วันๆ มีแต่เรื่องราววุ่นวายมากมาย รู้สึกถูกคุกคาม ถูกละเมิดสิทธิจากสภาพแวดล้อมที่ไม่สับปายะ ก็ต้องทน ๆ ๆ ๆ และทำใจเพื่อสุขภาพจิตที่ดีของเรา หยิบหนังสือคำพ่อสอนมาอ่านพบหัวข้อถูกใจพอดี "ความสงบ"
"ความสงบนั้น ภายนอก ได้แก่สภาวการณ์ที่เรียบร้อยเป็นปรกติ ไม่มีความวุ่นวายขัดแย้ง ไม่มีการเอาเปรียบเบียดเบียน หรือมุ่งร้ายทำลายกัน ภายใน ได้แก่ความคิดจิตใจที่ไม่ฟุ้งซ่านหวั่นไหว หรือเดือดร้อนกระวนกระวายด้วยอำนาจความมักได้ เห็นแก่ตัว ความร้ายกาจเพ่งโทษ ความหลงใหลเห่อเหิม อันเป็นต้นเหตุของอกุศลทุจริตทั้งหมด การทำความสงบนั้นต้องเริ่มที่ภายในตัว ในใจก่อน เมื่อภายในสงบ ความคิดจิตใจก็ตั้งมั่น สามารถคิดอ่านด้วยเหตุผล ความละเอียดรอบคอบ และสามารถค้นหา จำแนกข้อเท็จจริง ถูก-ผิด ชั่ว-ดี ได้โดยกระจ่างและถูกต้อง จึงเกื้อกูลให้บุคคลประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีที่งามตามแนวทางที่สุจริตเหมาะสมได้ และย่อมจะส่งผลสะท้อนถึงภายนอกให้มีความปรกติเรียบร้อยด้วย..." (หน้า ๗๕)

"ความสงบร่มเย็น อาจพูดได้ว่ามีเป็นสองส่วน คือความสงบภายนอกและความสงบภายใน ภายนอกได้แก่สภาวะแวดล้อม หรือสภาวะความเป็นอยู่ที่เป็นปรกติ ปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนที่ทำให้เกิดภัยอันตราย หรือเกิดความกระวนกระวายเดือดร้อนต่างๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือความขัดแย้งวุ่นวาย ความมุ่งร้ายทำลายกัน ภายใน ได้แก่ จิตใจที่สะอาดแจ่มใส อิ่มเอิบสบาย ไม่มีกังวล ไม่มีความขุ่นเคืองขัดข้องใจ
ความสงบภายในหรือจิตใจที่ปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนนี้สำคัญมาก ควรจะทำให้มีขึ้น เพราะผู้ที่มีจิตใจสงบ จะใช้ความคิดพิจารณาของตนได้อย่างกว้างขวาง และถูกต้องดีขึ้น ความคิดที่ประกอบด้วยความสงบนี้มีศักยภาพสูง อาจนำไปใช้คิดอ่าน สร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยความสุข ความเจริญก้าวหน้าให้สัมฤทธิ์ผลได้......" (หน้า ๗๗)

แม้ว่าภายนอกจะไม่สงบ ขอใจเราสงบก็ใช้ได้นะ
ครูแจ่มใสครับ โรงเรียนราชประนุเคราะห์ทั้งหลายนั้น ผมทราบครับว่างานหนักเพราะเด็กกินนอนประจำที่นั่น เหนื่อยแต่อย่าเพิ่งท้อนะครับ หามุมสงบ หนังสือดีดีมาอ่านบางช่วงเวลา ช่วยได้มากครับ หรือบางครั้งอาจจะต้องพักจริงๆ สักวันสองวัน เติมพลังกลับไปสู้เพื่อเด็กใหม่ครับ
สวัสดีค่ะคุณครูหยุย
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะคุณบุษรา
ยินดีค่ะที่แวะมาเยี่ยมกัน จะได้แบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไปค่ะ