มองทะลุภาวะซึมเศร้า...ลองค้นหาในตัวท่านและคนรอบข้าง และอย่าลืมตรวจสอบตนเองและคนรอบข้างด้วย

มองทะลุภาวะซึมเศร้า...ลองค้นหาในตัวท่านและคนรอบข้าง

            ในวัฏฏจักรของชีวิตในช่วงใดช่วงหนึ่งของท่านอาจรู้สึกมีความ หม่นหมอง ความทุกข์ทุกข์ ซึมเศร้า จิตใจห่อเหี่ยว เบื่อหน่ายท้อแท้ สิ้นหวัง หมดความกระตือรือร้นที่จะทำอะไรรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าหรือเป็นภาระต่อผู้อื่น ความรู้สึกเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นพักๆหรือเกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้ามีความรุนแรงจนบางครั้งอาจรู้สึกเบื่อชีวิตอยากทำร้ายตนเองหรือคิดฆ่าตัวตาย ถ้าท่านมีอาการดังกล่าวอยู่นาน 2 สัปดาห์หรือมากกว่า แสดงว่าท่านอาจกำลังตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าซึ่งเป็นความเจ็บป่วยทางจิตใจซึ่งท่านจะต้องรับผิดชอบในการดูแลตรวจสอบตนเองและคนรอบข้างที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์อย่าได้ละอายหรือเก้อเขินที่จะไปทำการรักษาอย่างรีบด่วน
       
       
ท่านเชื่อหรือไม่ว่าภาวะซึมเศร้าเป็นภาวะที่พบได้ในทุกวัยไม่เลือกเพศ เชื้อชาติหรือศาสนา จากการศึกษาพบว่า อายุที่พบได้บ่อยคือช่วง 20-40 ปีซึ่งผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย อย่างไรก็ตามมีหลายคนเข้าใจผิดว่าภาวะซึมเศร้าจะเกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งไม่จำเป็นแม้ว่าผู้สูงอายุจะรู้สึกเหงา ว้าเหว่ หรือกังวลใจง่ายกว่าวัยอื่นแต่ความรู้สึกนี้จะเกิดเพียงชั่วคราวแล้วหายไปซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวหากผู้สูงอายุยังมีความมั่นใจ มีจิตใจเข้ม แข็งพร้อมที่จะเผชิญปัญหาและปรับตัวต่อปัญหาได้อย่างดีสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ไม่ใช่ภาวะซึมเศร้าเนื่องจากภาวะซึมเศร้าจะมีอารมณ์ตอบสนองที่ลึกและรุนแรงกว่าจนบางครั้งอาจจะคิดทำลายร้ายตัวเองก็มีแน้วโน้มที่จะเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น   หากเรามิได้ใส่ใจในเรื่องนี้
       
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลักๆ นั้นมีอยู่ 2 ประการดังนี้
       
       1.
ความผิดปกติทางร่างกาย
       
       -
โรคทางกายหลายโรคจะมีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น โรคของต่อมไทรอยด์โรคมะเร็งที่ตับอ่อน โรคสมองเสื่อม โรคเส้นเลือดในสมองอุดตันโรคพาร์กินสัน
       
       -
ยาหรือสารบางอย่างจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ เช่นยาบางชนิดในกลุ่มยารักษาโรคความดันโลหิตสูงโรคมะเร็ง โรคกระเพาะอาหารตลอดจนในกลุ่มยาขับปัสสาวะ กลุ่มยานอนหลับและกลุ่มยาแก้ปวด
       
       2.
การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ
       
       -
เกิดจากการขาดหรือลดน้อยลงของสารสื่อประสาทบางชนิดในสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ภาวะซึมเศร้านี้สามารถสืบทอดทางพันธุกรรมได้
       
       -
เกิดจากการตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการป่วยทางกายการสูญเสียบุคคลหรือสิ่งอันเป็นที่รัก หรือปัญหาชีวิตสมรส ฯลฯ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ทำให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ ปรับตัวไม่ได้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเศร้าท้อแท้ หมดหวัง ไม่อยากต่อสู้ชีวิตขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิตหรือหาแนวทางมาแก้ไขปัญหาปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้นี้จะมีความรุนแรงมากกว่าความเสียใจที่เกิดขึ้นทั่วๆไปเพราะจะเสียการทำหน้าที่ต่างๆจนไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปตามปกติได้
       
      
ส่วนอาการของผู้มีภาวะซึมเศร้าสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ตั้งแต่
       
       1.
ด้านอารมณ์
       
       -
มีความรู้สึกท้อแท้ หดหู่ ไม่มีความสุขขาดความรู้สึกสดชื่นเบิกบาน บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายโกรธง่าย
       
       2.
ด้านความคิด
       
       -
สมาธิไม่ดี ขี้ลืม ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง
       
       -
มองโลกในแง่ร้าย มองตนเองไร้ค่า หรือเป็นภาระต่อผู้อื่น มองทุกสิ่งหมดหวังบางคนจะมีความคิดเบื่อชีวิต เบื่อที่จะสู้ต่อไป คิดอยากตาย หรือคิดจะทำร้ายตนเองหรือพยายามฆ่าตัวตาย
       
       3.
ด้านร่างกาย
       
       -
มีปัญหาการกินอาหาร เช่น เบื่ออาหารหรือกินจุมากขึ้น หรือหิวบ่อยขึ้น
       
       -
น้ำหนักตัวอาจลดหรือเพิ่มขึ้น
       
       -
มีปัญหาการนอน นอนไม่หลับหลับๆ ตื่นๆ หลับไม่สนิท ฝันร้าย หรือหลับยากหรืออาจนอนหลับมากกว่าปกติ
       
       -
อาการปวดของส่วนต่างๆของร่างกายเพิ่มขึ้น
       
       -
ความรู้สึกหรือความต้องการทางเพศลดลงมีเพียงส่วนน้อยที่เพิ่มขึ้น
       
       -
รู้สึกอ่อนเพลีย ล้าร่างกายไม่มีแรง
       
       4.
ด้านพฤติกรรม
       
       -
แยกตนเอง ซึม ชอบอยู่เงียบๆไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หรือสนใจน้อยลง ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางบางคนอาจมีอาการกระสับกระส่าย นั่งไม่ติดเป็นพักๆ ควบคุมตนเองได้น้อยบางรายจะมีการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือใช้ยานอนหลับ ยาแก้ปวดมากขึ้นแสดงความต้องการพึ่งพาผู้ดูแลหรือบุตรหลานมากขึ้น ทำให้บุคคลเหล่านี้เข้าใจผิดว่าทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่ที่จริงแล้วเป็นอาการของความเจ็บป่วย
       
              ตามหลักการแล้วภาวะซึมเศร้า ไม่ได้เกิดจากคิดขึ้นมาเอง ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ ความเซ็งหรือเกิดจากจุดอ่อนที่เป็นคนไม่อดทน ไม่ต่อสู้ แต่เป็นภาวะการป่วยจริงๆทางจิตใจที่ต้องการการรักษาเยียวยาจากแพทย์ บางคนอาจไม่เคยรู้จักว่ามีภาวะนี้ทำให้ไม่ตระหนักถึง บางคนเมื่อป่วยคิดว่า เป็นเองหายเองได้ แก้ไขได้ เอาชนะโรคได้หรือ ไปซื้อยามากินเองซึ่งจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น ระยะเวลาการป่วยนานขึ้นซึ่งจะเป็นที่น่าเสียดาย เพราะภาวะซึมเศร้า รักษาได้ หายได้ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
       
       
วิธีสำรวจง่ายๆด้วยตนเอง
      
ท่าน...มีอาการซึมเศร้าหรือไม่!
       
       
ขีดเครื่องหมาย X ลงหน้าข้อที่คุณมีอาการ และอาการนั้นเป็นอยู่ 2 สัปดาห์ ขึ้นไปโดยในแต่ละข้อจะมีอาการใดอาการหนึ่งก็ได้ไม่จำเป็นต้องครบทั้งหมด
       
       ______ 1.
รู้สึกเซ็ง หรือเสียใจหรือเศร้า หรือหงุดหงิด (เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้)
       
       ______ 2.
รู้สึกเบื่อหน่ายสิ่งต่าง ๆ ที่เคยชอบ หรือสิ่งที่เคยทำให้เกิดความสนุกสนาน เช่นงานอดิเรก กีฬา เพื่อนหรืองานที่เคยชอบทำ
       
       ______ 3.
เปลี่ยนแปลงในความอยากอาหาร (เบื่ออาหาร กินได้น้อยลง หรือหิวบ่อยขึ้น กินมากขึ้น)หรือ มีน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงไป (ลดลงหรือเพิ่มขึ้น)
       
       ______ 4.
เปลี่ยนแปลงในการนอน เช่น นอนไม่หลับ หลับไม่พอหรือหลับมากเกินไป
       
       ______ 5.
รู้สึกอ่อนเพลีย อ่อนล้าไม่มีแรงโดยไม่มีสาเหตุ
       
       ______ 6.
รู้สึกหมดหวังหรือมองตนเองไร้ค่า หรือคอยตำหนิโทษตนเอง
       
       ______ 7.
สมาธิไม่ดี ลืมง่าย หรือไม่กล้าตัดสินใจอะไรหรือตัดสินใจได้ช้ากว่าเดิม
       
       ______ 8.
รู้สึกกระสับกระส่ายไม่เป็นสุขโดยไม่มีสาเหตุ
       
       ______ 9.
มักคิดถึงเรื่องตายบ่อยๆหรือเบื่อชีวิต หรือเคยคิดจะฆ่าตัวตายหรือเคยฆ่าตัวตายมาแล้ว
       
       (
ถ้าตอบคำถามได้ 5 ข้อ หรือมากกว่าแสดงว่าคุณมีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นควรรีบพบจิตแพทย์โดยเร็วเพื่อรับการวิเคราะห์ว่าป่วยหรือไม่ซึ่งคุณจะได้รับประโยชน์มากกว่าอยู่กับความไม่แน่ใจ)

              อย่าประมาทปล่อยให้ภาวะซึมเศร้าคอยเกาะกินกัดกร่อนความเป็นตัวของตัวเราจนหมดหนทางแก้ไขอันรวมถึงคนรอบข้างด้วย  การตรวจสอบให้ใช้ความรู้สึกที่รับผิดชอบต่อตัวเราเองอย่างเคร่งครัด  เราจะได้ข้อมูลที่เราจะต้องจะนำมาพิจารณาในการดูแลตัวเราเองและคนรอบข้างให้ป็นปรกติได้อย่างน่าอัศจรรย์

…………………………………………………………..
       
แหล่งอ้างอิง      หนังสือธรรมลีลาโดย ศ.พญ.อรพรรณ ทองแตง จิตแพทย์)                     ฉบับที่ 116 กรกฎาคม 2553