สำนักข่าว 'Dailymail' หรือ 'Mailonline' ตีพิมพ์เรื่อง 'Nurses overwhelmed with paperwork 'spend less than half their time with patients'
แปลว่า "พยาบาลถูกท่วมทับ (overwhelmed) ด้วยงานกระดาษ (งานเอกสาร เช่น รายงานคนไข้ ฯลฯ) จนใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งในการดูแลคนไข้" หรือ "งานกระดาษทำพยาบาลไม่มีเวลาดูคนไข้", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ Mailonline ]
...
วิดีโอ: แพทย์ชาวเยอรมนีถ่ายภาพวิดีโอโรงพยาบาลในเกาหลีเหนือ ท่านรายงานว่า เกาหลีเหนือมีคนตาบอดมากมาย
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขาดอาหาร เช่น วิตามินเอ ฯลฯ ต้อกระจกที่ไม่ได้รับการผ่าตัด และสาเหตุอื่นๆ อีกมากมาย
...
รพ.ที่นั่น "มีแต่ตึก", ไม่มียา น้ำเกลือ (บางทีก็ใช้ขวดเบียร์ใส่น้ำเกลือ), เรื่องนี้ตรงกับรายงานข่าวเร็วๆ นี้ที่ว่า การผ่าตัดที่นั่น เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ฯลฯ ใช้วิธีมัดแขนขา เนื่องจากไม่มียาสลบ
คนไข้ท่านหนึ่งมีแผลรูปโค้งที่หน้าท้อง (ปกติเราจะเห็นแผลผ่าตัดรูปเส้นตรงมากกว่า) เมื่อหลายสิบปีก่อน, ท่านเคยไปทำงานที่ลิเบีย รถคว่ำตามบ้านนอก... สมัยนั้นอาจารย์หมออียิปต์ที่นั่นผ่าสดโดยไม่ต้องใช้ยาสลบเช่นกัน
----//----
การศึกษาที่ทำ ในกลุ่มโรงพยาบาลหนึ่งในสหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ / UK) พบว่า พยาบาลใ้ช้เวลาทำงานกระดาษมากจนทำให้มีเวลาดูแลคนไข้ 44%
เรื่องนี้ทำให้คณะผู้บริหารสำนักบริการสุขภาพมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ถึงกับ ต้องรณรงค์ หาทางผลักดันให้งานเอกสาร หรือ "งานกระดาษ" น้อยลง เพื่อให้พยาบาลมีเวลาดูแลคนไข้อย่างน้อย 80%
...
คนในโรงพยาบาล ท่านหนึ่งเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบซีเล่าให้ผู้เขียนฟัง ว่า ท่านมีโอกาสไปรับการเจาะชิ้นเนื้อตับจากโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่ผ่านการ ตรวจรับรองมาตรฐานโรงพยาบาล (HA) มาแล้ว
หลังเจาะตับมีการวัดชีพจร ความดันเลือดทำนองนี้ไม่กี่ครั้ง ทำให้ท่านสงสัย จึงขอดูแฟ้มการรักษาคนไข้กลับพบ "งานกระดาษ" หรือบันทึกการรักษาสุดหรู
...
บันทึกการ รักษาของท่านมีเขียนไว้ว่า ได้วัดสัญญาณชีพ (ชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิ อัตราการหายใจ) อย่างละเอียดถี่ถ้วน, มีการให้คำแนะนำ และประเมินคนไข้เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง
จริงๆ ไม่ได้ทำอย่างที่เขียน (ไม่สามารถให้ชื่อผู้ให้ข้อมูลได้ตามจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าว)
...
ปัญหาการลาออก ของพยาบาล-หมอนั้น... ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริหารที่ "หลุดโลก", ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ออกกฏเกณฑ์หรือสั่งการมากมาย ทำให้คนทำงานที่เหนื่อยอยู่แล้ว เหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะงานเอกสาร
โรงพยาบาลในต่างจังหวัดจำนวนมากมีผู้บริหารคนเดิมๆ "แช่อิ่ม" ฝังรากลึก ไม่มีการโยกย้าย หรือหมุนเวียนสับเปลี่ยน ทำให้เกิดการสะสมอิทธิพลจนพยาบาล และหมอใหม่ๆ ทนไม่ไหว ขอย้ายออกหรือลาออกไปมากมาย
...
เรื่องนี้ส่วน หนึ่งเป็นผลมาจาก "อำนาจ" ของผู้บริหารที่มากล้นพ้นฟ้า ขาดการหมุนเวียน สับเปลี่ยน และฝังราก (เขี้ยว) ลึก
การศึกษาเรื่องพยาบาลและหมอลาออก... ไม่ควรคิดถึง 'pull factors' หรือปัจจัยดึงดูด เช่น รายได้ภาคเอกชน ฯลฯ ที่มากกว่าอย่างเดียว, ควรพิจารณา 'push factors' หรือปัจจัยผลักดัน เช่น ผู้บริหารประเภทเขี้ยวฝังลึกเกาะโรงพยาบาลหนึบ (ผลักดัน ทำให้พยาบาล-หมอที่เหลือออกไป) ฯลฯ ไว้ด้วย
...
ถ้าไม่แก้ทั้ง 'pull factors' และ 'push factors' แล้ว... คนไข้หรือประชาชนจะได้รับการบริการไม่ดี และขาดหลักประกันสุขภาพไปอีกนาน
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่ มา
-
Thank Dailymial.co.uk / Mailonline;
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 16 กรกฎาคม 2553.
-
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
วงการศึกษาก็เช่นกันค่ะ อยู่กับpaperwork ซะมาก ก็เพราะเชื่อถือในสิ่งที่ลงกระดาษได้กันเสียมากนี่คะ
มีวิธีการตรวจสอบคุณภาพการพยาบาลส่วนหนึ่งจากกระดาษไปให้คะแนน พยาบาลต้องตามวัฒนธรรมองค์กรทั้งที่สงสารคนใข้ น่าจะทบทวนนะ
ขอขอบคุณอาจารย์และท่านผู้อ่านทุกท่านครับ... ไม่ว่ากิจกรรมคุณภาพอะไรก็ควรทำให้ 'green, clean & lean' มากขึ้น คือ ลดการใช้พลังงาน-กระดาษ, สะอาด-โปร่งใส (ตรวจสอบได้), เรียบง่าย-ลดงานที่ไม่จำเป็นลง // ทุกวันนี้พยาบาล หมอ ครูบาอาจารย์เหนื่อยมากๆ ครับ // เหนื่อยกับกระดาษ และที่ลืมไม่ได้ คือ พยาบาลกับหมอจำนวนมากลาออก หรือย้ายออก เนื่องจากผู้บริหารโรงพยาบาลรากงอก ฝัง(เขี้ยว)ลึก อำนาจผู้บริหารล้นฟ้า และไม่มีการสับเปลี่ยน-หมุนเวียน //
แรงผลัก แรงดึงดูด
มีอีกหลายแง่มุมค่ะอาจารย์
ประสบการณ์ตรง(ส่วนตัว) บางครั้งงานที่เป็นหลักฐาน เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับคนไข้ และผิดไม่ได้หรือไม่ควรผิด ผู้บริหาร(หรือสูงกว่าผู้บริหารขึ้นไปอีก) ไม่เข้าใจทุกเรื่อง ไม่ได้สนับสนุนเต็มที่ (ไม่มีงบ ไม่มีตำแหน่ง สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น)
บางสายงานจึงจำเป็นต้องไปในที่ที่พร้อมกว่า ทั้งที่ โดยภาพรวม ไม่ได้อยากไปนัก ยังรักและผูกพัน....
ลปรร แง่มุมหนึ่ง ค่ะ
งานเอกสารว่ามากแล้วตอนนี้ยังเจองานที่ต้องลงในคอมพิวเจอร์(สารสนเทศ)ด้วยคะ พยาบาลในหอผู้ป่วยไร้ว่าเป็นอย่างไร แต่พยาบาลชุมชนกำลังจะตาย เพราะว่าทำงานต้องมีงานกระดาษเยี่ยมบ้าน คัดกรองเขียนหนังสือรายงาน แล้วยังต้องมาคีย์ในโปรแกรมอื่นๆ อีก เช่น i-risk , DMPrim, CKD, JHCIS, คัดกรองสุขภาพจิต, คัดกรองโรคเรื้อรังของกองควบคุมโรคไม่ติดต่อ, โปรแกรมระบาดวิทยา นี่แค่ยกตัวอย่างนะคะ ที่สรรหามาให้ทำทุกงาน คนละโปรแกรม ซึ่งพึ่งพาและเชื่อมกันไม่ได้ ทั้ง สปสช. กับกระทรวงสาธารณสุข เจ้าของงานแต่ละงาน ต้องการให้คีย์ในโปรแกรมตัวเอง มีทั้งต้องคีย์ออนไลน์บ้าง บางโปรแกรมคีย์ ออฟไลน์ แล้วซิปส่งทุกเดือน ทุกสัปดาห์คะ
ไม่นับวันดีคืนดี กลุ่มแพทย์และนักวิชาการกระทรวงมีความคิดที่ดี บรรเจิดมากอยากรักษานะดี แต่โยนกรรมมาให้เราด้วย ปีนี้โครงการดีคัดกรองโรคหัวใจในเด็กวัยเรียน ตรวจร่างกายทั่วไปของเด็กก็ลำบากแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ลงงานอนามัยโรงเรียนมีน้อยมาก แต่ต้องมาฟังเสียงหัวใจเด็กอีกทุกคน ตั้งแต่ อนุบาลจนถึงประถม 6 คิดดูสิคะว่าใครจะตาย ไม่นับรวมงานกระดาษที่ต้องบันทึกให้อีกว่าคัดกรองใครแล้วพบอะไร ต้องเขียนนะคะ ในโครงการนี้ 4 ฉบับ นักเรียนที่ต้องตรวจนะ 8,000 คน จะให้ทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ที่จะมาคีย์ข้อมูลไม่มี เจ้าของงานแต่ละงานต้องทำเอง ค่าตอบแทนไม่มี จ้างใครก็ไม่ได้
ทุกวันนี้ เห็นแต่บอกว่าพยาบาลมีจำนวนมาก แล้วค่าตอบแทนกดกันเข้าไป ตัวเองอยู่ทั้งในหอผู้ป่วย 13 ปี และมารับงานชุมชน 7 ปีนี้ ไม่เห็นว่างานพยาบาลชุมชนจะดีและเบากว่าในหอผู้ป่วยเลย แถมเอกสารต้องมากกว่าอีก เพื่อนๆ พยาบาลชุมชนเห็นด้วยไหมคะ อยากเห็นอนาคตที่พยาบาลเป็นนายตัวเองและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ บันทึกที่จำเป็นจัง
อ้อ ในการตรวจรับรองการรักษาพยาบาล แพทย์ลงรักษาแล้วอ่านไม่ออก เขียนไม่ครบ คนที่ต้องเขียน ต้องทำให้ครบก็พยาบาลหน้าห้องกับคนลงทะเบียนในโปรแกรมนะแหละ อย่าบอกแต่ว่าแพทย์ตรวจมากเลย ตรวจเสร็จก็กลับ แต่คนตามลงรายงานสิเหนื่อยกว่าเพราะลายมือขอมโบราณ อ่านยากมากคะ