จากที่เดินทางร่วมขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย หรือ R2R อุปสรรคส่วนใหญ่ที่คนหน้างานที่รักการทำ R2R ได้พบคือ
- ผู้บริหารไม่สนับสนุนและไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ
- แพทย์ที่รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพ ไม่เข้าใจและมองภาพของการเชื่อมโยงงาน R2R ไม่ออก ไม่เป็น และคิดไม่ได้
- ไม่มีงบประมาณสนับสนุน คนหน้างานต้องช่วยตัวเอง
นี่เป็นอุปสรรค "ก้อนโต" ที่คนหน้างานต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ใครผ่านไม่ได้ก็ท้อไปเลย และเลิกทำ หากใครผ่านไปได้ก็ใช่ว่าจะราบรื่น ก็ยังจะเจอบ่วงโซ่นี้อยู่อย่างเป็นลักษณะการทำงานแบบหืดขึ้นคอ...
แต่ในทัศนะของข้าพเจ้ามองว่านี่แหละ...คือ เส้นทางของการก้าวผ่าน "โลกธรรมแปด" ที่เป็นบ่วงร้อยรัดเราอยู่ และที่สำคัญการทำ R2R ช่างเป็นหนทางที่ท้าทายผู้มีอำนาจเหลือเกิน (ผู้มีอำนาจที่ปราศจากความเข้าใจในเรื่องความเชื่อในศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์)...
AAR ย่างก้าวเข้าปีที่ห้าที่รู้จัก R2R
๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓
มันเป็นปัญหาเดียวกันทั่วทั้งโลก......
.....
ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดก็มีปัญหามาเชื่อมโยงโดยตลอด
....
สิ่งหนึ่งที่ขึ้นเหนือพ้นปัญหาได้คือความพยายาม
....
ความเพียร
.....
และความเพียรที่มานั่งเล่าเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ต้องมีความรักในการกระทำเป็นพื้นฐานในจิตสำนึกที่ดีงบาม
.........
กระผมเป็นผู้รับการถ่ายทอดเรื่องราว สิ่งที่ทำได้คือช่วยเติมพลังใจให้เหนียวแน่น....
เดินทางสู่ฐานแห่งคนสวยงาม เมืองสวยงาม โลกสวยงาม ร่วมกัน ในสถานะแห่งความเป็นมนุษย์........
........
ขออย่าย่อท้อต่ออุปสรรค เดินทางด้วยความเพียรต่อไป ด้วยความดีงาม
ขอบพระคุณค่ะพี่เนิ่ม...ความเข้าใจเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมเลยนะคะ
และแล้วข้าพเจ้าก็ได้คิดว่า...
เฮ้ย...ผู้บริหาร คือ คนที่อื่น ย้ายมาอยู่ที่นี่ อีกไม่นานก็จะย้ายไปแล้ว ส่วนผู้นำที่พาชาวบ้านเราทำงานพัฒนาคุณภาพ ก็ต้องรอเวลาให้ได้เรียนรู้ ซึ่งไม่ยากหรอกเพียงแค่เปิดประตูใจ ... มีเมตตาธรรมและใจที่อ่อนโยนขึ้น รู้จักคำว่าให้อภัย ไม่แบกความเคียดแค้นอันมีหน่อเนื้อมาจากความไม่พอใจ... ==> กาลเวลาเท่านั้นจะเยียวยา เพราะทุนธรรมชาติให้มาเป็นผู้ที่พร้อมในความฉลาดอยู่แล้วพัฒนาทางด้านอารมณ์และจิตใจอีกนิด อนาคตรุ่ง...
แล้วข้าพเจ้าจะไปกังวลอยู่ไรเล่า ... ระหว่างนี้ทำอะไรไปได้ก็ทำไป...
น่านะ...ทำมาตั้งสี่ปี ย่างเข้าปีที่ห้า...ได้ขนาดนี้ที่ยังมีความต่อเนื่องกันอยู่ก็พอมีกำลังใจอยู่บ้าง...ก็ยโสธรนี่บ้านเกิดเราแท้ๆ นี่นา...
และแล้ว...
ข้าพเจ้าก็เกิดสภาวะโล่งใจ "ใจเบาเบา" และก็ยังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ใครเห็นไม่เห็นก็ช่างเขาเถิดแต่เรามองเห็น "ใจ" เราก็พอแล้ว...
ให้กำลังใจครับ
กำลังใจของพี่เนิ่มทำให้ได้สติเลยล่ะค่ะ...
แหม...กว่าจะคิดออกก็หลงอยู่ท่ามกลางม่านหมอก แต่จะว่าไปแล้ว ... ใจก็เบิกบานอยู่นะคะ แต่ขาดปัญญา คือ สภาวะใจเรานั้นมันน้อมรับและพร้อมเผชิญหน้าด้วยใจที่นอบน้อม ... แต่ปัญญายังไม่เกิด...
วันนี้หลังจากกลับไปทำกลุ่ม engaged buddhism ในเด็กที่ติดยาเสพติด ที่วัดป่าหนองไคร้ และก็คลิกอออกแบบเนียนๆ ค่ะ ก็เลยบันทึกไว้หน่อย...จะได้มองเห็นตนเอง ณ เวลานี้ว่าเป็นเช่นไร
ขอบพระคุณค่ะ...
ฉันมองเห็นความดีงาม ความดีงามนี้ไม่ขึ้นกับเงินตรา ไม่ตรงต่อผลประโยชน์ตอบแทน ความดีงามที่ใจสื่อสารถึงนี้ ตรงกับสิ่งที่ตนเองเริ่มต้นด้วยความเพียร
......
.....
ได้คำหนึ่งที่เคยบอกกล่าว '' ทำคนเดียวก็จะทำ '' คำคำนี้ยิ่งใหญ่ครับ ขอให้ช่วยเป็นพลังที่สำคัญ ในการเดินทางเคลื่อนดวงใจด้วยความรักและความเพียร.....
....
กระผมชอบเข้ามานั่งอ่านงานเขียน ที่ถือได้ว่า เป็นงานที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริงของคุณกระปอมครับ
....
เลยอยากให้กำลังใจเพื่อเดินทางสร้างงานอย่างต่อเนื่อง
...
เชื่อว่ากำลังใจอย่างหนึ่งที่ทำได้ คือการส่งทอดความรู้สึกนึกคิดให้รับทราบร่วมกันขอรับ
...
สวัสดีครับ