นวัตกรรม : เรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมการประดิษฐ์อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้วเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการเจตคติและความคิดสร้างสรรค์

1.  นวัตกรรม : เรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมการประดิษฐ์อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้วเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการเจตคติและความคิดสร้างสรรค์

ผู้วิจัย : นายแมน  เชื้อบางแก้ว

ปีการวิจัย : พ.ศ.2532

2. ที่มาและวัตถุประสงค์ในการพัฒนา

ที่มา  วิทยานิพนธ์ เรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมการประดิษฐ์อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้วเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการเจตคติและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับกิจกรรมชุมนุมวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  พ.ศ.2532

วัตถุประสงค์    

1. เพื่อให้นักเรียนประดิษฐ์อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้วสำหรับกิจกรรม

ชุมนุมวิทยาศาสตร์

2. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการ เจตคติ และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยา

ศาสตร์

3. เพื่อให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อชุดกิจกรรมการประดิษฐ์อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้ว

3.ขั้นตอนการพัฒนา

1. ประเมินความต้องการนวัตกรรม (need analysis) โดยประเมินสภาพปัญหาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจนเพื่อค้นหาความ บกพร่อง ความไม่สมบรูณ์ของสิ่งที่มีอยู่ และก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ/ การบริหารงาน รวมทั้งปัจจัยอุปสรรคที่อาจมีผลขัดขวางการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนจากการใช้ นวัตกรรม

2. กำหนดประเด็นหรือหัวข้อ ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรม ให้มีความเฉพาะเจาะจง ไม่ศึกษาหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน โดยนวัตกรรมที่จะพัฒนาอาจเป็น กลวิธี เทคนิค โปรแกรม วัสดุ/อุปกรณ์ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม

3. ทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบโดยตรวจสอบว่ามีกี่วิธีที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น        การประเมินคุณภาพข้อมูลเชิงประจักษ์ทำโดย
                    3.1 สืบค้นวรรณกรรมที่สนับสนุนความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบนวัตกรรม
                    3.2 ประเมินระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงประจักษ์ (level of evidence) หากมีประเด็นที่ยังไม่มีการทำวิจัยหรือพบความขัดแย้งในผลงานวิจัยจึงใช้ ความเห็นสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญการวิจัยหรือการเทียบเคียงผลของการปฏิบัติ งานต่างหน่วยงาน

4. สังเคราะห์ข้อความรู้ที่ได้จากวรรณกรรมที่มีคุณภาพเมื่อนำมาบูรณาการวางแผนและการออกแบนวัตกรรม

5. ออกแบบนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติหรือการบริหารจัดการให้ดีขึ้น

6. กำหนดวิธีวัดประสิทธิภาพของนวัตกรรมซึ่งอาจมาจากตัวชี้วัดการสอบของนักเรียนหรือตัวชี้วัดคุณภาพของผู้สอนและองค์กร วิธีวัดส่วนใหญ่เป็นการวัดผลโดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ

7. กำหนดรายละเอียดของวิธีการใช้นวัตกรรมในชั้นเรียนหรือในโรงเรียน

8. ดำเนินการศึกษานวัตกรรมในหน่วยงานหรือองค์กรเป้าหมาย ตามแผนที่วางไว้ในข้อ5 ข้อ6 และข้อ7

9. ประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรม ทั้งในด้านกระบวนการ รูปแบบและผลลัพธ์ทางความสามรถของผู้เรียน

10. บันทึกโดยสรุปผลพร้อมแหล่งอ้างอิงที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนและการอภิปรายผลลัพธ์ของนวัตกรรม

4.ลักษณของนวัตกรรม

เป็นนวัตกรรมเกี่ยวกับการสร้างชุดกิจกรรมการประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้วซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการเจตคติและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และมีประโยชน์  ประหยัด  เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมตรงกับความต้องการของนักเรียน  และสอดคล้องกับเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์  และสามารถนำผลผลิตไปใช้และจำหน่ายได้  โดยครูจะมีหลักสูตรกิจกรรม  คู่มือครูในการจัดกิจกรรมและตัวอย่างกิจกรรม  รูปแบบการจัดกิจกรรม  เป็นลักษณะการจัดกิจกรรมที่มีครู-นักเรียนเป็นศูนย์กลาง  โดยมีกิจกรรมในช่วงแรกๆจะเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้และปฏิบัติขั้นพื้นฐานที่นักเรียนจำเป็นต้องนำไปใช้ในกิจกรรมที่นักเรียนต้องใช้ความคิดและความสามารถของตนเอง  ในช่วงกิจกรรมหลังๆ ซึ่งครูจะเป็นผู้ให้แนวทางการปฏิบัติขั้นพื้นฐานก่อนแล้วนักเรียนจึงคิดและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง  จากนั้นประเมินผลรายกิจกรรมและความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการประดิษฐ์อุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ประเภทแก้วสำหรับกิจกรรมชุมนุมวิทยาศาสตร์

5. ประโยชน์ของการนำไปใช้

                ช่วยให้นักเรียนมีการพัฒนาทักษะกระบวนการ เจตคติ และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์

6. ความคิดของผู้รายงาน

เป็นการคิดเชิงสร้างสรรค์ ทำให้นักเรียนได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น และเป็นการคิดที่ได้ประโยชน์ทั้งการนำแก้วนำมาสร้างให้เกิดประโยชน์ที่สูงสุด ไม่ทิ้งสูญปล่าว และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

                                                                                                                                               

        ผู้จัดทำ

นางสาวธนาพร  วรรณศิริ

รหัสนักศึกษา 537010140106

นักศึกษาป. บัณฑิต วิชาชีพครู หมู่ 1 ภาคปรกติ  จันทร์ - ศุกร์