ขุมทรัพย์ในตน

ในอดีต

“มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน”  คำกล่าวนี้มีมานาน  ซึ่งยังคงความหมายเดิมและยังคงมีคุณค่าและสร้างคุณค่าให้กับมนุษย์ได้เสมอ  วิชาความรู้ในวัยทารกสิ่งแรกที่ทำให้มนุษย์ได้รับความรู้  คือ ประสบการณ์ในชีวิตที่คุณมองจากคนอื่นหรือได้รับมาด้วยตนเอง  จากนั้นเมื่อโตขึ้นจะได้รับการสั่งสอนหรือการอ่านหรือจากครูอาจารย์ที่โรงเรียน  รวมทั้งประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับในช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป  วิชาความรู้เหล่านี้จะสามารถช่วยให้คนๆ นั้นสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม    รวมทั้งความสุขความสงบก็ยังเกิดขึ้น  สิ่งแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมก็ยังงดงาม  เพราะในใจและสมองของมนุษย์นอกจากมีความรู้แล้ว  ยังมีคุณธรรม จริยธรรม  อย่างเต็มเปี่ยมด้วย

ในปัจจุบัน

“ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”  คำกล่าวนี้มีมานานและก็มีผลกระจ่างเสมอตั้งแต่ในอดีต  แต่จะส่งผลที่มีกรณีตัวอย่างมากมายในปัจจุบัน  เนื่องมาจากมนุษย์ได้รับแต่ความรู้  ซึ่งก่อให้เกิดความอยาก  อยากได้  อยากมีและอยากเป็น ซึ่งนั่นคือผลที่ได้จากการศึกษา  เพราะความรู้มีมาก  แต่คุณธรรม จริยธรรม  กลับเป็นปฏิกิริยาผกผัน  ทำให้เกิดการแช่งชิง  ทำลายล้างทั้งกับตัวมนุษย์เอง  รวมถึงมรดกของสังคมคือสิ่งแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

อีกไม่นานและในอนาคต

“ขุมทรัพย์ในตน”  คำกล่าวนี้เริ่มมีบทบาทมากขึ้น  เพราะผลจากการกระทำของมนุษย์  ทำให้ทุกคนต้องมองย้อนกลับไปในอดีต  ว่าระบบการศึกษาเป็นเช่นไร  ทำไมถึงได้เกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ขึ้น  มนุษย์ยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความอยาก  โดยไม่ละอายเพราะเหตุใด    สิ่งต่างๆเหล่านี้มีผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมากมายมหาศาล  ทำให้การเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนในโรงเรียน  รวมทั้งระบบการอยู่ร่วมกันในสังคม  และร่วมกันประสานรอยแตกแยกของสังคม  โดยใช้วิชาความรู้และคุณธรรมมาใช้ร่วมกัน  ดังที่นายแพทย์ประเวศ  วสี  ได้เขียนไว้ในหนังสือวิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ศูนย์ หนึ่ง เก้า.  ตอนหนึ่งสรุปได้ว่า  “ขุมทรัพย์ในตน กล่าวว่า มนุษย์มีขุมทรัพย์ในตัวอยู่แล้วที่จะสามารถนำมาใช้เพื่อไปให้ถึงการมี จิตสำนึกใหม่ได้ คือการที่มนุษย์มีสมองที่มีศักยภาพสูงยิ่ง จะเรียนรู้อะไรก็เรียนรู้ได้ และกล่าวถึงการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้เพื่อให้เข้าถึงความจริงตามธรรมชาติที่ทุกสิ่งล้วนเชื่อม โยงอย่างเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเป็นเหตุปัจจัยแก่กันละกัน (อิทัปปัจจยตา) โดยใช้การคิดอย่างเป็นกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) เป็นฐานในการเรียนรู้ และเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนรู้คือ ชีวิต หรือกายและใจของตนเอง (เบญจขันธ์) ผ่านการฝึกให้รู้ตัวเอง (การเจริญสติ) จนเข้าใจวงจรความทุกข์ (ปฏิจจสมุปบาท) อย่างแจ่มแจ้ง และคลายออกจากความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน หยุดการเห็นแก่ตัว เกิดเป็นปัญญา อิสรภาพ ความสงบ และความสุขในที่สุด”

ที่มา  :  (ประเวศ วะสี (2550). วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ศูนย์ หนึ่ง เก้า. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สวนเงินมีมา. จำนวน 182 หน้า)    ผู้เขียนบรรณานิทัศน์: คุณจารุปภา วะสี