แพทย์ระบุตายเฉียบพลันจากโรคหัวใจ
ร้อยละ 88 เกิดจากเต้นเร็วผิดปกติ
- เทคนิคกระตุกหัวใจช่วยให้รอดชีวิต
กรณีการเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจของบุคคลหลากหลายอาชีพซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา สำหรับในประเทศไทยนั้นพบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจได้เพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและกว่าร้อยละ 88 เกิดจากหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อย่างไรก็ตามปัจจุบันทางการแพทย์ได้ค้นพบเทคนิคใหม่ในการลดโอกาสเสี่ยงให้เกิดการเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจ ซึ่งมีประสิทธิภาพและผู้ป่วยให้การยอมรับเป็นอย่างดี
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าทุกวันนี้การทานยาอาจไม่มีประสิทธิภาพดีนักในการรักษาหัวใจเต้นเร็วเพื่อจะป้องกันการเสียชีวิตเฉียบพลันได้ วิธีการที่รองลงมาคือการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ ซึ่งจะได้ผลดีในรายที่มีความผิดปกติของหัวใจไม่มากนัก
แต่หากหัวใจเต้นเร็วและรุนแรงมาก การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นก็คือ การกู้ชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องมีความพร้อมของอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบกับทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือผู้ป่วยภายใต้ระยะเวลาที่จำกัดเพียง 4-6 นาที
อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการทางการแพทย์เข้ามาช่วยให้ผู้ที่ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเฉียบพลันและผู้ที่รอดชีวิตจากการตายเฉียบพลันมาแล้วให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ โดยได้มีอุปกรณ์พิเศษนั่นก็คือเครื่องกระตุกหัวใจหรือเครื่องช็อคหัวใจ (DEFIBRILLATION) คอยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในยามที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปจะใช้เวลา 5-12 วินาทีในการจัดการหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะชนิดนี้ให้ได้
ทั้งนี้อายุการใช้งานของเครื่องโดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ 5-7 ปี แต่อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าที่ถูกใช้ไป ซึ่งภายหลังการรักษาผู้ป่วยต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล 3 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ram-hosp.co.th/