ท่าแพ เป็นอำเภอหนึ่งของสตูล
Sharing the Care เป็นคำขวัญของวัน Palliative Care โลก ๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ปีนี้ ซึ่งมุ่งเน้น การมีส่วนร่วมของบุคลากรสุขภาพ ครอบครัว ชุมชนในการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย
Sharing the Care ผมเห็นภาพนี้ชัดเจนกว่าการอยู่ในโรงเรียนแพทย์ เมื่อได้รับเชิญเป็นวิทยากรในโครงการสานสายใยสู่ครอบครัวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ของโรงพยาบาลท่าแพ จ. สตูล ที่มีลูกศิษย์ผม นพ. ฮัสมี นุ้ยเด็น เป็นผู้อำนวยการ และมีคุณศุภวรรณ ฤทธิศักดิ์ เป็นเลขานุการโครงการ
ผมกับพี่พยาบาล..คุณกานดาวศรี ตุลาธรรมกิจ ตอบตกลงไปเป็นวิทยากรทันที เพราะอยากไปติดตามงานของตัวเองหลังจากเคยไปเป็นวิทยากรที่รพ.นี้มาเมื่อปี ๒๕๔๗ แต่ตอบปฏฺิเสธที่จะบรรยายทั้งวันเหมือนเดิม เพราะไม่คิดว่าการบรรยายให้เกิดเพียงแรงบันดาลใจ จะขยับอะไรได้มาก
ผมบรรยายกับพี่กานดาวศรีใช้เวลารวมกันประมาณชั่วโมงกว่า ส่วนที่เหลือผมขอให้เป็นการพูดคุยกันในกลุ่มย่อย เพราะทางโรงพยาบาลสามารถประสานงานดึงคนทำงานตัวจริงเสียงจริงที่อยู่ในชุมชนมาร่วมงานได้กว่า ๘๐ คน ซึ่งก็คือ เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่อนามัย อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ผู้นำทางศาสนาทั้งมุสลิมและพุทธ
ประเด็นที่ผมขอให้แต่ละกลุ่มซึ่งแบ่งตามแต่ละตำบล พูดคุยกันมี ๓ ข้อ คือ
๑. ถ้าจะทำให้เกิดการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายที่บ้าน คิดว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง
๒. ตนเองจะดำเนินการแก้ปัญหาในข้อ ๑ อย่างไรบ้าง จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง
๓. จากข้อ ๒ ต้องการการสนับสนุนเรื่องอะไร จากหน่วยงานใดบ้าง

ดูบรรยายกาศตอนแบ่งกลุ่มตามตำบลนะครับ

ตำบลท่าแพ มากันมากที่สุด อบอุ่นที่สุด

ตำบลสาคร อยู่ไกลสุด แต่มีหน่วยกู้ชีพมาด้วย

ตำบลแประ กลุ่มเล็กหน่อย แต่ได้ข้อเสนอดีๆมาก

ผมอยากนำข้อสรุปของการพูดคุย เท่าที่ผมจำได้มาบันทึกไว้ที่นี่ ส่วนรายละเอียดทางรพ.คงจะส่งมาภายหลัง
๑. คนไข้ที่บ้านขาดคนดูแล
การแก้ปัญหา
- ต.ท่าแพ กลุ่มอสม. เสนอตัว จะหมุนเวียนจัดเวรกันไปดูแล
- ต.แประ บอกว่า จะใช้วิธี จิตอาสา ที่ไม่ใช่ อสม. เพราะทำโครงการอยู่แล้ว
- ต.สาคร บอกว่า ใช้ครอบครัวและเพื่อนบ้านก็ได้ เพราะของที่นั่น อยู่กันแบบเครือญาติ
การสนับสนุน
- แต่ทุกที่ต้องการการสนับสนุนสำคัญเหมือนกัน คือ มีที่ปรึกษา คือ ระบบให้คำปรึกษา ๒๔ ชม. ซึ่งทางโรงพยาบาลมีโครงการอยู่แล้ว
- งบปะมาณสนับสนุนจากอบต.
๒. คนไข้ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในการดูแลที่บ้าน ค่าเดินทางไปรพ.
การแก้ปัญหา
- จัดระดมทุนทั้งในรูปแบบกองทุนหมู่บ้าน กองทุนมัสยิด การเลี้ยงน้ำชา
- ประเพณีชุมชนเข้ามาช่วยเจ้าภาพจัดการและรับผิดชอบค่าอาหารตลอด ๓ วันในระหว่างพิธีกรรมช่วงเสียชีวิต โดยครอบครัวคนไข้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย
- ต.สาคร มีรถฉุกเฉินประจำตำบล เพราะอยู่ไกล ส่วนที่อื่นใช้วิธีตามรถโรงพยาบาล หรือวานเพื่อนบ้าน
การสนับสนุน
- งบปะมาณสนับสนุนจากอบต.
๓. อสม. เจ้าหน้าทึ่และบุคลากรขาดความรู้ ทักษะ
การแก้ปัญหา
- สอบถามปรึกษาผู้รู้
- เข้าอบรมต่างๆเป็นประจำ แต่มีความเห็นว่า การอบรมบางเรื่องถ้าไม่ได้ใช้ก็จะลืมหมด ถ้าใช้วิธี เมื่อมีปัญหา มีคนให้คำแนะนำไปเป็นเรื่องๆน่าจะดีกว่า
การสนับสนุน
- การจัดอบรมและระบบพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาจากรพ.
- รพ.ใหญ่ มื่อส่งตัวคนไข้กลับบ้าน ควรแจ้งรพ.ท่าแพให้ส่งบุคลากรตามไปรับช่วงดูแลที่บ้านต่อ เพื่อแนะนำเรื่องอุปกรณ์ที่ติดตัวมา หรือให้ยาบรรเทาอาการต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องให้รถมาแวะที่รพ.ท่าแพก่อน
๔. ขาดยาแก้ปวด ขาดอุปกรณ์ เช่น ถังออกซิเจน
การแก้ปัญหา
- ต้องไปรับยาถึงรพ.จังหวัด รพ.หาดใหญ่ รพ. มอ.
- ซื้อหามาใช้เอง
การสนับสนุน
- มียาแก้ปวดชนิดรับประทานในรพ.
- จัดหาถังออกซิเจน ซึ่งต้องดูปริมาณการใช้ก่อน
๕. คนไข้เมื่อมีปัญหาหนักต้องกลับไปมารพ. ต้องเสียเวลารอนาน
การแก้ปัญหา
- ต.สาคร ใช้บริการรถฉุกเฉินและนำส่งห้องฉุกเฉินเลย แทนการไปรอที่่ห้องตรวจคนไข้นอก
การสนับสนุน
- ควรมีสมุดบันทึกประจำตัว หรือ บันทึกรายละเอียดสภาพของคนไข้ การใช้ยาต่างๆ จากรพ.ที่ส่งคนไข้กลับบ้าน เมื่อไปถึงรพ.อื่นจะได้ให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น
๖. คนไข้ที่ต้องการกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน แพทย์ปิดบังอาการหรือบอกช้า มีเวลาประกอบพิธีกรรมที่บ้านน้อย
การแก้ปัญหา
- ผู้นำทางศาสนาไปอ่านพระคัมภีร์ให้ถึงบ้าน
- รพ.ท่าแพมีผู้นำทางศาสนาเข้าเยี่ยมคนไข้ทุกเดือน
การสนับสนุน
- แพทย์ควรแจ้งให้คนไข้และญาติทราบเร็วขึ้น เพื่อให้คนไข้ได้มีโอกาสกลับไปประกอบกิจทางศาสนาที่บ้านได้นานขึ้น
หลังจากนี้ทางโรงพยาบาลจะเลือกทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาข้างต้น โดยบางเรื่องสามารถทำแบบบูรณาการไปหลายประเด็นโครงการเดียวตามนโยบาลของผอ. บางเรื่องเช่น การดูแลด้ายจิตวิญญาณก็ไม่ต้องลงทุน สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้เลย
ผมมีสัญญาใจกับรพ.ท่าแพว่าจะช่วยกันไปดำเนินการเรื่องนี้ให้ต่อเนื่อง จริงจัง
ตามมาเชียร์ งาน Palliative care ที่ค่อยๆขยายผลลงสู่พื้นที่เเละลงสู่ชุมชน ขอบคุณบันทึกนี้ค่ะอาจารย์ ที่ทำให้มองเห็นว่า Palliative careในบ้านเรานั้นกำลังก้าวไปข้างหน้าเเละหลายฝ่านร่วมมือร่วมใจกันค่ะ กุ้งสบายดีค่ะอีกไม่กี่วันก็ comeback to Thailand เเล้วค่ะ
ตามสาวขอนแก่นมาเรียนรู้ ท่าแพ เครือข่ายยาเสพติดของมูลนิธิภูมิพลังเคยไร่วมงานครับ
ปีหน้าเรยีนเชิญอาจารย์มาเที่ยวแม่สอดอีกครั้งนะครับ
ปีหน้าเรยีนเชิญอาจารย์มาเที่ยวแม่สอดอีกครั้งนะครับ
เรียนสวัสดีคะอาจารย์ เห็นแล้วอยากลงไปทำให้ถึงชุมชนบ้างจัง แต่ไม่รู้จะสามารถหรือเปล่าคะ
สิ่งที่ฝันอยากเห็นคือ การทำโครงการร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา กับชุมชน โดยใช้ outcome mapping วางแผนและติดตามอย่างเป็นรูปธรรม
ขอบคุณคะอ่านบันทึกอาจาย์แล้วทำให้เกิดแนวคิดที่จะพัฒนางาน palliative care ได้อย่างต่อเนื่องทุกบันทึก ทางลำปางกำลังจะจัด
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาระบบการดูแลแบบ palliative ในวันที่ 24 สิงหาคม 2553 โดยเชิญทุกโรงพยาบาลในจังหวัดมา
แลกเปลี่ยนกันเพื่อนำบทเรียนจากโรงพยาบาลอื่นมาพัฒนาโรงพยาบาลตัวเองจะขออนุญาติเอาวิธีการของอาจารย์ไปยกตัวอย่าง
นะค่ะ
เบญจมาส ลำปาง
อยู่ในช่วง รวบรวมประสบการณ์ของตัวเองมาเขียนเป็นเรื่องเล่า และให้น้องๆในทีมเขียนเรื่องเล่าประสบการณ์การทำงาน
palliative ก่อมีงานอื่นมาแทรกเป็นระยะเลยยังไม่เรียบร้อย ถ้าเรียบร้อยจะสมัครเป็นสมาชิก gotoknow นะค่ะ
เบญจมาส ลำปาง
เรียนรู้ ดูเรื่องสั้นงาน palliative care สงขลาทางทีวีไทย ชื่นชมทีมการดูแลรักษาที่นี่ค่ะ และให้กำลังใจผู้ป่วยและครอบครัวทุกท่าน มา ณ ที่นี้ค่ะ
สุขสันต์วันแม่ค่ะ