สี่ห้าวันมานี้ได้ยินและกระทบกับคำ ๆ นี้ ในความรู้สึกที่แตกต่างกัน ณ ขณะเวลาเดียวกัน ทำไมนะ ผู้คนเอ่ย คำ ๆ เดียวกัน แต่ใจ เราตอบสนองคำ ๆ นี้ที่แตกต่างกัน

สะท้อนถึงใจที่ไปสัมผัสความดูถูก         นั่นกลับกลายเป็นว่า รู้สึกถึง คนผู้นั้นกำลัง ดูถูกตัวเขาเอง

สะท้อนถึงใจที่เข้าไปสัมผัสความน้อยเนื้อต่ำใจ   นั่นกลับกลายเป็นว่า คนผู้นั้นน้อยเนื้อต่ำใจในตนเอง

สะท้อนถึงใจที่ไปสัมผัสความคาดหวัง  นั่นกลับกลายเป็นว่า  รู้สึกถึงคนผู้นั้นคาดหวังในตนเอง

สะท้อนถึงใจที่ไปสัมผัสความชื่นชม     นั่นกลับกลายเป็นว่า  รู้สึกถึงคนผู้นั้นกำลังชื่นชมตนเอง

                 

ก่อนที่จะเห็นความรู้สึกเหล่านี้ มีทั้งม่านหมองแห่งความขุ่นมัว ม่านหมอกแห่งความปราบปลื้มใจ สิ่งเหล่านี้บดบังใจ บดบังความรู้สึก บดบังสิ่งที่ปรากฏเห็น

แต่แล้วไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้น ทุก ๆ สิ่งก็ดับไปเมื่อม่านหมองจางลง กลับทำให้มองเห็นลึกลงไปในสิ่งที่แต่ละคนแสดงออก สะท้อนถึงภายในของคนผู้นั้น เมื่อเรื่องราวจบลง

ก็เหมือนเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง ของคนที่ถูกเรียกว่า

 “เภสัชกร ไปทำหน้าที่นั้น ๆ เพื่อให้ได้เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ความจริง”

 

ช่างน่าสงสารผู้หญิงที่สั่นสะเทือนกับคำเหล่านี้เสียจริงหนอ เธอทุกข์ อยู่เป็นนานสองนานกับความคิดที่ว่า
 “มีเธออยู่จริง”

แต่มองอีกมุมก็ดีนะ เหมือนพึ่งได้รับรู้ความรู้สึกชื่นชม และได้รับรู้ความรู้สึกดูถูกมาแบบไล่เลี่ยกัน ทำให้เห็นความยึดมั่นถือมั่นได้ชัดเจน

                ขอบพระคุณทุกเรื่องราวที่ให้โอกาสได้เรียนรู้

ไม่มีคนดีที่สุด ไม่มีคนแย่ที่สุด มีเพียงบทเรียนแห่งการเรียนรู้ชีวิต