โครงการการวิจัยและพัฒนาทักษะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูประจำการ : แนวทางเครือข่ายวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
กรอบแนวคิดการวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ชื่อเรื่อง
การสร้างชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล
เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย นางสาวอัญชลี มุ่งเจริญวัฒนกุล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
สถานที่ โรงเรียนนนทรีวิทยา
ปีที่วิจัย 2553
การวิจัยครั้งนี้เพื่อสร้างชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการเรียนด้วยชุดการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนนนทรีวิทยาจำนวน 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจาการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 4 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 แบบรูปและความสัมพันธ์ ชุดที่ 2 คำตอบของสมการ ชุดที่ 3 การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และชุดที่ 4 โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 20 ข้อ และแบบวัดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์เป็นแบบลิเคอร์ทสเกล (Likert Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ โดยจำแนกตามพฤติกรรมด้านจิตพิสัย แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest - Posttest Design สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการและผลลัพธ์ (E1 /E2) ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าสถิติ t - test Dependent
กรอบแนวคิดในการวิจัย
1. การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล(CIPPA model) หมายถึง รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้โดยการฝึกคิด ฝึกค้นคว้ารวบรวมข้อมูลและสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง ตลอดจนฝึกตนเองให้มีวินัยและรับผิดชอบในการทำงาน (ทิศนา แขมณี. 2542 : 14-15)
C ย่อมาจาก Construct คือ การให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล ทำความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ แปลความ ตีความ สร้างความหมาย สังเคราะห์ข้อมูล และสรุปเป็นข้อความรู้
I ย่อมาจาก Interaction คือ การให้นักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ข้อมูล ความคิด ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
P ย่อมาจาก Participation คือ การให้นักเรียนมีส่วนร่วมทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ ปัญญาและสังคม ในการเรียนรู้ให้มากที่สุด
P ย่อมาจาก Process and product คือ การให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการ และมีผลงานจากการเรียนรู้
A ย่อมาจาก Application คือ การให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์หรือใช้ในชีวิตประจำวัน
2. ชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล หมายถึง สื่อการสอนที่ผลิตขึ้นอย่างมีระบบสอดคล้องกับเนื้อหา ยึดหลักตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ตามความสามารถของแต่ละคน นักเรียนได้ศึกษาเนื้อหา และฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นผู้แนะนำช่วยเหลือ โดยนำนวัตกรรมทางการศึกษาอันได้แก่ สื่ออุปกรณ์ และกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล มาบูรณาการมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมอันพึงประสงค์และบรรลุตามวัตถุประสงค์ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จำนวน 4 ชุด ได้แก่ ชุดที่ 1 แบบรูปและความสัมพันธ์ ชุดที่ 2 คำตอบของสมการ ชุดที่ 3 การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และชุดที่ 4 โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว องค์ประกอบของชุดการเรียนการสอน 2 ส่วน คือ
2.1 คู่มือครู ประกอบด้วย ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ คำชี้แจงสำหรับครู แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล ชุดการเรียนการสอน แบบทดสอบวัดสัมฤทธิ์ทางการเรียน และบรรณานุกรม
2.2 คู่มือนักเรียน ประกอบไปด้วย ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ ชุดการเรียนการสอน แบบทดสอบวัดสัมฤทธิ์ทางการเรียน และบรรณานุกรม ในแต่ละชุดการเรียนการสอนประกอบด้วย ชื่อชุดการเรียนการสอน คำชี้แจงการใช้ชุดการเรียนการสอน ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เนื้อหาสาระ เวลาเรียน สื่อการสอน กิจกรรมการเรียนรู้ แบบฝึกหัด และแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน
3. ประสิทธิภาพของชุดการเรียนการสอน หมายถึง คุณภาพของชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ซึ่งพิจารณาจากประสิทธิภาพตามเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการ (E1) และผลลัพธ์ (E2) ตามเกณฑ์ 70/70
3.1 เกณฑ์มาตรฐาน 70 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่นักเรียนทั้งหมดสามารถทำแบบฝึกหัด/ใบงาน/ใบกิจกรรมระหว่างการเรียนด้วยชุดการเรียนการสอน
3.2 เกณฑ์มาตรฐาน 70 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่นักเรียนทั้งหมดสามารถทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียนในแต่ละชุดการเรียนการสอน
ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่ใช้ชุดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ความสามารถของบุคคลอันเป็นผลมาจากการเรียนการสอน หรือมวลประสบการณ์ทั้งปวงที่ได้รับจากการเรียนการสอนด้วยชุดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของสมรรถภาพสมอง ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวัดจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและได้ตรวจสอบคุณภาพแล้ว เป็นแบบทดสอบปรนัย 4 ตัวเลือก สอดคล้องกับพฤติกรรมด้านความรู้ และความคิด (Cognitive Domain) ตามที่วิลสัน (Wilson. 1971 : 643 – 685) จำแนกไว้ 4 ระดับ คือ ด้านความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ และการวิเคราะห์
4. ความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ หมายถึง การแสดงออกซึ่งความรู้สึก ความพึงพอใจในกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ซึ่งวัดได้จากแบบวัดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นแบบลิเคอร์ทสเกล (Likert Scale) ชนิด 5 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ
Downloadกรอบแนวคิดการวิจัยที่ http://gotoknow.org/file/paujai/Frame.pdf
จากการประชุมเครือข่ายครั้งที่ 1 สมาชิกในเครือข่ายสนใจการทำวิจัยเกี่ยวกับการทำแบบฝึกทักษะจึงขอนำเสนอรายงานการวิจัยในชั้นเรียนแบบกึ่งทางการ เรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่องเศษส่วนและทศนิยม สำหรันักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสมาชิกเครือข่ายกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดเอกสารรายงานการวิจัยที่ http://gotoknow.org/file/paujai/Decimal_m1.pdf
