เครื่องมือการทำงานกับชุมชน

เครื่องมือการทำงานกับชุมชน

       วันนี้ ผมนำเครื่องมืออีก 2 เครื่องมือ (ผังเครือญาติ และการจัดทำผัง  โครงสร้างองค์กรชุมชน) สำหรับ การทำงานกับชุมชนมาฝากครับเป็นเทคนิค  ที่ผมนำไปใช้ทำงานในพื้นที่แล้วได้ผลดี เลยนำมาฝากเผื่อพวกเราเครือข่าย คนทำงานนำไปใช้ครับ (แต่ขออภัย สำหรับการอ้างอิงผู้เขียนและเอกสารครับ ผมจำไม่ได้ว่าได้มาจากไหนครับ... แต่หวังว่าเพื่อประโยชน์ต่อคนทำงานสังคมท่านผู้เขียนคงให้อภัยนะครับ)

ผังเครือญาติ

             ผังเครือญาติ คือ การถอดความสัมพันธ์ ในเชิงเครือญาติ ที่เกิดขึ้นของคนในชุมชนทั้งโดยสายเลือดและจากการแต่งงาน เพื่อให้รู้จักเครือข่าย ทางสังคม (Social Network) ที่สนับสนุนแต่ละครอบครัวอยู่ ผังเครือญาติมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจชุมชนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมเมืองและสังคมชนบท เพราะเครือญาติเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นรากฐานของชีวิตครอบครัวและจะมีความเกี่ยวข้องกันไปตลอดชีวิต ผังเครือญาติจะเป็นเครื่องมือสำคัญ   ที่จะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับคนในชุมชนในเวลาอันรวดเร็ว โดยการรู้จักและเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมขั้นพื้นฐานของสมาชิกในชุมชน เช่น ใครเป็นใครในชุมชน มีบทบาทหน้าที่อย่างไร และมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและ คนอื่นๆ ในชุมชนอย่างไร

วิธีการ

- การรู้จักใช้สัญลักษณ์มาตรฐานที่เข้าใจตรงกันในการทำผังเครือญาติ

- การถอดผังเครือญาติ จะต้องทำความรู้จักกับบุคคลที่มีชื่ออยู่ในเครือญาติ    ที่บันทึกไว้

- อาจจะถอดผังเครือญาติในแต่ละครอบครัว ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้    อย่างน้อย 3 ชั่วอายุคนขึ้นไป

- ควรพยายามทำความรู้จักชื่อที่ปรากฏอยู่ในผังเครือญาติ อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

- ไม่จำเป็นต้องถอดผังสมาชิกที่ย้ายไปตั้งรกรากที่อื่น และ ไม่มีปฏิสัมพันธ์ติดต่อกลับมา

- ให้เน้นการมีสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านมากกว่าการได้ข้อมูล (อย่ามุ่งที่จะสัมภาษณ์โดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของชาวบ้าน )

การจัดทำผังโครงสร้างองค์กรชุมชน

            การศึกษาโครงสร้างองค์กรชุมชน หมายถึง การศึกษาความสัมพันธ์ทางสังคมของชาวบ้านในแง่มุมต่างๆ นอกเหนือ จากความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ทั้งโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม ฯลฯ ของชุมชนด้วยการศึกษา สถาบัน องค์กร กลุ่มต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อทราบถึงความสัมพันธ์เชิงสถานภาพ บทบาท หน้าที่ และอำนาจระหว่างหน่วยต่างๆ ในชุมชน การศึกษาโครงสร้างองค์กรชุมชนจะช่วยให้สามารถสังเกตบทบาทสถาบัน องค์กรและบุคคลต่างๆ ที่ทำหนาที่ขับเคลื่อนชุมชน นอกจากนี้จะทำให้ผู้ศึกษาสามารถจัดความสัมพันธ์ของตนเองกับชุมชน ได้อย่างเหมาะสมไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงชุมชนและสามารถนำข้อมูลมาประกอบภาพของชุมชนให้มีความชัดเจนมากขึ้น

แนวทางการศึกษาโครงสร้างองค์กรชุมชน

ขั้นตอนที่ 1 การทำความเข้าใจแบบแผนความสัมพันธ์ขององค์กรชุมชนในมิติต่างๆ ทั้งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสัมพันธ์ ทางสังคม สัมพันธ์ทางการเมือง โดยการสัมภาษณ์ พูดคุย การสังเกต ( มองที่การปฏิบัติการขององค์กร Organization in Action )

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

- การแบ่งบทบาทหน้าที่ ในชุมชนมีอาชีพ อะไรบ้าง สัดส่วนอาชีพต่างๆ

•  ปัจจัยการผลิตของชุมชน อำนาจการตัดสินใจในการผลิตของชุมชนถูกกำหนดจากอะไร

•  สัดส่วนของสมาชิกในครอบครัว ที่ประกอบอาชีพต่างๆ / สัดส่วนของครอบครัวที่ประกอบอาชีพแต่ละประเภท ฐานะทางเศรษฐกิจภายในชุมชนมีความแตกต่างกันมากน้อยหรือไม่ อย่างไร ( เช่น วิธีการหารายได้ การแบ่งระดับรายได้ จำนวนครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ปานกลาง พออยู่ได้ ทุกข์ยาก จำวนครอบครัวที่ให้ผู้อื่นเช่าที่ดิน ครอบครัวที่ต้องเช่าที่ดินทำกิน ครอบครัวกับภาระหนี้สิน กองทุนในหมู่บ้าน แหล่งเงินกู้ / เงื่อนไขการชำระ ฯลฯ )

ความสัมพันธ์ทางสังคม

-  กลุ่มทางสังคมต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและกลุ่มที่ชุมชนรวมตัวกันเอง

-  ระบบและระดับการศึกษาในชุมชน

-  องค์กรศาสนาและระบบความเชื่อต่างๆ รวมทั้งระบบอาวุโส ระบบอุปถัมภ์ ระบบการนับถือผี

-  บทบาทหน้าที่ของหญิงชายที่มีต่อชุมชน

-  ต้นทุนทางสังคม ภูมิปัญญาด้านต่างๆ ระบบความเชื่อ ค่านิยมที่ทำให้ชุมชนสามารถแก้ปัญหา และปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงได้

-  ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรทางสังคมต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้าน หรือกับผู้นำ เป็นต้น

-  ภูมิปัญญา / ระบบความเชื่อกับชุมชน ชาวบ้านกับการรับสิ่งใหม่ ๆ จากภายนอก ฯลฯ

 ความสัมพันธ์ทางการเมือง

-  โครงสร้างการปกครองท้องถิ่น องค์กร บทบาท/หน้าที่ของผู้นำและกรรมการกลุ่มต่างๆ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ วิธีการคัดเลือกผู้นำ/กรรมการ ฯลฯ

-  กลุ่ม / องค์กรต่างๆ ในชุมชน เกิดขึ้นเองหรือมีการสนับสนุนจากองค์กรภายนอก เช่น รัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ ใครมีบทบาทสำคัญหรือเป็นผู้นำในแต่ละกลุ่ม ชาวบ้านยอมรับใคร

-  ลักษณะและรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มต่างๆ ภายในชุมชน เช่น ความขัดแย้ง การแบ่งปันผลประโยชน์ การช่วยเหลือ การยอมรับ การพึ่งพา ฯลฯ

-  การจัดสรรบทบาทขององค์กรชุมชนในด้านต่างๆ ภายในชุมชน สามารถตอบสนองชุมชนได้หรือไม่อย่างไร

-  ความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นกับนักการเมืองระดับชาติ และการอุปถัมภ์ชุมชน

-  การมีส่วนร่วมของชุมชนเกี่ยวกับระบบการเมืองการปกครอง ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับ กิจกรรมสาธารณะของชุมชน การแสดงความคิดเห็น ฯลฯ

-  มีการเปิดเวทีสาธารณะในชุมชนหรือไม่ อย่างไร ใครมีบทบาทสำคัญ อย่างไรบ้าง เช่น ร้านกาแฟในชุมชน ฯลฯ

-  ความสัมพันธ์ระหว่างนายทุนทางธุรกิจกับผู้นำในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำในท้องถิ่นกับชาวบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างนายทุนทางธุรกิจกับชาวบ้าน ในลักษณะใด เช่น การตอบแทน การพึ่งพา

ขั้นตอนที่ 2 ผังโครงสร้างองค์กรชุมชน เมื่อศึกษาข้อมูลโครงสร้าง ความสัมพันธ์ต่างๆ ในชุมชนจนเข้าใจแล้ว นำมาประมวล เป็นผังโครงสร้างอย่างเป็นระบบ

ขั้นที่ 1 เริ่มจากผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในชุมชน (ทางการ/ไม่เป็นทางการ) เขียนเส้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับบุคคลทีมีความสัมพันธ์ / บทบาทที่เกี่ยวข้อง ใกล้ชิด

ขั้นที่ 2 เขียนเส้นแสดงความสัมพันธ์ของคนทุกคนที่อยู่ในแวดวงของผู้นำในลักษณะเดียวกัน

ขั้นที่ 3 ทำเช่นเดียวกับผู้นำหรือบุคคลอื่นๆ ที่มีความสำคัญในชุมชน เช่น ผู้นำด้านศาสนา พิธีกรรม ความเชื่อ ประธานกลุ่มต่างๆ รวมทั้งคนที่ไม่มีตำแหน่ง ทางการแต่มีบทบาทสำคัญในชุมชน เขียนเป็นเครือข่ายแต่ละบุคคล

ขั้นที่ 4 นำเครือข่ายของบุคคลต่างๆ มาโยงกัน เป็นผังโครงสร้างองค์กรชุมชน

ประโยชน์ในการทำผังโครงสร้างองค์กรชุมชน

1.  ทำให้เห็นโครงสร้างด้านต่างๆ อย่างมีความสัมพันธ์กันอย่างสลับซับซ้อน

2.  โครงสร้างทางสังคมของชาวบ้านอาจเป็นโครงสร้างที่ไม่เป็นทางการซ้อนทับอยู่กับโครงสร้างที่เป็นทางการ และมีความหมายต่อชีวิตจริงของชาวบ้าน

3.  ช่วยทำให้มองเห็นความหลากหลายของโครงสร้างองค์กรในชุมชนและ    วางแผนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น