ปักกิ่งนครแห่งความหลัง ที่อาม่าเคยไปในฐานะนักวิชาการไปเสนอผลงานทางวิชาการในโครงการ(GLOBSAR)  ปี 2538

ได้รับข่าวจากปักกิ่ง ขณะกำลังทานข้าวมื้อเย็นวันนี้  เป็นโทรศัพท์จากน้องชาย เล่าให้ฟังว่า เดินทางโดยรถไฟ จากเซี้ยงไฮ้ ไปปักกิ่งใช้เวลา 9 ชั่วโมง ออกเดินทางตอนกลางคืนจึงไม่ค่อยได้ชมบ้านเมืองเท่าไรนัก หลังจากถึงปักกิ่ง ใช้บริการบริษัททัวร์ ตอนนี้ท่องเที่ยวในปักกิ่ง ไปเยี่ยมชมพระราชวัง กำแพงเมืองจีน ฯลฯ เป็นช่วงอาทิตย์ที่สอง

จากนั้นออกเดินทางต่อไป WUHAN โดยเดินทางด้วยรถไฟ ในช่วงเวลากลางวัน จะได้บรรยากาศอีกแบบ โดยจะเห็นทิวทัศน์ บ้านเมืองความเป็นอยู่ของผู้คน สองข้างทางรถไฟ คงมีเวลาที่จะเก็บภาพความทรงจำในการเดินทาง ตามเส้นทางประวัติศาสตร์ของครอบครัว

ส่วนหลานสะใภ้ จะเดินทางจากเซี้ยงไฮ้ มารอรับที่สถานีรถไฟที่ วูหั่น เพื่อมาทำหน้าที่ล่าม และพาไปพบญาติ ตามที่นัดหมายกันไว้ อาม่าอยู่ทางนี้ก็ นั่งนับถอยหลังรอคอยฟังข่าวการพบหน้ากันครั้งแรกของ คุณอาและหลานชายหลานสะใภ้ และเหลนสะใภ้จากแดนไกล สุดขอบฟ้าข้ามน้ำข้ามทะเล มาตามหา ……รอคอยมานานแสนนาน

ภาพนี้เป็นภาพเมื่อ 60 ปี ที่แล้ว อาม่ากับน้องชาย  คนที่ไปตามหาญาติที่ประเทศจีนในขณะนี้ค่ะ พวกเราโตมาในสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ และมีสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงมาตลอด จึงมีความรักและผูกพันธ์กับสัตว์เลี้ยงทุกตัว ถึงแม้เขาจากไปแล้ว เราก็จะคิดถึงเขาและทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ด้วยค่ะ

หลินฮุ่ยกับน้องชาย