นายวิโรจน์ จรสิทธิ์

สรุปงานวิจัยภาวะผู้นำ 1

ชื่อวิจัยเรื่องภาวะผู้นำของหัวหน้างานที่ประเมินโดยผู้ใต้บังคับบัญชากรณีศึกษา องกรณ์ที่บริหารงานโดยผู้บริหารชาวสิงคโปร์แห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน

ชื่อผู้จัดทำ อัญชุลี ชาญณรงค์

จากงานวิจัยสรุปได้ว่า ภาวะผู้นำของหัวหน้างานที่ประเมินโดยผู้บังคับบัญชาเป็นการศึกษาเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 68 คน แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในส่วนของการทดสอบสมมติฐาน สถิติที่ใช้ได้แก่ T-test ค่าF-test และ LSD-test ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

ผลการวิเคราะห์ภาวะผู้นำของหัวหน้างานพบว่า พนักงานส่วนใหญ่ประเมินภาวะผู้นำของหัวหน้างาน โดยเห็นว่า หัวหน้างานโดยส่วนใหญ่มีภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยในระดับปานกลาง(ค่าเฉลี่ย=3.15, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน=1.06) มากที่สุด รองลงมามีภาวะผู้นำแบบเผด็จการในระดับปานกลาง(ค่าเฉลี่ย=3.00, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน=1.11) และมีรูปแบบภาวะผู้นำแบบตามสบายในระดับปานกลาง(ค่าเฉลี่ย=2.62, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน=1.17) น้อยที่สุด

ผลการทดสอบสมมติฐาน สามารถสรุปได้ว่า มีเพียงตัวแปรระดับการศึกษาที่มีความสัมพันธ์กับภาวะผู้นำของหัวหน้างานที่ประเมินโดยผู้บังคับบัญชาที่แตกต่างกัน โดยเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนเพศ อายุ และระยะเวลาที่ร่วมงานกับหัวหน้างาน จากผลการทดสอบให้ผลต่อการประเมินภาวะผู้นำของหัวน้างานไม่แตกต่างกัน

วิจัยภาวะผู้นำ 2

ชื่อ ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำกับประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษาเขตภาคตะวันออก ชื่อผู้จัดทำ อัมพร อิสรารักษ์

จากงานวิจัยสรุปได้ว่า การวิจัยเพื่อศึกษาระดับ เปรียบเทียบ ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำกับประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออกและเพื่อศึกษาปัจจัยภาวะผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตภาค ผลการวิจัยพบว่า

1. ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออก เป็นแบบภาวะผู้นำปฏิรูปอยู่ในระดับมาก

2. ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน เขตภาคตะวันออก จำแนกตามอายุของผู้บริหารโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนจำแนกตามวุฒิการศึกษาของผู้บริหารโดยรวม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

3. ประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออก โดยรวมอยู่ในระดับมาก

4. ประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออก จำแนกตามอายุของผู้บริหาร และวุฒิการศึกษาของผู้บริหาร โดยรวมแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

5. ภาวะผู้นำของผู้บริหารกับประสิทธิผลโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตภาคตะวันออก มีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

6. ภาวะผู้นำของผู้บริหารแบบปฏิรูป ด้านความเสน่หา X3 และด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา X6 สามารถพยากรณ์ประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยรวม y ได้ร้อยละ 38.20และความสามารถร่วมกันทำนายได้อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้สมการในรูปคะแนนดิบดังนี้ y.=2.132 + .239 (X3) + .179 (X6)