เรื่องของกาแฟ เป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยมานานแล้ว ในสมัยก่อนที่อำเภอบ้านเกิด ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของโคราช ห่างจากโคราชประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ในบริเวณที่เรียกกันว่า “ตลาด” ซึ่งหมายถึงบริเวณที่เป็นย่านที่มีธุรกิจการค้ารวมทั้งตลาดสด ที่มีชาวบ้านนำของมาขายกันในช่วงเช้า ๆ ของแต่ละวัน ที่สี่แยกซึ่งถือว่าเป็นศุนย์กลางของย่านธุรกิจการค้าของอำเภอจะมี ร้านกาแฟ อยู่ที่หัวมุมหนึ่งของถนน อีกหัวมุมหนึ่งจะเป็นร้านขายยา ส่วนอีกสองมุมจะเป็นร้านขายของชำและของใช้ นานาชนิด ดังนั้นชาวบ้านที่ออกมาตลาด ทั้งที่มาซื้อของและนำของมาขาย สำหรับคนที่จะมาซื้อของบางคนก็จะแวะมาที่ร้านกาแฟแห่งนี้กันเพื่อนั่งพักและสั่งเครื่องดื่มต่าง ๆ มาดื่มกัน บางคนก็ดื่มกาแฟร้อนกับปลาท่องโก๋ เป็นอาหารเช้า และอ่านข่าวสารต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์ ที่เป็นบริการฟรีจากร้านกาแฟแห่งนี้ สำหรับคนที่นำของมาขายที่ตลาดในตอนเช้า หลังจากขายของเสร็จแล้วก็มักจะแวะมาซื้อของที่บริเวณสี่แยกนี้เช่นกัน เมื่อเสร็จธุระที่สำคัญแล้วก็จะมักจะแวะมาที่ร้านกาแฟนี้เช่นกัน อาจจะสั่งกาแฟเย็นมาดื่มพร้อมกันอ่านหนังสือพิมพ์และพบปะพูดคุยถามไถ่ถึงสาระทุกข์สุขดิบกับผู้คนที่รู้จักกันไปด้วย สำหรับท่านที่ไม่มีเวลาก็อาจจะสั่งกาแฟใส่กระป๋องนม ที่มีเชือกร้อยทำเป็นที่หิ้วจากฝากระป๋องนมข้น ที่ใช้ใส่เพื่อให้ความหวานทั้งในกาแฟ ที่ปัจจุบันเรียกกันว่ากาแฟโบราณไม่ว่าจะเป็นกาแฟร้อนหรือการแฟเย็น เพื่อนำกลับไปดื่มที่บ้านหรือระหว่างเดินทางกลับบ้านตามสะดวก ร้านกาแฟร้านนี้ยังคงเปิดขายอยู่มาจนถึงในปัจจุบัน โดยผู้ทำหน้าที่ชงกาแฟหรือเจ้าของจะเป็นรุ่นลูกหรือรุ่นหลานของเจ้าของเดิมแล้ว
ร้านกาแฟสี่แยก ร้านนี้ปัจจุบันก็ยังคงทำหน้าที่เป็นที่พบปะพูดคุยกันของเหล่าคอกาแฟ(โบราณ) เหมือนเช่นหลายสิบปีที่ผ่านมาเหมือนเดิม แต่สิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ที่มานั่งดื่มและพบปะพูดคุยกันเป็นประจำเกือบทุกวันในปัจจุบันกลับเป็นชาวต่างชาติ ที่มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอนี้ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ และเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟร้านนี้มีไว้บริการเพิ่มเติมจาก กาแฟและน้ำอัดลมต่าง ๆ ทั้งแบบขวดและกระป๋องนั้นก็คือ เครื่องดื่มพวกเบียร์ ทั้งแบบขวดและกระป๋อง ที่ชาวต่างชาตินิยมมากกว่ากาแฟและน้ำอัดลม

เมื่อพูดถึงร้านกาแฟโบราณแล้วก็เลยนึกถึงร้านกาแฟสมัยใหม่ แต่ตกแต่งด้วยของสมัยเก่าอย่างเช่น ร้านกาแฟอาม่า ที่เคยนำมาแนะนำให้รู้กันตอนเปิดใหม่ ๆ เมื่อต้นปีไปแล้ว เผลอนิดเดียวเวลาผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาม่ามีโอกาสแวะไปเยี่ยมและชิมกาแฟที่ร้านกาแฟอาม่าอีกครั้ง เจ้าของร้านยังจำอาม่าได้ และพูดคุยกันอย่างถูกอกถูกใจ เขาบอกอาม่าว่า ได้อ่านเรื่องราวและเห็นรูปที่เราถ่ายมาบันทึกไว้ในบล็อกของเราแล้ว บอกเราว่าสามารถหาพบได้จากการสืบค้นหรือสอบถามจาก พ่อกู (กูเกอล) ได้ด้วย คราวนี้เลยมีการยืนให้ถ่ายรูปคู่กันรระหว่างเจ้าของร้าน(ตัวจริง) สองคนกับอาม่ามายืนยัน การจัดตกแต่งร้านเขาก็มีการตกแต่งเพิ่มมากขึ้นครับ จากการฟังที่เจ้าของเล่าให้อาม่าฟังก็รับรู้ได้ว่ากิจการของร้านเจริญก้าวหน้าไปด้วยดี และเจ้าของมีโครงการที่จะไปเรียนทำขนมพวกเค็กและคุกกี้เพิ่มเติมเพื่อมาเสริมกิจการอีกด้วย เขาเล่าว่าเขาดีใจมากที่มีลูกค้าเก่าแวะเวียนมา และเขาจำลูกค้าได้เกือบหมดว่าลูกค้าคนไหนชอบกาแฟแบบไหนรสชาติอย่างไร ผมฟังแล้วก็ดีใจด้วยครับ และคิดว่านี่แหละ เป็นเคล็ดลับสุดยอดอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าดีใจและติดใจแวะมาอีก เพราะรู้สึกว่าตนเองเป็นลูกค้าคนพิเศษที่เจ้าของร้านจำได้ การพัฒนาร้านและพัฒนาตนเองอย่างต่อเหนื่องรวมทั้งจดจำรายละเอียดของลูกค้าได้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้กิจการของร้านเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างแน่นอน…..ขอส่งกำลังใจมาช่วยครับ
น่าชื่นชมมากค่ะที่ยังมีร้านกาแฟดีๆ เป็นแหล่งพบปะสังสันต์ของชุมชนนะคะ..
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบริ้มรสชาติของกาแฟ ยิ่งร้านบรรยากาศเช่นนี้
ความหอมของกาแฟก็จะโซยมาหาด้วยความหอมกรุ่นครับ..
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ครับ
สวัสดีคะอาจารย์
บรรยากาศดี น่านั่งมากเลยคะ หนึ่งต้องหาเวลาไปซะแล้ว
ขอบคุณมากนะคะ
ผ่านเข้ามาพบด้วยความระลึกถึงครับ สักวันคงได้ไปชิมกาแฟบ้าง นพครับ
อยากเปิด ร้านกาแฟ บ้างจัง แต่ ไม่รู้จะประสบความสำเร็จ เหมือนกันได้หรือป่าว
ว่างๆ ผ่านมา ต้องแวะ ชิม แน่นอนค่ะ