โดยวจนะทั้ง 2 นี้มีวิภัตติบอกให้รู้วจนะนั้นแล.

ศึกษาภาษาที่ใช้จารึกคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาเถรวาท  ( ต่อ )

คำว่าลิงค์  คือคำพูดถึงเพศของนามนาม มี 3 คือ ปุงลิงค์  เพศชาย  อิตฺถีลิงค์  เพศหญิง  นปุงสกลิงค์  เพศกลาง ๆ

        นามนามบางพวกเป็นลิงค์เดียวและแจกวิภัตติได้ลิงค์เดียว  บางพวกเป็น 2 ลิงค์และแจกวิภัตติได้ 2 ลิงค์  แต่คุณนามและสัพพนามศัพท์เดียวเป็นได้ 3 ลิงค์

     ลิงค์โดยสมมุติคือนามศัพท์ที่แจกวิภัตติไม่ตรงลิงค์เดิม  เช่น ทาร เมีย ( อิตฺถีลิงค์ ) แจกตามศัพท์ ปุริส บุรุษ ( ปุงลิงค์ )

        ลิงค์โดยกำเนิดคือนามศัพท์แจกวิภัตติตรงตามลิงค์เดิม  เช่น พุทธ  พระพุทธเจ้า ( ปุงลิงค์ ) แจกตามปุริส  บุรุษ ( ปุงลิงค์ )

        ลิงค์มีประโยชน์นำนามศัพท์ไปแจกตามวิภัตติให้ถูกต้องตามแบบภาษาบาลี ( เป็นภาษาใช้สื่อสารกันในแคว้นมคธในชมพูทวีปโบราณ ปัจจุบันแถบนั้นนิยมใช้ภาษาฮินดี )

        นามนามศัพท์เดียวเป็นได้ 1 ลิงค์ เช่น  อมโร  เทวดา ( ปุงลิงค์ )  อจฺฉรา  นางอัปสร ( อิตฺถีลิงค์ ) อุทกํ  น้ำ ( นปุงสกลิงค์ )

        นามนามศัพท์เดียวมีรูปอย่างเดียวเป็นได้ 2 ลิงค์  เช่น มโน (ปุงลิงค์ ) มนํ ( นปุงสกลิงค์ )  แปลว่าใจ

        นามนามมีรูปศัพท์เดียวกันเปลี่ยนสระสุดเป็นได้ 2 ลิงค์  เช่น  ตรุโณ ( ปุงลิงค์ )  ตรุณี  ( อิตฺถีลิงค์ ) แปลว่า  ชายหนุ่มหญิงสาว

        คุณนามและสัพพนามศัพท์เดียวเป็นได้ 3 ลิงค์ เช่น นาโถ ( ปุงลิงค์ ) นาถา ( อิตฺถีลิงค์ )  นาถํ ( นปุงสกลิงค์ ) แปลว่า ที่พึ่ง

        วจนะคือคำพูดถึงนามว่ามีน้อยหรือมากแบ่งเป็น 2 คือเอกวจนะ สื่อถึงนามเดียว  พหุวจนะสื่อถึงนาม 2 สิ่งขึ้นไป  โดยวจนะทั้ง 2 นี้มีวิภัตติบอกให้รู้วจนะนั้นแล.

............................................

อ้างอิงนี้โปรดอ่านเพิ่มเติมใน...พระมหานิยม  อุตฺตโม . มปป. หลักสูตรย่อบาลีไวยากรณ์. สำนักเรียนวัดธาตุ  เมืองเก่า  อ.เมือง จ. ขอนแก่น.