งานสำคัญๆ ก็คืองานที่ดีที่สุดที่ลูกน้องมอบให้แก่เจ้านาย

การทำงานพรีเซนเตชั่นด้วยเพาเวอร์พอยท์นั้นเป็นสิ่งที่ง่าย หรือไม่ยากมากนัก มีคนทำเป็นเยอะ การหาที่ปรึกษาจึงเป็นเรื่องง่าย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การปรับเปลี่ยนข้อมูลทำได้โดยใครก็ได้ ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่แล้วมากมาย มาใช้ได้ คิดดูก็แล้วกันในคนทำงานเป็นพันคน มีคนทำงานพรีเซนเตชั่นที่สามารถนำไปถ่ายทอดออกทางทีวีได้มีเพียง 2-3 คน มันไม่เพียงพอและเป็นคอขวดของการพัฒนาอย่างมาก

 ผู้บริหารซึ่งมีหน้าที่ในการใช้คนอื่น จำเป็นต้องมองให้เห็นและเค้าก็ได้ทำในสิ่งที่ต้องทำแล้ว ปัญหาของเราก็คือการที่หัวหน้ามอบหมายงานพิเศษให้ ลูกน้องซึ่งเป็นคนทำงานส่วนใหญ่ก็จะปฏิเสธไว้ก่อน อ้างว่าทำไม่เป็น ยังไม่เคยไปอบรมมาก่อน ไม่ค่อยถนัด ทำไม่สวย น่าจะคุณเอนะเค้าทำงานระดับชาติเป็นประจำ ฯลฯ

 เป็นธรรมดาอยู่เองและเมื่อเจ้านายได้เล็งเห็นแล้วว่าคนที่ต้องมอบหมายงานให้ ท่านมั่นใจว่าเขาคนนั้นทำได้ ก็จะมีคำพูดในสไตล์ของท่าน หากท่านตรงไปตรงมาหน่อยก็จะสั่งไปทำมาเลย เอามาให้ดูพรุ่งนี้นะ หากเป็นท่านที่นิยมจะพูดแบบรักษาน้ำใจก็จะเข้ามาช่วยและมีเวลาอธิบายที่ไปที่มาของคำสั่ง สุดท้ายลูกน้องก็ต้องทำอยู่ดี แต่บางท่านก็ท้อกับคำปฏิเสธของลูกน้อง ก็จะลดเป้าหมายลงคือไม่ทำโครงการนั้น หรือรอคนที่ทำเป็นซี่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย

เมื่อก่อนผมเองรู้สึกเหมือนลูกน้องคนอื่นๆ แหละ เราก็รักสบายนะ ไม่ทำก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่เมื่อมาทบทวนและเคยมีประสบการณ์กับการทำงานที่ยากเกินกว่าสิ่งที่เคยทำอยู่มาแล้ว และมันก็ไม่ใช่แค่ 1 งานที่เจ้านายมอบให้ ทุกครั้งที่มอบหมายและเป็นภารกิจด่วนความต้องการหรือสเป็กของสิ่งส่งมอบที่เรากำลังทำอยู่มันจะขยับ จะมีมากขึ้น ยากขึ้น ครั้งแรก ก่อนๆ ผมจะอยู่ในขั้นรับทำเรื่องยากเท่านั้น และตรงจุดนี้หากเจ้านายขยับเป้าหมายขึ้น ผมก็จะปฏิเสธ และจะเครียดทุกครั้งเพราะเค้าขยับเป้าหมาย ขยับความต้องการแต่เวลานั้นกำหนดส่งวันเวลาเดิม มันก็ทำให้เราต้องทำยามรุ่งยามค่ำ สาเหตุก็เวลาเราน้อยลงนั้นเอง ..จากตรงนี้ในวันนั้น สุดท้ายก็จำใจต้องทำต่อไป

ทำให้ดีที่สุด อย่างที่เจ้านายสั่ง เมื่อเสร็จงาน ก็พบว่าเราเองนั้นก็มีสเป็กในใจในการทำงานระดับหนึ่ง คือหากไม่ดีเท่านี้เราก็จะต้องปรับให้มันเท่ากับความต้องการในใจเรา

ผลงานก็จะอยู่ในคุณภาพที่รอเองเคยทำ เมื่อเราได้โชว์ผลงานออกไปก็ได้รับความชมบ้าง ติบ้าง สุดท้ายก็คือเราทำงานสำเร็จ เจ้านายเองก็โล่งใจ เหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้ตลอดมา แต่ผมก็รู้สึกปฏิเสธเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายแบบฉับพลันทุกครั้ง

จริงๆ มันเป็นธรรมชาติของผู้คน และเจ้านายเองก็จะขยับความต้องการทุกครั้งเหมือนกัน

และอีกสิ่งหนึ่งก็คืองานสำคัญเร่งด่วนส่วนใหญ่ชอบเข้ามาพร้อมๆ กัน ก็จะทำให้หน่วยงานจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายใต้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่เสมอ สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ทำไปให้เสร็จทำให้ดีที่สุดแล้วก็แล้วกัน ความประทับใจภาคภูมิใจก็จะเกิดแก่คุณหากงานนั้นคุณทำสำเร็จทั้งๆ ที่หลายคนไม่สามารถทำได้หรือมัวแต่ปฏิเสธ

คุณก็จะไปยืนอยู่ในจุดที่สูงกว่าจุดที่คนทำงานทั่วไปเค้าเป็นอยู่

การที่เจ้านายไว้วางใจเรียกใช้คุณสิ่งหนึ่งก็คือ เค้าตัดสินใจจากปัจจัยทั้งหมดแล้วและมันชี้มาที่คุณว่า คุณนั่นแหละทำฝันให้เป็นจริงได้ หากคุณปฏิเสธ ก็ไม่มีใครทำได้ หน่วยงานก็ไม่มีผลงานไป ที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ คุณค่าของตัวคุณก็หมดไปด้วยเช่นกัน