ยามเช้า ๆ อากาศแจ่มใสทำให้จิตใจแช่มชื่นบานเบิก ฤกษ์หามยามก็ดีมีอย่างเดียวคือรถติด ๆ จากจิตใจที่เบาสบาย ๆ เริ่มแปรเปลี่ยนไปในทางเคร่งขึมของใครหลายคน...ด้วยสิ่งแวดล้อมบางครั้งก็เป็นตัวกำหนดให้จิตใจรีบเร่งหลงลืมหอบเอาความสุขติดตัวไปด้วย...
ในชั่วโมงเร่งด่วนบางครั้งยูมิเองก็ต้องใช้ลิฟต์แทนบันไดที่ปกติชอบเดินขึ้นลงยามชั่วโมงปกติในที่ทำงาน...และบ่อยครั้งที่ต้องเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่กดตัวเลขให้กับเพื่อน ๆ ทีตรูกันเข้าไปในลิฟต์เพื่อขึ้นหรือลงจากตึกของคณะ...
ณ ปากประตูลิฟต์ชั้น 1 ของตึก...ไปด้วยคนคะ...ยังมีที่ว่างมาเร็ว ๆ ไปด้วยกัน...ไปชั้นไหนบ้างครับ...ชั้น 3 คะ ชั้น 5 ครับ ใครไปชั้น 7 บ้าง..? เริ่มมีเสียงกลั้นความขำ ๆ หลายคนรู้สึกได้ว่าลิฟต์นี้มีแค่ชั้น 6 เท่านั้น...
แวบ...บิน ๆ วน ๆ อยู่บนหัวพวกเราภายในลิฟต์...วาว ๆ ผีเสื้อก็ไม่เดินขึ้นบันไดนะ...มีเสียงขำ ๆ บ้างอมยิ้ม ๆ
พอเปิดออกเจอชั้นที่ 3 มีคนออกไปมีคนเข้ามา...เป็นอาจารย์ชาวต่างชาติเข้ามา...ยิ้ม ๆ เมื่อเจอยูมิเราเคยคุยกันเขาพยายามพูดภาษาไทยเมื่อเห็นยูมิถือสิ่งของหนัก ๆ ...เฮโล...โผมซวยไหม..?...ฝรั่งว่า
...ครับ...ไม่ต้องช่วย ๆ ยูมิตอบ...เท่านั้นละบรรดานิสิตกลุ่มหนึ่งอยู่ในนั้นฮาทำนบพังทลายกลั้นความขำไม่อยู่เอาเสียเลย...ฮา ๆ เอิก ๆ...
แง่คิดวันนี้ว่า...การได้อมยิ้มหรือขำ ๆ วันละนิดทำให้ดวงจิตของเราสดใสดีจังเลยละ...
สวัสดีท่านอาจารย์ umi ครับ
การยิ้มเหมือนเปิดประตูใจทักทายกันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยนะครับ
ขอบพระคุณครับ...
ใช่ค่ะ...^__^
สวัสดีครับ คุณPhornphon
เป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจให้กันและกันนะครับผม...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ นางสาว ปนััดดา จันทร์เหลือง
เป็นคำสั้น ๆ แต่มีความหมายนะครับนี่...อิ อิ อิ
ของคุณครับ