"สื่อสารงานวิจัย : ทำผลการวิจัยให้มีชีวิต" คือ...ห้องแรกแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปนั่งฟังในภาคบ่าย เพราะอะไรก็ตามแต่ หากมีการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะไปในทิศทางใดนั้นย่อมเป็นปรากฏการณ์ที่น่ายินดีเสมอ
ดั่งงานวิจัยที่ทำให้มีชีวิตชีวา อันเป็นการคืนข้อมูลและผลการวิจัยสู่สังคม
การเพียงตีพิมพ์ หรือนำเสนอในเวทีวิชาการ ในทัศนะของข้าพเจ้ามองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแคบและเฉพาะกลุ่ม ถ้าหากเราได้มีการกระจายออกของข้อมูลในทุกทิศทุกทาง แล้วโดยเฉพาะการคืนข้อมูลให้กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาที่เรามุ่งหานั้น หากว่าได้เราข้อมูลคืนกลับจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว
ทันทีที่เข้าไป มีหลายคนนั่งเกือบเต็มห้อง
ฝั่งหนึ่งจะเป็นวิทยากรที่มาช่วยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของงานวิจัย หรือผู้ดำเนินรายการเรียกว่า "ทำผลการวิจัยให้มีชีวิต" และข้าพเจ้าต่อท้ายอีกว่า "ชีวา"... เพราะมีแต่ชีวิตหากขาดชีวา ก็ไร้ซึ่งการเรียนรู้ถึงความสุข
และอีกด้านหนึ่งจะเป็นคนหน้างาน R2R ที่มาบอกเล่างานวิจัยของตนเอง คือ คุณสุรางค์ศรี คีตมโนชญ์ และคุณสันติ โฉมยงค์ ซึ่งคุณสุรางค์ศรี ได้บอกเล่าถึงการสื่อสารผลการวิจัยของตนเองว่าได้สื่อสารไปที่ใครบ้าง ดั่งเช่น ผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน และกลุ่มผู้ป่วย...
ระหว่างที่นั่งฟังนั้น สิ่งที่ปรากฏในห้วงแห่งความคิดของข้าพเจ้าก็คือ
กระบวนการสื่อสารงานวิจัยมันมีการไหลวนอยู่ในตนเอง
อันเป็นการไหลวนทั้งภายในตนเอง และไหลวนออกมาเชื่อมโยงข้างนอก สู่การแปรเปลี่ยนในเชิง Positive





จากงานวิจัยเรื่อง "การประเมินผลโครงการพัฒนาคุณภาพบริการ คลินิกเบาหวานแบบครบวงจรในเครือข่ายบริการ สาธารณสุขเขตอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2552" ของคุณสุรางค์ศรี คีตมโนชญ์ นั้น ในทัศนะของนักสื่อสารที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้แก่
- รศ.ปิยะกุล เลาวัณย์ศิริ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว
- คุณสายศิริ ด่านวัฒนะ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
- คุณภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
- อ.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุกเพื่อสื่อศิลปวัฒนธรรม (สสส)
ถ้าหากว่าเราต้องการสื่อสารงานวิจัยนั้น...ไม่ควรใช้ภาษาวิชาการ หากแต่ใช้ภาษาที่เรียบง่าย อ่านเข้าใจง่าย คนนอกวงการ กลุ่มตัวอย่าง ชาวบ้าน หรือคนทั่วไปก็สามารถรู้เรื่องได้
ทำให้ข้าพเจ้านึกไปถึงเวลาที่อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแหล่งสื่อสารอื่น ที่มีการนำผลการวิจัยมาเผยแพร่ จะใช้สำนวนอ่านแล้วเกิดเป็นความรู้ความเข้าใจ ซึ่งนี่ถือได้ว่าเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนั่นเอง
๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ภาคบ่ายวันแรกแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R
ยินดีด้วยครับ
เเวะมาชื่นชมชาว R2R ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะคุณ บรรเทิง เฉียงกลาง
อยากฟัง...เรื่องเล่าคนหน้างาน R2R อย่างคุณ กุ้งนาง สุธีรา จังเลยค่ะ
ปีหน้าจะมีโอกาสไหมคะ...
ดีค่ะห้องนี้อีกมุมมอง ทำให้เกิดสีสัน มีชีวิตขึ้น