เนื่องจากเนื้อหาอาจมีความยาวสักหน่อย จึงขอแบ่งรายละเอียดเป็น 2 บันทึกต่อเนื่องดังนี้ค่ะ

          บันทึกนี้ ดิฉันขอเผยแพร่เกี่ยวกับความรู้ด้านระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เนื่องจากอาจมีหลายท่าน ที่อาจยังต้องการทราบพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ เนื่องจากเนื้อหาอาจมีความยาวสักหน่อย จึงขอแบ่งรายละเอียดเป็น 2 บันทึกต่อเนื่องดังนี้ค่ะ


          ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา  การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นการบริหารจัดการเพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้รับบริการจะได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น หน่วยงานหรือองค์กรที่ให้บริการจะต้องออกแบบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ และแผน ทั้งนี้จะต้องมีพัฒนาการของคุณภาพอยู่เสมอ

          การออกแบบย่อมไม่อาจหนีการวางระบบประกันคุณภาพ เช่น ระบบการพัฒนาคุณภาพ การตรวจติดตามคุณภาพ และการประเมินคุณภาพที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) แนะนำ หรือระบบ PDCA ของ Demming

 
(ที่มา : สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา )

 

          องค์ประกอบแรกในระบบ คือ การพัฒนาคุณภาพจัดองค์ประกอบใหญ่ที่ควบคุมคุณภาพโดยรวมขององค์กร ประกอบด้วยการวางแผนและการนำแผนไปปฏิบัติ ในด้านการวางแผนนั้นองค์กรจะต้องคำถึงปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ ซึ่งต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวง นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมิน ทั้งมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา และมาตรฐานการประเมินภายนอก ทั้งนี้ควรนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะของผู้ประเมินในรอบปีที่ผ่านมามาพิจารณากำหนดเป็นแผนอย่างรอบคอบ การที่องค์ทราบว่าเมื่อครบรอบการประเมินไม่ว่าจะเป็นทุก 1 ปี หรือทุกๆ 5 ปี องค์กรจะต้องรับการประเมินด้วย มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์ในหลักการใดบ้าง เปรียบได้กับนักเรียนรู้ว่าครูจะสอนเรื่องอะไรล่วงหน้า นักเรียนก็ควรจะเตรียมหาความรู้ในสาระนั้นๆไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ดังนั้นหากทุกหน่วยงานได้วิเคราะห์มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์แล้ว ก็จะเห็นแนวทางการดำเนินงานโดยปริยาย เมื่อดำเนินงานอย่างเต็มความสามารถแล้ว เมื่อถึงเวลาประเมินโอกาสจะได้ระดับคุณภาพไม่ถึงมาตรฐานก็จะไม่มี ยกเว้นว่าองค์กรนั้นมีข้อจำกัดที่อาจจะต้องได้รับความช่วยเหลือในระดับบนขึ้นไป เพราะถ้าเป็นเรื่องไม่เหลือวิสัยก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ตามเกณฑ์ เพราะเกณฑ์ก็ได้อธิบายไว้ชัดเจนพอที่จะเห็นแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว

          องค์ประกอบการตรวจติดตาม ทุกองค์กรควรออกแบบกระบวนการตรวจติดตามของตนเอง โดยกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการตรวจติดตาม รวมทั้งกำหนดเวลาในการตรวจติดตาม เช่น กำหนดว่าจะตรวจติดตามปีละ 2 หรือ 3 ครั้ง โดยใช้สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม เป็นต้น การตรวจติดตามนี้ถือเป็นกลไกกระตุ้นเพื่อให้มีความเคลื่อนไหวตื่นตัว ไม่ปล่อยปละจนเข้าขั้นประมาท การตรวจติดตามนี้จะช่วยให้ทราบว่าโครงการหรือกิจกรรมต่างๆได้ดำเนินไปตามเวลาอันควรหรือไม่ เพราะเหตุใด งบประมาณต่างๆได้ถูกใช้จ่ายไปอย่างสมเหตุสมผลเพียงใด หากมีอะไรล่าช้าหรือผิดปกติจะสามารถพิจารณาแก้ไขปรับปรุงสถานการณ์ได้ หากมีความจำเป็นอาจต้องมีการปรับแผน ซึ่งเป็นการทำงานที่ตื่นตัว ระแวดระวังองค์ไม่ให้ผิดพลาด หรือเสี่ยงจนเกินเยียวยา

          ฝ่ายที่มีหน้าที่ติดตามไม่จำเป็นต้องตักเตือนผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมด้วยตนเอง เพื่อป้องกันความขัดแย้งกัน เพียงแต่รายงานผลเข้าวาระการประชุมปกติขององค์กร ให้หัวหน้าองค์กรย้ำเตือนในภาพรวม ผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจกรรมเมื่อต้องให้ข้อมูลก็จะรู้โดยปริยายว่าตนลืมทำหรือเป็นเหตุสุดวิสัยใดๆ หากการตรวจติดตามนโยบายเป็นครั้งต้นๆและยังมีเวลาอีกหลายเดือนก่อนครบวงรอบก็ยังมีโอกาสเร่งทำในเวลาที่ไม่คับขัน ลองนึกภาพหากมีการตรวจติดตามเพียงครั้งเดียว คือ เดือนที่ 11 ก่อนที่จะถึงรอบการประเมินในเดือนที่ 12 และเพิ่งจะรู้ตัวว่ายังไม่ได้ดำเนินงานในโครงการหรือกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งเวลาที่เหลือ 1 เดือนนั้นมาสามารถดำเนินการได้แล้ว ก็จะทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย จะขอปรับแผนก็จะไม่เหมาะสมด้วยกาลเวลาที่เร่งรัดอันแสดงถึงการละเลยหรือไม่ทำงานเชิงรุกนั่นเอง ดังนั้นการตรวจติดตามจึงเป็นกลไกที่มีคุณค่าอย่างยิ่งขององค์กร

          องค์ประกอบการประเมินจะเรียกว่าเป็นองค์ประกอบสุดท้ายก็ไม่เชิงเพราะวงจรนี้เป็นวัฎจักร การประเมินเป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ในการบริหารองค์กร เพื่อให้ทราบระดับคุณภาพ เพื่อใช้เป็นประจักษ์พยานที่เป็นทางการว่าองค์กรทำงานได้ผลตามมาตรฐานคุณภาพระดับใด สำหรับสถาบันการศึกษาทุกรอบปีการศึกษาควรมีการประเมิน 1 ครั้ง ที่เรียกว่าการประเมินภายใน ซึ่งประเมินโดยบุคลากรภายในหรือบุคคลที่ผู้บริหารเล็งเห็นว่าจะมีคุณค่าที่จะให้ข้อคิดและประสบการณ์ดีๆแก่องค์กร โดยใช้องค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ขององค์กรเอง ในกรณีมหาวิทยาลัยนเรศวรต้นสังกัดคือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้กำหนดองค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินไว้ให้ทุกมหาวิทยาลัยได้ใช้ เพื่อมีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศตนว่าเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย จึงต้องเลือกองค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่เน้นผลิตบัณฑิตและการวิจัย ซึ่งปีการศึกษา 2552 มี 9 องค์ประกอบ 41 ตัวบ่งชี้

(อ่านต่อบันทึกที่ 2)

 

          อรุณี   อ่อนสวัสดิ์