บทความภาวะผู้นำ2

บทความที่2

ภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง หรือภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ

(Transformational Leadership)

รศ. สุเทพ  พงศ์ศรีวัฒน์

                Burn, (1978)     ได้เสนอแนวคิดถึงความแตกต่างระหว่าง ภาวะผู้นำแห่งการแลกเปลี่ยน (Transactional leadership)  กับ ภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational leadership  หรือ ภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ)     กล่าวคือ  ผู้นำแห่งการแลกเปลี่ยน จะเน้นกระบวนการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำกับผู้ตาม โดยที่ผู้นำยอมรับความต้องการของผู้ตามด้วยการให้วัตถุสิ่งของที่มีค่าตามต้องการ  โดยมีเงื่อนไขของการแลกเปลี่ยนคือ ผู้ตามต้องทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดหรือปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จตามข้อตกลง แล้วผู้ตามก็จะได้รับรางวัลตอบแทนเป็นการแลกเปลี่ยน ขณะที่ผู้นำก็ได้ประโยชน์จากผลงานที่สำเร็จนั้น  ผู้นำแห่งการแลกเปลี่ยน  จะเน้นการดำเนินงานที่มีความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ (Efficiency)  ขององค์การ  ให้บังเกิดผลดี  (Excel)    ผู้นำแบบนี้จึงมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามหน้าที่ทางการบริหาร (Management functions) เช่น  การวางแผน  การจัดองค์การ การจัดสรรงบประมาณ  การติดตามควบคุม  เป็นต้น  ในการทำงานจึงมักไม่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างกันมากนัก  จึงกล่าวได้ว่า  ผู้นำแห่งการแลกเปลี่ยนจะแสดงพฤติกรรมของความเป็น “ผู้บริหาร”  มากกว่าความเป็น “ผู้นำ”

                ส่วนผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง  จะมีคุณลักษณะที่สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญขึ้นในองค์การ  เป็นผู้นำที่มีความสามารถในการนำการเปลี่ยนแปลงโดยการสร้างวิสัยทัศน์  กลยุทธ์และวัฒนธรรมขององค์การ  พร้อมไปกับการส่งเสริมให้เกิดการริเริ่มสร้างสรรค์ให้ได้ผลงาน ผลิตภัณฑ์  และเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกด้วย  ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจะไม่ใช้แรงจูงใจทางวัตถุเพื่อมีอิทธิพลเหนือผู้ตาม  แต่จะเน้นการใช้สิ่งที่มีลักษณะเชิงนามธรรมมากกว่า  เช่น การใช้วิสัยทัศน์ (Vision)  ค่านิยมร่วม (Shared values)  และการสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน (Consideration)   การพยายามทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำมีความหมายเชิงคุณค่า  การสร้างความเข้าใจและความรู้สึกร่วมของผู้ตาม  โดยตลอดกระบวนการของการเปลี่ยนแปลง  ความเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง  จึงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะเฉพาะตัวของผู้นำ  เช่น  ค่านิยม (Values)  ความเชื่อ (Beliefs)  และคุณลักษณะอื่น เช่น  ความมีบารมีหรือความเสน่หา (Charisma)  ของผู้นำเองมากกว่าการใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำกับผู้ตาม ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจะเน้นที่”ความมีประสิทธิผล” (Effectiveness)  ของงาน  ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบัน  ความเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจึงเหมาะสมและมีการนำไปใช้ในแทบทุกองค์การอย่างแพร่หลาย

ประโยชน์ที่ได้รับ

การพัฒนาองค์กรให้เป็นที่ยอมรับและมุ่งสู่ความเป็นเลิศนั้น มิใช่การกระทำของผู้บริหารแต่เพียงผู้เดียวแต่จะต้องเกิดจากความร่วมมีร่วมใจของบุคคลในองค์กรมุ่งพัฒนาไปด้วยกัน การเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยการการใช้วิสัยทัศน์ (Vision)  ค่านิยมร่วม (Shared values)  และการสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน (Consideration)   การพยายามทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำมีความหมายเชิงคุณค่า เพื่อประสิทธิผล” (Effectiveness)  ของงาน