"ความจริงที่เราไม่อยากให้เป็นจริง" คือสิ่งที่มนุษย์กลัวมากที่สุด หลายคนกลัวที่ต้องเผชิญกับความจริงที่แสนปวดร้าว ด้วยวิธีหลีกหนีความจริง บางคนถึงขั้น "เสียสติ" เพื่อหนีความจริงนั้นอย่างถาวร บางคนใช้วิธีหนีชั่วขณะด้วย "ยาเสพติด" แต่มีบางคนหนีด้วยการ "ปลิดชีพ" พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) กล่าวไว้ในหนังสือ "คติธรรมแห่งชีวิต" ไว้ว่า "รู้ความจริงของธรรมดา แต่ได้ประโยชน์มหาศาล" พร้อมขยาย ความว่า กฎธรรมชาติเป็นความจริงที่เราทั้งหลายจะต้องรู้ไว้เพราะมีแต่ประโยชน์ แม้จะเป็นกฎธรรมชาติในส่วนที่ไม่ถูกใจเรา ไม่น่าปรารถนา เราก็ต้องรู้เพื่อจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ความรู้กฎธรรมชาติ หรือความจริงของสิ่งทั้งหลายตามธรรมดานี้ อาจแบ่งง่ายๆ ว่ามีประโยชน์ได้ 3 ขั้นขั้นที่ 1 เป็นประโยชน์สำหรับที่จะปฏิบัติตามได้ถูกต้อง เพื่อจะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยดี มิให้เกิดทุกข์โทษภัยขั้นที่ 2 เป็นประโยชน์ในการที่จะนำมาใช้ มาจัด มาทำ หรือสร้างสรรค์อะไรของเราเองให้สำเร็จประโยชน์ขึ้นมาตามต้องการขั้นที่ 3 เป็นประโยชน์ในทางความรู้เท่าทันที่จะดำเนินชีวิตด้านใน ทำให้รู้จักวางท่าทีของจิตใจได้ถูกต้อง ทำให้มีความสุขและไร้ทุกข์อย่างแท้จริง พระพุทธศาสนาท่านสอนให้เผชิญหน้ากับ "ความจริง" ให้ยอมรับความจริง ในที่สุดแล้วคนเราต้องอยู่กับความจริง หนีความจริงไม่พ้น ถ้าเราทำจิตใจ ของเราให้อยู่กับความจริงได้ตลอดเวลาแล้ว ความจริงที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่กระทบกระเทือนจิตใจของเรา แต่ถ้าเราไม่ยอมรับมัน ความจริงก็ต้องเกิดอยู่ดี และเพราะเราไม่ยอมรับมัน มันก็เลยกระทบกระเทือนตัวเรามาก ความทุกข์ก็เกิดขึ้นมามาก เรียกว่าเป็นทุกข์สองชั้น คือทุกข์เพราะความดับที่ต้องเจอะต้องเจอ เป็นความจริงตามธรรมดา เมื่อถึงเวลานั้นแล้วยังทุกข์ ด้วยหวาดผวาไหวหวั่นตลอดเวลา ก่อนที่ความจริงนั้นจะมาถึงอีกด้วย คติเตือนใจ : "เราลองหัดที่จะสุขน้อยเพื่อทุกข์น้อย แล้วชีวิตเราจะดีขึ้น" (bb-flower)
สวัสดีครับครูจ่อย
ผมได้อ่านบันทึกแล้วรู้สึกว่ามีสาระดี เห็นด้วยอย่างยิ่ง ขอบคุณครับที่เขียนเรื่องดีๆให้อ่าน
สวัสดีค่ะครูจ่อย
"เราลองหัดที่จะสุขน้อยเพื่อทุกข์น้อย แล้วชีวิตเราจะดีขึ้น"
ขอบคุณสำหรับคติเตือนใจค่ะ
ชีพรอด ปลอดภัย ใฝ่รัก พรรคนิยม อุดมการณ์
ซำบายดีบ้อท่านจ่อย