“แล้วอะไรล่ะคือการบริหาร”

ความหมายของการบริหาร

1.  กระบวนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุจุดหมายขององค์กร (วิโรจน์ สารรัตนะ)

2.  กิจกรรมต่าง ๆ ที่บุคคลตั้งแต่  2  คนขึ้นไปร่วมมือกันดำเนินการ
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างที่บุคคล
ร่วมกันกำหนด โดยใช้กระบวนการอย่างมีระเบียบและใช้ทรัพยากรตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ อย่างเหมาะสม (นพพงษ์  บุญจิดาดุลย์)

3. การบริหารหมายถึงการทำงานของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่ร่วมปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน (Barnard)

แนวคิด พัฒนาการทางทฤษฎีการบริหาร

1.  ด้วยความเชื่อที่ว่าการจะทำการสิ่งใดให้สำเร็จนั้นจะต้องมีการดำเนินการ 4 ประการ คือ ความรู้จริงในเรื่องนั้น การปฏิบัติที่เป็นวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงและพัฒนาเสมอ ๆ เพื่อให้ดีกว่าเดิมและการแสวงหาลู่ทางให้ได้กำไรหรือได้เงินมาก ๆ

2.  การบริหารธุรกิจหรือการบริหารราชการจะต้องเน้น 4 เรื่อง คือ คุณภาพที่เหนือกว่า ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า คิดริเริ่มและคิดแตกต่างกันได้มากกว่า และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าจึงจะมีความเหนือชั้น

***  การบริหารองค์กรจะต้องพิจารณาองค์กรอย่างครบถ้วน คือลูกค้า การเงิน ประสิทธิภาพขององค์กร และการพัฒนาคน หรือการสร้างความรู้ขององค์กร

***  หลักการแห่งชัยชนะในทุกยุทธภูมิก็คือ อุดมการณ์ที่ชัดเจน องค์กรจัดตั้งเข้มแข็ง กลยุทธที่แยบยล และการมีมวลมหาประชาชนเป็นหลักประกันของชัยชนะของยุทธภูมิ

***  การบริหารที่ประสบความสำเร็จจะต้องทำงานหลัก ๆ ให้สำเร็จคือ วางแผน ดำเนินการตามแผน ตรวจสอบประเมินผล การมีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น (P D C A)

***  ทฤษฎีและหลักการทางการบริหารทางรัฐกิจ ทางธุรกิจและทางการทหารมีมากมาย ทฤษฎีสามารถนำมาใช้ทำนายเหตุการณ์ พฤติกรรม และแก้ปัญหาได้ ทฤษฎีการบริหารก่อให้เกิดความรู้ ความคิดใหม่ ๆ และเกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ ทฤษฎีจะทำให้การบริหารมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และทฤษฎีเป็นหลักหรือแนวทางในการบริหารงาน ดังนั้น ทฤษฎีและหลักการทั้งของไทยและของต่างประเทศสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานได้เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมให้เข้ากับบุคคล เวลา สถานที่ สถานการณ์ และทรัพยากรที่มีอยู่โดยไม่ต้องคิดใหม่ทั้งหมด คุณก็เป็น
ผู้ชนะแล้ว

***  ฐานคิดแบบตะวันตก เป็นแนวคิดที่มนุษย์พยายามจะชนะธรรมชาติโดยใช้วิทยาการหรือเทคโนโลยี จึงมีคำถามเสมอว่า อะไร ดีกว่านี้ ใหม่กว่านี้ คุณภาพดีกว่านี้เสมอ ๆ ขณะที่หลักปรัชญาหรือแนวคิดแบบตะวันออกเน้นเรื่องการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ เข้าใจในธรรมชาติไม่ใช่เอาชนะธรรมชาติ คุณเชื่อในแบบใด ก็เลือกใช้หรือปรับใช้ให้เหมาะกับเหตุผลตน ประมาณ กาลเวลา ประชาชน และบุคคลก็แล้วกัน

ทฤษฎีการบริหาร

1.   การบริหารที่มีทฤษฎีเป็นหลักและชี้นำการปฏิบัติจะทำให้ บริหารงานแบบมีทิศทางมีหลักการ สามารถทำให้องค์กรและหน่วยงานประสบ ความสำเร็จได้เร็วและมีประสิทธิภาพ

2.     ทฤษฎีทางการบริหารที่เป็น แกนหลักสู่การปฏิบัติที่สามารถ ยึดถือเป็นแนวทางและการบริหารสู่การปฏิบัติได้ดังนี้ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2545)

2.1 ความหมายของทฤษฎี

     1) ทฤษฎีเป็นการจัดกลุ่มอย่างเป็นระบบของ แนวคิดและหลักการให้มีความ เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน แสดงถึงขอบข่ายความรู้ที่สำคัญประสานเข้าด้วยกันสามารถมองเห็นเป็นกรอบแนวคิดที่ชัดเจนได้

      2) ทฤษฎีเป็นกรอบแนวคิดเพื่อจัดหมวดหมู่ องค์ความรู้และเป็นแนวทาง การปฏิบัติงานสำหรับทางการบริหารแล้วทฤษฎีการบริหารจะถูกนำไปใช้ ใน การพัฒนาองค์กรและเป็นเครื่องชี้นำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

2.2 ทฤษฎีจะช่วยสร้างกรอบความคิดในการปฏิบัติงาน ช่วยให้ เกิดแนวคิดในการ วิเคราะห์สภาพในการปฏิบัติงาน และช่วยชี้นำในการ  ตัดสินใจ

ปรัชญา : เชิงบริหาร

ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี เขียนเรื่องทฤษฎีการประเมินสามารถสรุปเกี่ยวกับปรัชญาได้สั้นและถูกใจยิ่ง จึงขอสรุปสั้น ๆ ให้ได้อ่านกัน ดังนี้ (ศิริชัย กาญจนวาสี:2537)

   1. ปรัชญา (Philosophy)
   - ความหมายตามรากศัพท์ ความรัก ความปราดเปรื่องเรืองปัญหา
    หรือความเป็นปราชญ์
   - เนื้อหาของปรัชญา มุ่งเน้นการใช้ตรรกวิทยา (Logic) เป็นเครื่องมือ
    ในการศึกษาความจริง (Reality)

1) อภิปรัชญา (metaphysic) : ความจริงคืออะไร

2) ญาณปรัชญา (epistemology) : เราเข้าถึงความจริงได้อย่างไร

ทฤษฎีทางการบริหาร : วิวัฒนาการที่น่าสนใจ

1.  การบริหารมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจยิ่ง การทราบวิวัฒนาการของทฤษฎีทางการบริหารจะทำให้ทราบหรือเข้าใจอดีต ปัจจุบันของการ บริหารและสามารถจะรังสรรค์งานทางการบริหารใหม่ ๆ ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

2. ทฤษฎีทางการบริหาร วิวัฒนาการทางการบริหารให้ไว้อย่างย่อ ๆและรองศาสตราจารย์    

ดร.วิโรจน์ สาระรัตนะ แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นเขียนไว้ในหนังสือชื่อการบริหารการศึกษา สรุปได้ดังนี้ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2545)
     2.1 ทัศนะดั้งเดิม พ.ศ.2330-2450 จากการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์สู่การจัดการ
         เชิงบริหารและการบริหารแบบราชการ
     2.2 ทัศนะเชิงพฤติกรรม พ.ศ.2450-2473 จากนักพฤติกรรมระยะแรกสู่
          การศึกษาที่เฮอร์ธอร์น ความเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์ และหลัก
          พฤติกรรมศาสตร์
     2.3 ทัศนะเชิงปริมาณ พ.ศ.2473-2503 จากการบริหารศาสตร์สู่การบริหาร
          ปฏิบัติการและสารสนเทศการบริหาร
     2.4 ทัศนะร่วมสมัย พ.ศ.2503-ปัจจุบัน จากทฤษฎีเชิงระบบสู่ทฤษฎี
         ตามสถานการณ์และทัศนะที่เกิดขึ้นใหม่

 

วิวัฒนาการของทฤษฎีการบริหาร

ทฤษฎีการบริหารมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจ 4 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีการบริหารยุคทัศนะดั้งเดิม ทฤษฎีทัศนะเชิงพฤติกรรม ทฤษฎีทัศนะเชิงปริมาณและทฤษฎีทัศนะร่วมสมัย มีหลักการดังต่อไปนี้ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2546)

1. การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์

  Taylor บิดาแห่งการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าปัญหาคนงาน ทำงานไม่
  เต็มศักยภาพ นั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบงานและการจัดสิ่งจูงใจ
  เสียใหม่ หัวใจของหลักการคือกำหนดวิธีการทำงานที่ดีที่สุดและเงินเป็นสิ่งจูงใจ
  ที่สำคัญ

2. ทฤษฎีการจัดการเชิงบริหาร

2.1 Fayol เชื่อว่าผู้บริหารสามารถได้รับการฝึกอบรมเพื่อเป็นผู้บริหารที่ประสบผลสำเร็จได้ หากเข้าใจหน้าที่พื้นฐานและหลักการบริหารดีพอ แนวคิดของเขาคือการกำหนดหน้าที่ ที่จำเป็น 14 ประการในการบริหารและจัดกลุ่มงานเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายลง

2.2 Barnard ผู้บริหารจะต้องจัดองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ประการให้มีประสิทธิภาพ คือการกำหนดจุดหมาย โดยรวมขององค์กร ให้ชัดเจน การจัดระบบสื่อสารที่ดีและการเหนี่ยวนำความตั้งใจ     หรือสมัครใจ โดยการจัดสิ่งจูงใจ โดยเฉพาะด้านสังคมและด้าน จิตวิทยา

3. ทฤษฎีการบริหารแบบราชการ

Max Weber ชาวเยอรมันได้เสนอแนวคิดระบบราชการ เชิงอุดมคติ  โดยมีหลักการ 7 ประการ คือ การมีกฎและระเบียบข้อบังคับ ความไม่เป็นส่วนตัว การแบ่งงานกันทำ การมีโครงสร้างสายบังคับบัญชา ความเป็นอาชีพที่มั่นคง การมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจและหลักความมีเหตุผล

4. ทฤษฎีการบริหารทัศนะเชิงพฤติกรรม

  4.1 นักพฤติกรรมระยะเริ่มแรก

      1) Munsterberg เสนอว่าวงการอุตสาหกรรมสามารถนำหลักจิตวิทยามาใช้ได้

      2) Follett มีทัศนะว่าองค์การควรมีการปฏิบัติงานแบบมีอำนาจร่วมกันมากกว่าอำนาจเหนือกว่า ดังนั้นควรมีการพัฒนาการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักบริหารกับผู้ปฏิบัติงาน มากกว่าเป็นแบบสายบังคับบัญชาและควรแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการเชิงบูรณาการ คือหาวิธีการให้      เป็นที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่าย

4.2 การศึกษาที่ Hawthorne ของ Mayo ที่มีจุดมุ่งหมาย ในการศึกษาเพื่อปรับปรุงเครื่องมือและวิธีการทำงานตามทัศนะการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์เศรษฐกิจของคนงานที่ต้องการสิ่งจูงใจด้านสังคมมาทดแทนความเป็นมนุษย์ เศรษฐกิจของคนงานที่ต้องการสิ่งจูงใจด้านของเศรษฐกิจและด้าน กายภาพ

4.3 ความเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์

    1) Maslow เสนอลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์จากความต้องการทางกาย ความปลอดภัย ความรู้สึกเป็นเจ้าของ การได้รับการยอมรับและการประสบผลสำเร็จด้วยตนเอง

    2) Mcgregor เสนอทฤษฎี X และทฤษฎี X ซึ่งเป็นสมมติฐานเกี่ยวกับทัศนะของผู้บริหารที่มีต่อคนงานทฤษฎี X เชื่อว่าคนทั่วไปไม่ชอบทำงานต้องการให้บังคับและหลบหลีกความรับผิดชอบ ทฤษฎี Y เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มิได้ไม่ชอบการทำงานคนจะชี้นำหรือควบคุมตนเอง ความผูกพันกับจุดหมายขึ้นอยู่กับรางวัลควบคู่ไปกับความสำเร็จ คนจะแสวงหาความรับผิดชอบ ริเริ่มสร้างสรรค์งานใหม่และสติปัญญา ของคนส่วนใหญ่ ยังได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่

4.4 หลักพฤติกรรมศาสตร์ เน้นการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาทฤษฎีเกี่ยวกับ พฤติกรรมของมนุษย์ในหลักการที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการบริหาร
5. ทฤษฎีการบริหารทัศนะเชิงปริมาณ
      5.1 การบริหารศาสตร์ ยึดหลักการมุ่งเพิ่มความมีประสิทธิภาพในการตัดสินใจจากการใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์ และวิธีการเชิงสถิติ
      5.2 การบริหารปฏิบัติการ ยึดหลักการที่เน้นการบริหาร กระบวนการผลิตและการ ให้บริการขององค์การให้มีประสิทธิภาพ
      5.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร ยึดหลักการที่เน้นการออกแบบและการนำเอาระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ มาใช้เพื่อการบริหารผลิตข้อมูลและสารสนเทศ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารทุกระดับอย่างกว้างขวางและหลากหลายวิธี

 

6. ทฤษฎีการบริหารทัศนะร่วมสมัย
   6.1 การบริหารตามทฤษฎีเชิงระบบ ระบบหนึ่ง ๆ หมายถึงชุดขององค์ประกอบ ที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อมุ่งสู่จุดหมายองค์การร่วมกันคือมีปัจจัยป้อนเข้ามีกระบวนการเปลี่ยนแปลง และปัจจัยป้อนออก
   6.2 ทฤษฎีการบริหารตามสถานการณ์ เชื่อว่าหลักการบริหารงานที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์หนึ่ง ๆ เท่านั้น ไม่สามารถทำชุดของหลักการที่กำหนดไว้แบบสำเร็จรูป แล้วไปใช้อย่างได้ผลในทุกสถานการณ์ ผู้บริหารอาจกำหนดหลักการเพื่อเป็นเงื่อนไขหรือแนวการบริหารในสถานการณ์นั้น ๆ ได้ โดยบูรณาการจากทฤษฎี ผู้บริหารจะต้องวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของแต่ละถานการณ์ เพื่อกำหนดแนวทางให้เหมาะสมกับโครงสร้าง ทรัพยากร เป้าหมาย และ ผู้ปฏิบัติงานในองค์กร

6.3 ทัศนะที่เกิดใหม่
   1) ทฤษฎี
Z ของ Ouchi เป็นหลักการบริหารแบบญี่ปุ่นมีหลักการสำคัญคือ ความมั่นคงในงาน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับผิดชอบเป็นปัจเจกบุคคล เพิ่มคุณภาพ มีนโยบายความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เน้นการควบคุมแบบไม่เป็นทางการ เปิดโอกาสในอาชีพที่กว้างขึ้น และความมีคุณภาพซึ่งวัดทั้งในการทำงานและครอบครัว
   2) การบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM) มุ่งให้ความสำคัญ ไปที่ความรับผิดชอบต่อการผลิต หรือการให้บริการที่มีคุณภาพร่วมกัน กระตุ้นให้คนงานแต่ละฝ่ายพัฒนาคุณภาพงาน

3) การเน้นงานบริหารแบบเน้นวัตถุประสงค์ (MBO) เป็นหลักของการ  บริหารที่จัดให้แต่ละบุคคลได้ทำงาน และมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ มีทิศทางในการทำงานร่วมกันที่ชัดเจนแน่นอน มีการทำงานเป็นทีมซึ่งจะทำ ให้เกิดการประสานงานระหว่างวัตถุประสงค์ของบุคคลและวัตถุประสงค์ขององค์การเป็นไปด้วยดีและเรียบร้อย
4) การรื้อปรับระบบ (Reengineering) เป็นการจัดรูปแบบกระบวนการทำงานขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับ สภาพความเปลี่ยนแปลง ประสบการณ์ตลอดจนวิทยาการต่าง ๆ ในปัจจุบันพึงให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุด แก่ลูกค้าเสมือนหนึ่งการเริ่มต้นประกอบธุรกิจใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ผล การทำงานดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน เช่น คุณภาพการบริหารความรวดเร็ว  โดยมีขั้นตอน 4 ขั้นตอน คือ คิดใหม่ (Re-think) จัดองค์กรใหม่(Re-organize) จัดเครื่องมือใหม่ (Re-tools)และมีการฝึกอบรม

 คนใหม่ (Re-train)

 

 

หลักการบริหาร

1.  การบริหารโดยหลักการเป็นกระบวนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานสำเร็จ ความสำเร็จ  และความล้มเหลวขององค์กรขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นส่วนใหญ่

2. การบริหารมีความหมายดังต่อไปนี้

   2.1 เป็นกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุจุดหมายขององค์กรโดยอาศัยหน้าที่ทางการบริหาร  ที่สำคัญคือ การวางแผน การจัดองค์กร การนำ และการควบคุม  (วิโรจน์   สารรัตนะ : 2546)

   2.2 กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมมือกันดำเนินการเพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด หรือหลายอย่างที่บุคคลร่วมกันกำหนด โดยใช้กระบวนการอย่างมีระเบียบและใช้ทรัพยากรตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ อย่างเหมาะสม (นพพงษ์ บุญจิตราดุล : 2543)

   2.3 Banard สรุปไว้ว่า การบริหารหมายถึงการทำงานของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่ร่วมปฏิบัติคนให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน(สมเดช สีแสง : 2542)

3. หน้าที่การทางการบริหาร มี 7 ประการตามที่ Gulick แบ่งไว้ คือ   การวางแผน การจัดองค์การ การจัดบุคลากร การสั่งการ การ ประสานงานการรายงาน และการจัดงบประมาณ   (POSDCORB)
4. ระดับของผู้บริหาร แบ่งได้ 3 ระดับ คือ ระดับสูง ระดับกลาง    และระดับต่ำ
5. ทักษะของผู้บริหาร มี 3 ทักษะ คือ ทักษะเชิงเทคนิค (technicalskill) ทักษะเชิงมนุษยสัมพันธ์ (human skill) และทักษะเชิง มโนทัศน์   (conceptual skill)

6. บทบาทของผู้บริหาร ผู้บริหารจะแสดงบทบาท 3 กลุ่ม   บทบาทหลัก 10 บทบาทย่อย ดังนี้ (วิโรจน์ สาระรัตน์ : 2544)

     6.1 กลุ่มบทบาทเชิงตัดสินใจ

        1) บทบาทเป็นผู้ประกอบการ

        2) บทบาทเป็นผู้ขจัดสิ่งก่อกวน

        3) บทบาทเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร

        4) บทบาทเป็นนักเจรจาต่อรอง

    6.2 กลุ่มบทบาทเชิงสัมพันธ์บุคคล

        1) บทบาทเป็นสัญลักษณ์ขององค์กร

        2) บทบาทเป็นผู้นำองค์กร

        3) บทบาทเป็นผู้สร้างความสัมพันธ์

6.3 กลุ่มบทบาทเชิงสารสนเทศ
        1) บทบาทเป็นผู้กำกับติดตามผล
        2) บทบาทเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
        3) บทบาทเป็นผู้ประชาสัมพันธ์

จริยธรรมทางการบริหาร

1. จริยธรรมเป็นระบบเกี่ยวกับมาตรฐานและคุณค่าทางศีลธรรม (เจษฏา   ทองรุ่งโรจน์ : 2547) จริยธรรมจึงเป็นมาตรฐานของการปฏิบัติงานหรือการประเมินเชิงคุณธรรมที่ผู้บริหารใช้ในองค์กร

2. ดร.วิโรจน์ สารรัตนะ อ้าง O’Toole ซึ่งเสนอหลักการที่จะให้บุคคลคำนึงถึงจริยธรรมในการบริหาร 8 ประการคือ หลักการเคารพกฎหมายหลักการพูดแต่ความจริง หลักการให้เกียรติคนอื่น หลักการปฏิบัติต่อบุคคล อย่างเป็นธรรม หลักการเรียนรู้ความต้องการของคนอื่นที่จะให้ความช่วยเหลือ (วิโรจน์ สารรัตนะ : 2546)

3. จริยธรรมทางธุรกิจ มีหลักการสำคัญดังนี้ (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ :2544)
      3.1 จริยธรรมทางธุรกิจเป็นการนำหลักแห่งความถูกต้องมาใช้ในพฤติกรรมทางธุรกิจ ธุรกิจต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ เกี่ยวข้องทั้งวงในและวงนอก
       3.2 จริยธรรมและความถูกต้องเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน การจัดการธุรกิจโดยคำนึงถึงจริยธรรมจึงต้องสร้างดุลของผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มคนต่าง ๆ และสังคมอย่างเหมาะสม
       3.3 การกระทำที่ขาดจริยธรรมมิใช่อยู่ที่การทำผิดกฎหมายหรือ ผิดศีลธรรม หากแต่จะเป็นการทำลายความเชื่อถือระหว่างกันอันจะทำให้กลไกของสังคมธุรกิจชำรุดทรุดโทรม

 

 

อ้างอิง

            ธีระวุฒิ เจริญราษฎร์.(2551)ผ่าทฤษฎีการบริหาร:สำหรับคนไทย นครสวรรค์ :ริมปิงการพิมพ์.พิมพ์ครั้งที่ 2

ภาวิดา  ธาราศรีสุทธิ,และวิบูลย์ โตวณะบุตร.(2542)หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

                ศิริพงษ์ เศาภายน,(2548).หลักการบริหารการศึกษา: ทฤษฎีและแนวปฏิบัติ.พิมพ์ครั้งที่2.กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.

                สมศักดิ์ คงเที่ยง,(ม.ป.ป.) หลักและทฤษฎีการบริหารการศึกษา.กรุงเทพฯ:มิตรภาพการพิมพ์และสติวดิโอ