเลย แต่ทำงานดี และมีผลงาน แต่เมื่อประเมินออกมาแล้ว ผู้ที่สนิทสนมกับหัวหน้า หรือผู้ประเมิน กลับได้คะแนนการประเมินมากกว่า ได้เลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือนมากกว่า กรณีนี้อาจจะเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่ก็มีในสังคมไทย นี่แหละ “ความลำเอียง” ถ้าถามว่าแล้วมีคนที่สามารถขจัดความลำเอียง หรือ Bias ออกไปได้ 100% หรือไม่ หนึ่งคิดว่าอาจจะมี แต่น้อย... คนเราก็ต้องเข้าข้างพรรคพวกของตนเองก่อนเสมอ.... (แล้วเพื่อนๆ คิดอย่างไรคะ)
บันทึกนี้ ไม่ใช่ว่าหนึ่งมีอคติกับหัวหน้า หรือผู้ประเมิน เพราะหนึ่งผ่านการประเมินแล้ว แต่หนึ่งขอมองกลับกันว่า ถ้ามีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้น หน่วยงานของเราควรจะมี “ระบบและกลไกในการประเมินผลการปฏิบัติงาน” หรือไม่

น้ำหนึ่ง
29 ก.ค. 53
สวัสดีค่ะ
*** แวะมาให้กำลังใจ ....ความลำเอียงอยู่คู่โลกแน่ค่ะ ดูแกนโลกซิ ยังเอียงเลย
อนัตตา..
จะลบความลำเอียงได้คับ
สวัสดีค่ะ
เจอประจำค่ะ "ความลำเอียง" เนี๊ยะ
แต่...อย่าได้แคร์ค่ะ
อิอิ
แล้วเราก้อจะสบายใจค่ะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีดีนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักคะ คุณกิตติยา
^ ขอบคุณมากคะ เป็นกำลังใจให้คุณเช่นกันคะ ^
^ ถ้าโลกเราปราศจากความลำเอียงก็ดีซิคะ ^
ดีคะ คุณราชิต
...."อนัตตา" นั้นคงทำยากมากเลยมั้งคะ ถึงได้มี "ลำเอียง" ในทุกวันนี้....
ดีคะ คุณณัชชา
หนึ่งบ่แคร์อยู่แล้ว 555+
ขอบคุณมากคะ ที่แวะมาให้กำลังใจ
เป็นกำลังใจให้คุณเช่นกันคะ สู้ๆๆๆ^^
ดีคะ คุณบุษรา
ต้องทำใจยอมรับคะ ความลำเอียงนี้มีทุกหน่วยงานจริงๆ
แต่หนึ่งก็จะไม่เอียงตามคะ o_O
ขอบคุณมากคะที่แวะมาเยี่ยม เป็นกำลังใจให้คุรเช่นกันคะ
ถึง น้องหนึ่ง
เป็นข้อคิดที่สะท้อนถึงสภาพปัจจุบันจริงๆครับ
ในประเด็นนี้..
คงต้องพูดถึง ธรรมาภิบาล ผู้บริหาร
คงต้องพูดถึง ประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล
คงต้องพูดถึง self refection
คงต้องพูดถึง ประเด็น หรือ ข้อประเมิน ในการประเมิน
และที่สำคัญในบริบทปัจจุบัน ต้อง คุยถึง เรื่อง ของ จิตอาสา
เป็นสำคัญ
พี่เคยเจอกับตัวเอง(3ปี ซ้อน) เช่นกัน ว่า ทำงานมาทั้งปี คิดว่าทำงานเยอะอยู่นะ แต่ทำไมประเมินเงินเดือนขึ้น ก็เท่าๆกับคนที่ทำงานปกติ (อันนี้เข้าข้างตัวเอง)
กลับมามองย้อนตัวเองว่า ทำไม ทำไม.....
จนน้อยใจว่า ปีหน้าไม่ทำอะไรมากแล้ว ทำเรื่อยเปื่อย เฉยๆชาๆ ก็ ไม่มีคนไล่ออกมั้ง
แต่ก็มานั่ง สะท้อนเจ้าของ self refection เอ้อว่า อาจจะทำงานเยอะ มีงานออกปรากฏให้คนอื่นเห็น หรือ ประสิทธิภาพ
คิดกับตัวเอง เอ้อ ใช่จริง งานเยอะทำเยอะ แต่....แต่ กลับมามองว่า สิ่งที่ทำเยอะๆนั้น ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ หรือ ประสิทธิผล ตามที่ผู้บริหารตั้งไว้ ก็อาจเป็นไปได้
ประมาณว่า ทำงาน มีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีประสิทธิผล
เหมือนเคยอ่านหนังสือ เล่มเล็กๆที่ อ.จิตเจริญให้อ่าน เขียนโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ... ท่านบอกว่า เหมือนขับรถแรงยี่ห้อดี ขับเร็ว แต่ขับไปในทางที่ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง...
กลับมาดูเรื่องของการประเมินผลของคนทำงาน....พี่ว่าต้องกลับไปดู TOR หรือ ข้อคำถามในการประเมินให้คะแนน
จากที่เคยเห็นครับ จะมีความสมดุลกัน คือ 50 50
50 แรก คือเรื่องของงานที่รับผิดชอบ
50 หลัง คือ เรื่องของจิตอาสา เรื่องของการเสียสละ เป็นสำคัญ
คงต้องก้าวเดินต่อไปครับ
มีท้อ มีแท้ มีน้อยใจกันบ้าง เป็นธรรมดา
แต่สำคัญ คือ จุดมุ่งหมายองค์กร
เน๊าะๆๆๆ
ร่วมกู่สร้างสรรค์ พัฒนา ครับ
พี่แจ๊ค