“แล้วอะไรล่ะคือการบริหาร”
ความหมายของการบริหาร
1. กระบวนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุจุดหมายขององค์กร (วิโรจน์ สารรัตนะ)
2. กิจกรรมต่าง ๆ ที่บุคคลตั้งแต่ 2
คนขึ้นไปร่วมมือกันดำเนินการ
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือหลายอย่างที่บุคคล
ร่วมกันกำหนด
โดยใช้กระบวนการอย่างมีระเบียบและใช้ทรัพยากรตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ
อย่างเหมาะสม (นพพงษ์ บุญจิดาดุลย์)
3. การบริหารหมายถึงการทำงานของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่ร่วมปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน (Barnard)
แนวคิด พัฒนาการทางทฤษฎีการบริหาร
1. ด้วยความเชื่อที่ว่าการจะทำการสิ่งใดให้สำเร็จนั้นจะต้องมีการดำเนินการ 4 ประการ คือ ความรู้จริงในเรื่องนั้น การปฏิบัติที่เป็นวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงและพัฒนาเสมอ ๆ เพื่อให้ดีกว่าเดิมและการแสวงหาลู่ทางให้ได้กำไรหรือได้เงินมาก ๆ
2. การบริหารธุรกิจหรือการบริหารราชการจะต้องเน้น 4 เรื่อง คือ คุณภาพที่เหนือกว่า ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า คิดริเริ่มและคิดแตกต่างกันได้มากกว่า และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าจึงจะมีความเหนือชั้น
*** การบริหารองค์กรจะต้องพิจารณาองค์กรอย่างครบถ้วน คือลูกค้า การเงิน ประสิทธิภาพขององค์กร และการพัฒนาคน หรือการสร้างความรู้ขององค์กร
*** หลักการแห่งชัยชนะในทุกยุทธภูมิก็คือ อุดมการณ์ที่ชัดเจน องค์กรจัดตั้งเข้มแข็ง กลยุทธที่แยบยล และการมีมวลมหาประชาชนเป็นหลักประกันของชัยชนะของยุทธภูมิ
*** การบริหารที่ประสบความสำเร็จจะต้องทำงานหลัก ๆ ให้สำเร็จคือ วางแผน ดำเนินการตามแผน ตรวจสอบประเมินผล การมีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น (P D C A)
*** ทฤษฎีและหลักการทางการบริหารทางรัฐกิจ
ทางธุรกิจและทางการทหารมีมากมาย ทฤษฎีสามารถนำมาใช้ทำนายเหตุการณ์
พฤติกรรม และแก้ปัญหาได้ ทฤษฎีการบริหารก่อให้เกิดความรู้ ความคิดใหม่
ๆ และเกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ
ทฤษฎีจะทำให้การบริหารมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
และทฤษฎีเป็นหลักหรือแนวทางในการบริหารงาน ดังนั้น
ทฤษฎีและหลักการทั้งของไทยและของต่างประเทศสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานได้เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมให้เข้ากับบุคคล
เวลา สถานที่ สถานการณ์ และทรัพยากรที่มีอยู่โดยไม่ต้องคิดใหม่ทั้งหมด
คุณก็เป็น
ผู้ชนะแล้ว
*** ฐานคิดแบบตะวันตก เป็นแนวคิดที่มนุษย์พยายามจะชนะธรรมชาติโดยใช้วิทยาการหรือเทคโนโลยี จึงมีคำถามเสมอว่า อะไร ดีกว่านี้ ใหม่กว่านี้ คุณภาพดีกว่านี้เสมอ ๆ ขณะที่หลักปรัชญาหรือแนวคิดแบบตะวันออกเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ เข้าใจในธรรมชาติไม่ใช่เอาชนะธรรมชาติ คุณเชื่อในแบบใด ก็เลือกใช้หรือปรับใช้ให้เหมาะกับเหตุผลตน ประมาณ กาลเวลา ประชาชน และบุคคลก็แล้วกัน
ทฤษฎีการบริหาร
1. การบริหารที่มีทฤษฎีเป็นหลักและชี้นำการปฏิบัติจะทำให้ บริหารงานแบบมีทิศทางมีหลักการ สามารถทำให้องค์กรและหน่วยงานประสบ ความสำเร็จได้เร็วและมีประสิทธิภาพ
2. ทฤษฎีทางการบริหารที่เป็น แกนหลักสู่การปฏิบัติที่สามารถ ยึดถือเป็นแนวทางและการบริหารสู่การปฏิบัติได้ดังนี้ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2545)
2.1 ความหมายของทฤษฎี
1) ทฤษฎีเป็นการจัดกลุ่มอย่างเป็นระบบของ แนวคิดและหลักการให้มีความ เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน แสดงถึงขอบข่ายความรู้ที่สำคัญประสานเข้าด้วยกันสามารถมองเห็นเป็นกรอบแนวคิดที่ชัดเจนได้
2) ทฤษฎีเป็นกรอบแนวคิดเพื่อจัดหมวดหมู่ องค์ความรู้และเป็นแนวทาง การปฏิบัติงานสำหรับทางการบริหารแล้วทฤษฎีการบริหารจะถูกนำไปใช้ ใน การพัฒนาองค์กรและเป็นเครื่องชี้นำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร
2.2 ทฤษฎีจะช่วยสร้างกรอบความคิดในการปฏิบัติงาน ช่วยให้ เกิดแนวคิดในการ วิเคราะห์สภาพในการปฏิบัติงาน และช่วยชี้นำในการ ตัดสินใจ
ปรัชญา : เชิงบริหาร
ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี เขียนเรื่องทฤษฎีการประเมินสามารถสรุปเกี่ยวกับปรัชญาได้สั้นและถูกใจยิ่ง จึงขอสรุปสั้น ๆ ให้ได้อ่านกัน ดังนี้ (ศิริชัย กาญจนวาสี:2537)
1. ปรัชญา (Philosophy)
- ความหมายตามรากศัพท์ ความรัก
ความปราดเปรื่องเรืองปัญหา
หรือความเป็นปราชญ์
- เนื้อหาของปรัชญา มุ่งเน้นการใช้ตรรกวิทยา (Logic)
เป็นเครื่องมือ
ในการศึกษาความจริง (Reality)
1) อภิปรัชญา (metaphysic) : ความจริงคืออะไร
2) ญาณปรัชญา (epistemology) : เราเข้าถึงความจริงได้อย่างไร
ทฤษฎีทางการบริหาร : วิวัฒนาการที่น่าสนใจ
1. การบริหารมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจยิ่ง การทราบวิวัฒนาการของทฤษฎีทางการบริหารจะทำให้ทราบหรือเข้าใจอดีต ปัจจุบันของการ บริหารและสามารถจะรังสรรค์งานทางการบริหารใหม่ ๆ ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
2. ทฤษฎีทางการบริหาร วิวัฒนาการทางการบริหารให้ไว้อย่างย่อ ๆและรองศาสตราจารย์
ดร.วิโรจน์ สาระรัตนะ
แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นเขียนไว้ในหนังสือชื่อการบริหารการศึกษา
สรุปได้ดังนี้ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2545)
2.1 ทัศนะดั้งเดิม พ.ศ.2330-2450
จากการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์สู่การจัดการ
เชิงบริหารและการบริหารแบบราชการ
2.2 ทัศนะเชิงพฤติกรรม พ.ศ.2450-2473
จากนักพฤติกรรมระยะแรกสู่
การศึกษาที่เฮอร์ธอร์น ความเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์ และหลัก
พฤติกรรมศาสตร์
2.3 ทัศนะเชิงปริมาณ พ.ศ.2473-2503
จากการบริหารศาสตร์สู่การบริหาร
ปฏิบัติการและสารสนเทศการบริหาร
2.4 ทัศนะร่วมสมัย พ.ศ.2503-ปัจจุบัน
จากทฤษฎีเชิงระบบสู่ทฤษฎี
ตามสถานการณ์และทัศนะที่เกิดขึ้นใหม่
วิวัฒนาการของทฤษฎีการบริหาร
ทฤษฎีการบริหารมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจ 4 ทฤษฎี คือ
ทฤษฎีการบริหารยุคทัศนะดั้งเดิม ทฤษฎีทัศนะเชิงพฤติกรรม
ทฤษฎีทัศนะเชิงปริมาณและทฤษฎีทัศนะร่วมสมัย มีหลักการดังต่อไปนี้
(วิโรจน์ สารรัตนะ : 2546)
1. การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
Taylor
บิดาแห่งการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าปัญหาคนงาน
ทำงานไม่
เต็มศักยภาพ
นั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบงานและการจัดสิ่งจูงใจ
เสียใหม่
หัวใจของหลักการคือกำหนดวิธีการทำงานที่ดีที่สุดและเงินเป็นสิ่งจูงใจ
ที่สำคัญ
2. ทฤษฎีการจัดการเชิงบริหาร
2.1 Fayol เชื่อว่าผู้บริหารสามารถได้รับการฝึกอบรมเพื่อเป็นผู้บริหารที่ประสบผลสำเร็จได้ หากเข้าใจหน้าที่พื้นฐานและหลักการบริหารดีพอ แนวคิดของเขาคือการกำหนดหน้าที่ ที่จำเป็น 14 ประการในการบริหารและจัดกลุ่มงานเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายลง
2.2 Barnard ผู้บริหารจะต้องจัดองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ประการให้มีประสิทธิภาพ คือการกำหนดจุดหมาย โดยรวมขององค์กร ให้ชัดเจน การจัดระบบสื่อสารที่ดีและการเหนี่ยวนำความตั้งใจ หรือสมัครใจ โดยการจัดสิ่งจูงใจ โดยเฉพาะด้านสังคมและด้าน จิตวิทยา
3. ทฤษฎีการบริหารแบบราชการ
Max Weber ชาวเยอรมันได้เสนอแนวคิดระบบราชการ เชิงอุดมคติ โดยมีหลักการ 7 ประการ คือ การมีกฎและระเบียบข้อบังคับ ความไม่เป็นส่วนตัว การแบ่งงานกันทำ การมีโครงสร้างสายบังคับบัญชา ความเป็นอาชีพที่มั่นคง การมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจและหลักความมีเหตุผล
4. ทฤษฎีการบริหารทัศนะเชิงพฤติกรรม
4.1 นักพฤติกรรมระยะเริ่มแรก
1) Munsterberg เสนอว่าวงการอุตสาหกรรมสามารถนำหลักจิตวิทยามาใช้ได้
2) Follett มีทัศนะว่าองค์การควรมีการปฏิบัติงานแบบมีอำนาจร่วมกันมากกว่าอำนาจเหนือกว่า ดังนั้นควรมีการพัฒนาการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักบริหารกับผู้ปฏิบัติงาน มากกว่าเป็นแบบสายบังคับบัญชาและควรแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการเชิงบูรณาการ คือหาวิธีการให้ เป็นที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่าย
4.2 การศึกษาที่ Hawthorne ของ Mayo ที่มีจุดมุ่งหมาย ในการศึกษาเพื่อปรับปรุงเครื่องมือและวิธีการทำงานตามทัศนะการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์เศรษฐกิจของคนงานที่ต้องการสิ่งจูงใจด้านสังคมมาทดแทนความเป็นมนุษย์ เศรษฐกิจของคนงานที่ต้องการสิ่งจูงใจด้านของเศรษฐกิจและด้าน กายภาพ
4.3 ความเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์
1) Maslow เสนอลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์จากความต้องการทางกาย ความปลอดภัย ความรู้สึกเป็นเจ้าของ การได้รับการยอมรับและการประสบผลสำเร็จด้วยตนเอง
2) Mcgregor เสนอทฤษฎี X และทฤษฎี X ซึ่งเป็นสมมติฐานเกี่ยวกับทัศนะของผู้บริหารที่มีต่อคนงานทฤษฎี X เชื่อว่าคนทั่วไปไม่ชอบทำงานต้องการให้บังคับและหลบหลีกความรับผิดชอบ ทฤษฎี Y เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มิได้ไม่ชอบการทำงานคนจะชี้นำหรือควบคุมตนเอง ความผูกพันกับจุดหมายขึ้นอยู่กับรางวัลควบคู่ไปกับความสำเร็จ คนจะแสวงหาความรับผิดชอบ ริเริ่มสร้างสรรค์งานใหม่และสติปัญญา ของคนส่วนใหญ่ ยังได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่
4.4 หลักพฤติกรรมศาสตร์ เน้นการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์
เพื่อพัฒนาทฤษฎีเกี่ยวกับ
พฤติกรรมของมนุษย์ในหลักการที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการบริหาร
5.
ทฤษฎีการบริหารทัศนะเชิงปริมาณ
5.1 การบริหารศาสตร์
ยึดหลักการมุ่งเพิ่มความมีประสิทธิภาพในการตัดสินใจจากการใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์
และวิธีการเชิงสถิติ
5.2 การบริหารปฏิบัติการ
ยึดหลักการที่เน้นการบริหาร กระบวนการผลิตและการ
ให้บริการขององค์การให้มีประสิทธิภาพ
5.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
ยึดหลักการที่เน้นการออกแบบและการนำเอาระบบข้อมูลสารสนเทศ
โดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ มาใช้เพื่อการบริหารผลิตข้อมูลและสารสนเทศ
ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารทุกระดับอย่างกว้างขวางและหลากหลายวิธี
6. ทฤษฎีการบริหารทัศนะร่วมสมัย
6.1 การบริหารตามทฤษฎีเชิงระบบ ระบบหนึ่ง ๆ
หมายถึงชุดขององค์ประกอบ ที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นเอกภาพ
เพื่อมุ่งสู่จุดหมายองค์การร่วมกันคือมีปัจจัยป้อนเข้ามีกระบวนการเปลี่ยนแปลง
และปัจจัยป้อนออก
6.2 ทฤษฎีการบริหารตามสถานการณ์
เชื่อว่าหลักการบริหารงานที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์หนึ่ง ๆ
เท่านั้น ไม่สามารถทำชุดของหลักการที่กำหนดไว้แบบสำเร็จรูป
แล้วไปใช้อย่างได้ผลในทุกสถานการณ์
ผู้บริหารอาจกำหนดหลักการเพื่อเป็นเงื่อนไขหรือแนวการบริหารในสถานการณ์นั้น
ๆ ได้ โดยบูรณาการจากทฤษฎี
ผู้บริหารจะต้องวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของแต่ละถานการณ์
เพื่อกำหนดแนวทางให้เหมาะสมกับโครงสร้าง ทรัพยากร เป้าหมาย และ
ผู้ปฏิบัติงานในองค์กร
6.3 ทัศนะที่เกิดใหม่
1) ทฤษฎี Z ของ Ouchi
เป็นหลักการบริหารแบบญี่ปุ่นมีหลักการสำคัญคือ ความมั่นคงในงาน
การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับผิดชอบเป็นปัจเจกบุคคล เพิ่มคุณภาพ
มีนโยบายความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เน้นการควบคุมแบบไม่เป็นทางการ
เปิดโอกาสในอาชีพที่กว้างขึ้น
และความมีคุณภาพซึ่งวัดทั้งในการทำงานและครอบครัว
2) การบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM) มุ่งให้ความสำคัญ
ไปที่ความรับผิดชอบต่อการผลิต หรือการให้บริการที่มีคุณภาพร่วมกัน
กระตุ้นให้คนงานแต่ละฝ่ายพัฒนาคุณภาพงาน
3) การเน้นงานบริหารแบบเน้นวัตถุประสงค์
(MBO) เป็นหลักของการ
บริหารที่จัดให้แต่ละบุคคลได้ทำงาน และมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่
มีทิศทางในการทำงานร่วมกันที่ชัดเจนแน่นอน มีการทำงานเป็นทีมซึ่งจะทำ
ให้เกิดการประสานงานระหว่างวัตถุประสงค์ของบุคคลและวัตถุประสงค์ขององค์การเป็นไปด้วยดีและเรียบร้อย
4) การรื้อปรับระบบ (Reengineering)
เป็นการจัดรูปแบบกระบวนการทำงานขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับ
สภาพความเปลี่ยนแปลง ประสบการณ์ตลอดจนวิทยาการต่าง ๆ
ในปัจจุบันพึงให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุด
แก่ลูกค้าเสมือนหนึ่งการเริ่มต้นประกอบธุรกิจใหม่
โดยมีจุดมุ่งหมายให้ผล การทำงานดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน เช่น
คุณภาพการบริหารความรวดเร็ว โดยมีขั้นตอน 4 ขั้นตอน คือ คิดใหม่
(Re-think) จัดองค์กรใหม่(Re-organize) จัดเครื่องมือใหม่
(Re-tools)และมีการฝึกอบรม
คนใหม่ (Re-train)
หลักการบริหาร
1. การบริหารโดยหลักการเป็นกระบวนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานสำเร็จ ความสำเร็จ และความล้มเหลวขององค์กรขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นส่วนใหญ่
2. การบริหารมีความหมายดังต่อไปนี้
2.1 เป็นกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุจุดหมายขององค์กรโดยอาศัยหน้าที่ทางการบริหาร ที่สำคัญคือ การวางแผน การจัดองค์กร การนำ และการควบคุม (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2546)
2.2 กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมมือกันดำเนินการเพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด หรือหลายอย่างที่บุคคลร่วมกันกำหนด โดยใช้กระบวนการอย่างมีระเบียบและใช้ทรัพยากรตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ อย่างเหมาะสม (นพพงษ์ บุญจิตราดุล : 2543)
2.3 Banard สรุปไว้ว่า การบริหารหมายถึงการทำงานของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่ร่วมปฏิบัติคนให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน(สมเดช สีแสง : 2542)
3. หน้าที่การทางการบริหาร มี 7 ประการตามที่
Gulick แบ่งไว้ คือ การวางแผน การจัดองค์การ
การจัดบุคลากร การสั่งการ การ ประสานงานการรายงาน และการจัดงบประมาณ
(POSDCORB)
4. ระดับของผู้บริหาร แบ่งได้ 3 ระดับ คือ ระดับสูง
ระดับกลาง และระดับต่ำ
5. ทักษะของผู้บริหาร มี 3 ทักษะ คือ ทักษะเชิงเทคนิค
(technicalskill) ทักษะเชิงมนุษยสัมพันธ์ (human skill) และทักษะเชิง
มโนทัศน์ (conceptual skill)
6. บทบาทของผู้บริหาร ผู้บริหารจะแสดงบทบาท 3 กลุ่ม บทบาทหลัก 10 บทบาทย่อย ดังนี้ (วิโรจน์ สาระรัตน์ : 2544)
6.1 กลุ่มบทบาทเชิงตัดสินใจ
1) บทบาทเป็นผู้ประกอบการ
2) บทบาทเป็นผู้ขจัดสิ่งก่อกวน
3) บทบาทเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร
4) บทบาทเป็นนักเจรจาต่อรอง
6.2 กลุ่มบทบาทเชิงสัมพันธ์บุคคล
1) บทบาทเป็นสัญลักษณ์ขององค์กร
2) บทบาทเป็นผู้นำองค์กร
3) บทบาทเป็นผู้สร้างความสัมพันธ์
6.3 กลุ่มบทบาทเชิงสารสนเทศ
1)
บทบาทเป็นผู้กำกับติดตามผล
2)
บทบาทเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
3)
บทบาทเป็นผู้ประชาสัมพันธ์
จริยธรรมทางการบริหาร
1. จริยธรรมเป็นระบบเกี่ยวกับมาตรฐานและคุณค่าทางศีลธรรม (เจษฏา ทองรุ่งโรจน์ : 2547) จริยธรรมจึงเป็นมาตรฐานของการปฏิบัติงานหรือการประเมินเชิงคุณธรรมที่ผู้บริหารใช้ในองค์กร
2. ดร.วิโรจน์ สารรัตนะ อ้าง O’Toole ซึ่งเสนอหลักการที่จะให้บุคคลคำนึงถึงจริยธรรมในการบริหาร 8 ประการคือ หลักการเคารพกฎหมายหลักการพูดแต่ความจริง หลักการให้เกียรติคนอื่น หลักการปฏิบัติต่อบุคคล อย่างเป็นธรรม หลักการเรียนรู้ความต้องการของคนอื่นที่จะให้ความช่วยเหลือ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2546)
3. จริยธรรมทางธุรกิจ มีหลักการสำคัญดังนี้ (สมคิด
จาตุศรีพิทักษ์ :2544)
3.1
จริยธรรมทางธุรกิจเป็นการนำหลักแห่งความถูกต้องมาใช้ในพฤติกรรมทางธุรกิจ
ธุรกิจต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ เกี่ยวข้องทั้งวงในและวงนอก
3.2
จริยธรรมและความถูกต้องเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน
การจัดการธุรกิจโดยคำนึงถึงจริยธรรมจึงต้องสร้างดุลของผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มคนต่าง
ๆ และสังคมอย่างเหมาะสม
3.3
การกระทำที่ขาดจริยธรรมมิใช่อยู่ที่การทำผิดกฎหมายหรือ ผิดศีลธรรม
หากแต่จะเป็นการทำลายความเชื่อถือระหว่างกันอันจะทำให้กลไกของสังคมธุรกิจชำรุดทรุดโทรม
อ้างอิง
ธีระวุฒิ เจริญราษฎร์.(2551)ผ่าทฤษฎีการบริหาร:สำหรับคนไทย นครสวรรค์ :ริมปิงการพิมพ์.พิมพ์ครั้งที่ 2
ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ,และวิบูลย์ โตวณะบุตร.(2542)หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ศิริพงษ์ เศาภายน,(2548).หลักการบริหารการศึกษา: ทฤษฎีและแนวปฏิบัติ.พิมพ์ครั้งที่2.กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.
สมศักดิ์ คงเที่ยง,(ม.ป.ป.) หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา.กรุงเทพฯ:มิตรภาพการพิมพ์และสติวดิโอ
สวัสดีครับ อาจารย์รัตนพร
ยินดีที่ได้พบกันที่อุบลครับ เสียดายมีเวลาน้อยไปหน่อย คุยกันไม่ทั่วถึง
บันทึกความรู้นี่ดีมาก เอาไว้อ้างอิงได้ อาจแบ่งแต่ละบันทึกให้สั้นๆ ก็ได้ครับ แล้ว link เชื่อมต่อกัน
ยิ่งถ้าเติมประสบการณ์ตรงที่เคยเจอมา ก็จะยิ่งสนุก & มีชีวิตชีวามากขึ้นครับ ^__^
นำบันทึกนี้มาฝากให้อาจารย์ด้วยครับ : กุศโลบาย
http://gotoknow.org/blog/for-my-daughters/90654