ภูทอกแดนมหัศจรรย์

     

 

 

                          

       "ภูทอกแดนมหัศจรรย์ วัดเวฬุวันเรืองชื่อ อดีตเล่าลือบ้านนาทราย" เป็นสัญลักษณ์ ของอำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นจังหวัดที่เล็ก แต่ยาว คือ..เอ่อ! จังหวัดหนองคาย โดยลักษณะทางภูมิศาสตร์ จะมีพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำโขง จากอำเภอสังคมเขตติดต่อ จังหวัดเลย ไปจนถึง อำเภอบึงโขงหลง เขตติดต่อ  จังหวัดนครพนม ระยะทาง 238 กิโลเมตร ยาวไหมครับ ถ้าป็นแถวภาคกลางขับรถไกลขนาดนี้ น่าจะไปได้ประมาณ 5-6 จังหวัดโน่นแหละ แล้วยังมีอีกข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ จังหวัดหนองคายมีทั้งสิน 17 อำเภอ มีอำเภอที่ติดกับน้ำโขง ถึง 11 อำเภอ มีแค่ 6 อำเภอเท่านั้นที่ไม่มีเขตติดกับน้ำโขง อำเภอที่ผมอยู่ชื่ออำเภอศรีวิไล เป็น 1 ใน 6 อำเภอที่ว่า แต่ก็อยู่ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 27กิโลเมตรเท่านั้นเอง แล้วภูทอกล่ะอยู่ที่ไหน ภูทอกก็อยู่ในอำเภอศรีวิไลเนี่ยแหละ คือจริงๆแล้วภูทอกนี่เป็นวัด ชื่อที่ใช้เข้าโรงเรียนคือ"วัดเจติยาคีรีวิหาร"โดยมีชื่อเล่นว่า "วัดภูทอก"ว่ากันว่า"ทอก"(ออกเสียงให้ดีนะครับ) หมายถึง โทน หรือ คนเดียว โดดเดี่ยว ประมาณนี้ครับ คนที่ตั้งวัดแห่งนี้ขึ้นมา ท่านเป็นพระป่าสายอาจารย์ มั่น  ภูริทัตโต ชื่อพระอาจารย์จวน  กุลเชฏโฐ ท่านได้ธุดงค์มาจากทางจังหวัดสกลนคร เห็นว่าทำเลเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เจริญวิปัสนากัมมัฏฐาน จึงได้เริ่มต้นบุกเบิกพัฒนา โดยมีญาติโยมจากบ้านนาสะแบง บ้านนาคำแคน เป็นกำลังหลัก เจออุปสรรคระหว่างการก่อสร้างมากมายแต่ท่านก็มิได้ย่อท้อ ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของภูทอก ที่เป็นภูเขาหินทรายตั้งตระหง่านอยู่ มีหน้าผาที่สูงชัน ไม่มีทางขึ้นถึงยอด พระอาจารย์จวนกับลูกศิษย์ ได้ช่วยกันค่อยๆสร้างสะพานไม้ขึ้นไปถึงบริเวณประมาณชั้นที่ 4  จึงได้สร้างเป็นสะพานไม้วนรอบหน้าผา จนถึงชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 ทำบันไดไม้ขึ้นจากชั้นที่ 6 ขึ้นไปยังบริเวณหลังแป หรือชั้นที่ 7 จนแล้วเสร็จ ซึ่งสร้างความอัศจรรย์ใจ ให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เวลามองจากข้างล่างจะมองเห็นสะพานไม้ที่วนรอบภูทอก เป็นลักษณะ คล้ายๆมังกร พันรอบภูทอกอยู่ สวยงามเป็นอย่างยิ่ง พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นพระที่มีชื่อเสียง ในเรื่องข้อวัตร ปฏิบัติ ขจรขจายไปไกล มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย นอกจากท่านจะพัฒนาวัดภูทอกแล้ว หมู่บ้านที่อยู่รอบๆ ก็พลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วย เช่น บ้านนาคำแคน บ้านนาต้อง ที่ได้รับประโยชน์จากการสร้างฝาย สร้างอ่างเก็บน้ำ บริเวณรอบภูทอก แล้วท่านก็ทำเป็นประปา แรกๆก็ใช้แค่ในบริเวณวัด ต่อมาก็ขยายให้ประชาชนทั้งหมู่บ้านได้ใช้ร่วมกัน รวมถึงการพัฒนาถนน หนทาง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านได้ มรณภาพ ไปในคราวที่เครื่องบินตก ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปเพื่อรับกิจนิมนต์ ของสำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523 สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์อย่างหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานเพลิงศพของพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ที่วัดแห่งนี้ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2524
  
                                         
  
     หลังจากนั้นไม่นานสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น เมื่อกระดูกหรืออัฐิของท่านแปรสภาพกลายเป็นผลึกแก้ว,เป็นหิน หรือกลายเป็นพระธาตุ สร้างความอัศจรรย์ใจแก่ลูกศิษย์ลูกหา และผู้ได้พบเห็นเป็นยิ่งนัก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้สร้างเจดีย์เพื่อเก็บอัฐิ หรือพระธาตุของพระอาจารย์ และเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ เก็บอัฐบริขาร ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของท่านไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา การก่อสร้างเจดีย์แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิด ในปี 2532 ปัจจุบันวัดภูทอก ยังตั้งตระหง่านอวดความมหัศจรรย์ เคียงคู่กันกับเจดีย์พิพิธภัณฑ์บรรจุอัฐิธาตุของท่าน รอพุทธศาสนิกชน แวะไปกราบนมัสการและเยี่ยมชม "ภูทอกแดนมหัศจรรย์"ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ ของพวกเราชาวอำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย หากท่านมีโอกาส มาจาริกแสวงบุญ มาท่องเที่ยว มาธุระหรือมาพักผ่อนที่จังหวัดหนองคาย อย่าลืมแวะมาชม ความมหัศจรรย์ของ "ภูทอก"สักครั้งหนึ่ง...นะครับ