“มากมื้อ ก็มากโรค” เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ

         ตอนนี้ผมชักเริ่มกังวล เกี่ยวกับสุขภาพอันเนื่องมาจากการรับประทาน (อาหารนะครับ ไม่ใช่อย่างอื่น) ของผมซะแล้ว

         ในหนึ่งมื้อ ผมต้องรับประทานอาหารสองครั้งบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่รวม Coffee break อีกต่างหาก

         เย็นของวันพุธที่ 7 ก.ย.48 รับประทานอาหารเย็นเป็นเพื่อนภรรยา (ตัวเอง) ที่บ้านประมาณ 6 โมงเย็น พอสองทุ่มเศษ รับประทานอาหารเลี้ยงรับรองคณะผู้ตรวจราชการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

         รุ่งขึ้นวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย.48 หลังเลิกประชุมประมาณ 11 โมงเศษ พาคณะผู้ตรวจราชการ ฯ ไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ริมน้ำน่าน ใกล้วัดจูงนาง ไม่ห่างจาก มน.มากนัก ที่นั่นอาหารอร่อย บรรยากาศดี และราคาไม่แพง (ถูกมากเลยล่ะ) เป็นร้านเพิงธรรมดา ๆ แต่พาใครไปรับประทานแล้วมักจะติดใจ ขอให้พาไปอีกถ้ามีโอกาส บางทีไม่มีแขกไปใครมาเราก็ยกทีมไปรับประทานกันที่นี่บ่อย ๆ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ และได้มีโอกาสพูดคุยกันระหว่างรับประทานอาหาร ทำให้การทำงานเป็นทีมดีขึ้น

         พอใกล้ 12.00 น.ผมขอตัวให้คนขับรถช่วยพากลับมา มน.ก่อนคนอื่น เพื่อเป็นประธานการประชุมและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ มื้อนี้เป็นอาหารกล่อง ผมไม่ค่อยได้รับประทานอะไรเท่าไร เนื่องจากเพิ่งรับประทานมา และต้องเป็นคนพูดชี้แจงซะเป็นส่วนใหญ่

         ที่ มน.เรามักจะประชุมกันตอนรับประทานอาหารกลางวัน เนื่องจากเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่จะว่าง แต่ถ้าเป็นการประชุมสำคัญ ๆ วาระเยอะ ๆ ต้องพิจารณากันมาก  ก็จะใช้วิธีนี้ไม่ได้ผล

         เดิมสำนักงานของงานวิจัย เป็นห้องเดี่ยวอยู่รวม ๆ กันในพื้นที่เล็ก ๆ จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการสื่อสารภายใน และการทำงานเป็นทีม หลังจากย้ายมาอยู่ชั้น 6 ตึก CITCOMS เมื่อปลายเดือน ส.ค.48 คาดว่าปัญหาคงมีตามมาแน่ เนื่องจากต้องกระจายคนไปอยู่ตามห้องเล็ก ๆ ต่าง ๆ ซึ่งเรียงกันอยู่ ตามแนวยาวมากกว่า 50 เมตร แบบห้องใครห้องมัน ผมแนะนำให้เขาหยุดรับประทานอาหารว่างและอาหารกลางวันพร้อม ๆ กันที่ห้องประชุม เพื่อจะได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และประสานงานกัน ผมจะคอยดูผลของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ต่อประสิทธิภาพของการทำงานที่จะมีขึ้นในอนาคตข้างหน้า แล้วจะเล่าให้ฟังต่อครับ เมื่อมีโอกาส

        วิบูลย์ วัฒนาธร