พระดีที่น่ากราบไหว้ และพระมหาเถระตัวอย่างของประเทศไทยในวันนี้ พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนทั่วไปต่างเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ แต่คนทั่วไปยังมีจิตใจในการทำบุญ ดังนั้นเพื่อทำให้เข้าใจอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์โดยไม่ต้องเสียทรัพย์ คณะสงฆ์ภาค 6 จึงได้จัดโครงการ "เข้าวัดโดยไม่เสียเงิน" นำร่องที่วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ทุกวันเสาร์เวลา 18.00-20.00 น. โดยให้พระภิกษุอธิบายการปฏิธรรมและรักษาศีล มีการถือศีลภาวนา ทั้งต่อผู้คนทั่วไปและเหมาะกับครอบครัว สร้างความอบอุ่นและขัดเกลาจิตใจไปพร้อมๆ กัน สิ่งสำคัญไม่มีการเก็บเงินหรือรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการถือศีลและภาวนาไม่ต้องใช้ทรัพย์และไม่ยุ่งยากเหมือนการทำทานแต่ก็เป็นหนึ่งในการทำบุญเหมือนกันและยังเป็นการทำบุญขั้นสูงกว่า ทั้งนี้ปัจจุบันผู้คนเข้าใจผิดเรื่องการทำบุญหรือบุญกิริยาวัตถุ ประกอบด้วยการให้ทาน รักษาศีลและภาวนา โดยเน้นทำบุญด้วยการให้ทานเพียงอย่างเดียว แต่ขาดการรักษาศีลและภาวนา "อาตมาเห็นวัดหลายแห่งมีการโฆษณาเรี่ยไรเพื่อนำเงินไปสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ดังนั้นจึงให้นโยบายกับวัดต่างๆ ทั่วภาค 6 ทั้งเชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่และน่าน ให้หยุดโครงการที่ไม่จำเป็นหันมาให้ชาวพุทธถือศีลและภาวนา รวมทั้งเนื่องจากคนพุทธเป็นคนมีน้ำใจอ่อนไหวต่อการทำทานจึงทำให้มีคนบางประเภทอาศัยเงื่อนไขนี้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ก็ซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจทำให้ทุกข์หนักเข้าไปอีก" พระธรรมราชานุวัตรกล่าว เจ้าคณะภาค 6 กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีพระภิกษุและสามเณรจำวัดน้อย แต่กลับสร้างวัตถุใหญ่โตเกินตัว เช่น บางวัดมีเพียง 2-3 รูปกลับสร้างหอระฆังนับล้านบาท ฯลฯ พระสงฆ์ไม่สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพราะเสียเวลาไปกับการดูแล นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับวัดในประเทศจีน ญี่ปุ่น พม่า ศรีลังกา พบว่าไม่มีการถวายปัจจัยหรือเงินให้กับพระสงฆ์เลย ดังนั้นเราจึงควรปฏิบัติให้เหมือนกัน เพราะภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ไทยคือเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างวัตถุมากถึงร้อยละ 90 ดังนั้นเพื่อให้พระสงฆ์ห่างจากวัตถุและมีเวลาเผยแผ่ศาสนาจึงได้มีการหารือในคณะสงฆ์เห็นว่าในอนาคตควรจะให้ภาครัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดำเนินการ โดยกำหนดให้มีศูนย์กลางพระสงฆ์ตำบลละ 1 วัด ทำการบูรณะวัดต่างๆ ตามความเป็นจริงในการใช้งาน ส่วนพระสงฆ์ก็รวมกันอยู่เป็นหมู่คณะเหมาะกับวัตรปฏิบัติมากกว่ากระจายไปวัดละ 1-2 รูป ด้านศิลปะก่อสร้างของวัดต่างๆ ก็จะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างสร้างเหมือนในปัจจุบัน นอกจากนี้ส่งเสริมการศึกษาของพระสงฆ์เพราะเชื่อว่าคนมีความรู้จะไม่ทำบาป คาดว่าจะทำให้พระพุทธศาสนาเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง และประเทศชาติเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเมื่อนำร่องที่วัดพระแก้วแล้วจะให้วัดต่างๆ ปฏิบัติต่อกันไปอย่างยั่งยืน