8/7/53 มีโอกาสได้เรียนรู้กับ อ.จรัล ในระบบการเลี้ยงสัตว์แบบชาวบ้านๆ ได้พบเห็น ภูมิปัญญา ชาวบ้านหลายข้อที่กำลังแห้งหายไป พร้อมกับ ความเจริญทางวัตถุที่เข้ามาแทนที่  คิดได้ว่าเราจะรักษา ความรู้ ความเข้าใจอย่างไรดีที่จะเก็บความรู้เหล่านี้และถ่ายทอดข้อมูลต่างให้กับคนรุ่นต่อๆไปอย่างไร   การปรับตัวของเกษตรกรก็เป็นไปตามความเจริญ  ปลาใหญ่กินปลาน้อยก็ยังเหมือนเดิม(เอ๊ะ !เขียนอะไรเนี่ย ชักนอกเรื่อง)

  ระบบการเลี้ยงสัตว์ของคนชนบทเปรียบเทียบเป็นการเลี้ยงแบบฝากธนาคารคือ

1.กระแสรายวัน  เช่น การเลี้ยงไก่บ้าน ไก่ไข่ เป็ดไข่ เลี้ยงปลา เช่นวันนี้ต้องไปซื้อของในตลาดก็เอาปลา เอาไก่ที่เลี้ยงไว้ไปขายได้เงิน 100-200 พอได้กินได้ใช้ ผักหญ้าก็เก็บจากรั้วบ้าน

2.ฝากประจำ 4-6 เดือน  ก็เลี้ยง หมู เลี้ยง ห่าน พอเด็กเปิดเทอมก็มีเงินใช้จ่าย

   แถมด้วยค่าปุ๋ยบ้าง

3.แบบฝากประจำรายปี เช่น วัว ควาย ม้า  ปีถึงปีครึ่งได้ลูกก็ขาย ไว้ส่งควายเรียนใน เมือง 

       มูลสัตว์รวมกับฟาง ต้นไม้ใบหญ้า นำมาหมักหน่อยก็ได้ปุ๋ยหมักไว้ใช้

  บางอย่างก็สร้างวัฒนะธรรม ประเพณีขึ้นมา เช่น ทำขวัญควาย  พิธีแลกนาขวํญ

   และอีกหลายอย่าง (ง่วงแล้ว เดี๋ยวมาเขียนเพิ่ม) เช้าแล้วต่อนะครับ อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ขาดไปคือภาวะพึ่งพิงซึ่งกันและกัน  ฝากสัตว์ไปเลี้ยงด้วยกัน เก็บไข่ ผัก ผลไม้ไปฝากกัน   คงจะยากที่จะเห็นในสังคมเมืองนะครับ

  ช่วงท้ายชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์จากการเลี้ยงสัตว์  มากมายหลายข้อถ้ามีเวลาคิดต่ออีกคงมีต่ออีกครับ

       ผมยังเชื่อต่อไปว่า ระบบการเลี้ยงสัตว์ในชนบทจะยังรักษารูปแบบของมันเอาไว้ต่อไปได้ถ้ามีการส่งเสริมไปในทางที่ถูกต้อง พันธุกรรมยังคงมีไว้ได้ตลอดถ้าหน่วยงานราชการช่วยกันเก็บเอาไว้ครับ