กาย เวทนา จิต ธรรม
เมื่อตามดูตามรู้กายในกายกาย 
ยามโยกย้าย แกว่งไกวก็ให้รู้
ตามดูไป แค่รู้ ดูดูดู     
ติดตามคู่ ความเคลื่อนไหว ทั้งไกลใกล้
เมื่อตามดู ตามรู้ เวทนา     
อุเบกขา สุข ทุกข์ ฤๅไฉน
เวทนานอก หรือว่าใน   
รู้ไว้ ในขณะปัจจุบัน
มาตามดูตามรู้อาการจิต     
ความนึกคิดจากจิตที่เกิดนั่น
หงุดหงิดงุ่นง่านรำคาญครัน   
แสนเซ็งไหวหวั่นหรือเมตตา
หากจิตเข้าไปรู้ธรรมในธรรม        
กิจกรรมของจิตปริศนา
ธรรมมารมณ์ชอบชังแลตัณหา      
หลักธรรมนานาที่ซ่อนใน
หากถามว่าทำไมต้องตามดู          
ตามแค่รู้แค่รู้ หรือไฉน
ใช่สิแค่รู้เป้องกันได้      
ป้องกันใจปรุงแต่งแหล่งยั่วยวน
แค่รู้ เป็นเครื่องกั้นแห่งตัณหา      
กั้นอัตตาอวิชชาอันผันผวน
ทิฐิมานะอัตตาที่ก่อกวน              
ทุกสิ่งล้วนแปรปรวนอยู่ในใจ

หากตามดูตามรู้อยู่อย่างนี้         
มีสติที่ดีจึงดูได้
ใช้สติแค่รู้ อยู่คราใด             
จึงจะได้เชื่อว่าหน้าที่ตน
เมื่อตามดูตามรู้จนเข้าใจ    
สิ่งใดใดเกิดดับไม่สับสน 
ค่อยเรียนค่อยรู้อย่างอดทน
มรรคผลอยู่ข้างหน้าถ้าเข้าใจ
อันว่าตัณหาพาคิดเห็น        
ก็จะเด่นออกมาหามิได้
ด้วยว่า แค่รู้  แค่ดูไว้             
มีสติเมื่อไรปัญญามา 
ฝึกไว้เพื่อให้สติระลึก            
เพื่อการตรองตรึกของปัญญา
ปฏิบัติ แค่รู้ ก็เพื่อว่า                 
เกิดปัญญาที่แท้แลเท่าทัน
ปัญญาพาละความยินดี             
ละทิฐิที่มี ที่ยึดมั่น
อันยินดียินร้าย ก็เหมือนกัน              
ช่างมัน ไม่เอามัน ปล่อยวางไป
มิได้หวัง ความดี ว่ามีเพิ่ม            
มิได้หวังสงบเสริมสว่างใส
มิได้หวังว่าวิเศษกว่าเดิม ไซร้            
แม้นความหวังสิ่งใดก็ไม่เอา
สายน้ำที่หวังดี