บันทึกการเดินทางนี้จากที่ผู้เขียนได้รับมอบหมายจากท่านเลขาธิการ กศน.ให้เป็นวิทยากรที่ปรึกษาโครงการอบรมนักบริหารชั้นสูง กศน. ซึ่งได้มีการศึกษาดูงานที่ประเทศออสเตรเลียจากจุดเริ่มต้นของการเดินทางวันที่ 27 พฤษภาคม 2553 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.10นาฬิกา มุ่งหน้าสู่นครซิดนีย์ โดยเที่ยวบินที่ BA 009 สายการบิน British Airways ถึงสนามบินคิงฟอร์ดสมิทธ์เวลา 06.05 น. ในเวลาท้องถิ่นใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง กว่าจะผ่านการตรวจคนเข้าเมืองก็ถึงเวลา 07.20 นาฬิกา นับว่าสนามบินแห่งนี้ยังมีความอลังการณ์น้อยกว่าสนามบินสุวรรณภูมิของเรา ตอนเช้าเข้าไปรับประทานอาหารภัตตาคารเป็นอาหารประเภทติ่มซำ เมื่ออิ่มหนำแล้วก็ไปล่องเรือชมอ่าวซิดนีย์ซึ่งมีทิวทัศน์งดงามโรแมนติก เป็นอ่าวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 อ่าวที่สวยที่สุด การอยู่บนเรือ Captain Cook Cruises พาล่องชมสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงรอบอ่าวซิดนีย์อาทิ Opera House , Harbour Bridge และยังมีบรรยากาศของการเล่นเรือใบที่ให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา เวลาที่ล่องเรือ 1 ชั่วโมงบนเรือ Captain Cook Cruises จะมีการบรรยายเป็นระยะ ๆเกี่ยวกับสถานที่ๆผ่านรอบบริเวณอ่าวซิดนีย์ด้วยเสียงตามสายที่ติดตั้งไว้ในเรือ มีประโยคหนึ่งซึ่งเป็นจุดขายที่น่าสนใจว่า explore Sydney and beyond with local knowledge ในความหมายนี้เหมือนกับมีการจัดการความรู้ที่เราสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัยในแง่มุมของ informal education หลังจากนั้นก็ไปรับประทานอาหารกลางวันก่อนเดินทางไปในระยะทางไกลจาก Sydney สู่ เมือง Canberra ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง อันมีทัศนียภาพสองข้างทางที่เขียวขจีที่มีทั้งทุ่งหญ้า ทิวเขาและไม้ใหญ่ซึ่งในช่วงนี้เป็นเวลาที่ใบไม้จะผลิใบใหม่รอยต่อจากการร่วงโรยไปของไปแห่งฤดูใบไม้ร่วง เป็นสัญญานบอกว่าฤดูหนาวกำลังก้าวเข้ามาเยือน
เข้าสู่เมือง Canberra ก็เวลาใกล้ค่ำไม่มีโอกาสได้ดื่มด่ำกับการชมเมืองเนื่องจากที่พักไม่ได้อยู่ในเมืองกอร์ปกับลักษณะเมือง Canberra เป็นเมืองเงียบ ๆ เป็นเมืองราชการที่มีหน่วยงานสำคัญ ๆ มาตั้งอยู่มาก อาทิ สถานเอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ โรงเรียนนายร้อยทหาร หอสมุดแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งวันต่อไปก็มีโอกาสดั้นด้นค้นหาการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยในเมืองนี้
จาก Sydney ที่เหนือด้วย Local Knowledge ข้ามเขตมายังเมือง Canberra จุดที่มาศึกษาดูงานการศึกษาตามอัธยาศัยที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการสร้างความเข้าใจให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่บริการทั้งชุมชนและผู้คนที่สนใจทั้งในและต่างประเทศชื่อว่าศูนย์ เควสตากอน (QUESTACON : Australia ’s National Science and Technology Center) กิจกรรมที่นำเสนอในศูนย์แห่งนี้ตามวิถีการศึกษาตามอัธยาศัยต้องการให้อัธยาศัยปรากฎการณ์สู่ความหมายวิทยาศาสตร์รอบตัวเราให้เกิดความเข้าใจได้แก่การใช้ชีวิตประจำวันในด้านการใช้รถใช้ถนน การเกิดแผ่นดินไหว การคำนวณการใช้ทรัพยากรน้ำกับค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำ แรงโน้มถ่วง ประสาทการเรียนรู้การสัมผัส ฯลฯ ซึ่งได้จัดนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจให้ลองปฏิบัติและชมดูได้อย่างเพลิดเพลินได้ทั้ง play ได้ทั้ง learn ประจวบกับความบังเอิญที่ได้ไปดูงานตรงกับวันเสาร์ ผู้ปกครองจึงพาเด็กและเยาวชนคนในครอบครัวมาเรียนรู้ ซึ่งชาวเมือง Canberra ถือว่าวันเสาร์ของทุกสัปดาห์เป็นวันแห่งครอบครัว
การศึกษาดูงานครั้งนี้ได้ลองนำทฤษฎีการบริหารจัดการมาสานความคิดจากทฤษฎี 7S ของ Mckinsey ในการสังเกตุองค์การที่มีประสิทธิภาพ QUESTAGON ก็มีมุมมองที่น่าสนใจเมื่อได้นำมาวิเคราะห์รายด้าน กล่าวคือ
1. กลยุทธ์ขององค์การ (Strategy) ศูนย์เควสตากอนที่มีแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ซึ่งมีกลยุทธ์การตลาดนอกจากจัดในที่ตั้งแล้วยังมีการบริการวิชาการที่เข้าถึงชุมชนสามารถได้งบประมาณในการบริหารจัดการ ประมาณปีละ 20 ล้านเหรียญ
2. โครงสร้างองค์การ (Structure) เป็นโครงสร้างแบบแบนราบ (Flat Organization) เน้นการทำงานแบบภาคีเครือข่ายสังเกตุได้จากแผนผังโครงสร้างองค์การจะแสดงให้เห็นภาคีที่ร่วมการทำงานซึ่งถือว่าเป็นหุ้นส่วนกัน (Partnership)
3. ระบบการปฏิบัติงาน (System) มีระบบงานที่ชัดเจนแบ่งความรับผิดชอบในแต่ละหน่วย สามารถปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างเบ็ดเสร็จในตัว
4. บุคลากร (Staff) นอกจากจะมีบุคลากรหลักและยังมีบุคลากรประเภทอาสาสมัครวิทยากรนำชมจำนวนมากที่ทำงานโดยได้ขึ้นค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดแต่ก็เต็มใจในการมาร่วมงานโดยศาสตราจารย์ Grahan Durant เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งมีทีมงานสมาชิกกว่า 200 คน
5. ทักษะความรู้ความสามารถ (Skill) ศูนย์เควสตากอนทั้งบุคลากรที่อยู่แต่ละฐานการเรียนรู้มีทักษะความรู้เป็นอย่างดีมีความสุขในการถ่ายทอดความรู้สู่การนำเสนอ เช่น ห้องเรียนรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว วิทยากรประจำฐานได้เชื้อเชิญผู้เขียนและคณะจำนวนหนึ่งเข้าห้องและอธิบายถึงปรากฎการณ์แผ่นดินไหว พร้อมกับกดปุ่มให้เกิดสถานการณ์จำลองแผ่นดินไหวจริงภายในห้องให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ตรงเป็นที่น่าตื่นเต้นมาก
6. รูปแบบการจัดการ (Style) ค่อนข้างให้ความอิสระแก่ทีมงาน ซึ่งจะต้องทำงานภายใต้ความสัมพันธ์ของภาคีเครือข่าย
7. ค่านิยมร่วม (Shared Value) ทีมงานมีจุดมุ่งเดียวกันในการสร้างสรรค์ให้เควสตากอนเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่นชอบที่สุดในแคนเบอร์ร่า ดังคำประกาศที่ว่า “ QUESTACON CANBERRA , We ’re one of Canberra ’s most poupular tourist attraction! ”
มุมมองเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าบนเส้นทางของการแสวงหาความหมายแห่งการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยในกรณีศึกษาหนึ่งซึ่งควรค่าแก่การนำประสบการณ์ดี ๆ ที่มีอยู่และได้พบให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การพัฒนาการศึกษาตามอัธยาศัยของไทยเรากันต่อไป


บริเวณอ่าว Sydney



ไปที่ Questacon>...............
สรุปได้เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณ
ขอบคุณ ผอ.อนุชาครับ
อาจารย์เก่งมากเลย
ขอบคุณคุณวิโรจน์ ครับ