หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม 19

“สตรีจำต้องแข็งแรง ผู้คนใต้ผืนฟ้าจึงอุดมสมบูรณ์ มีชีวิตที่ดีได้ ดังนั้น ข้อสอบวันนี้จึงเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับการคลอด ทุกคนจงเทียบสำรับยาให้แก่สตรีที่มีอาการแท้งทารก”

หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม 19

โสภณ เปียสนิท

........................................

“สตรีจำต้องแข็งแรง ผู้คนใต้ผืนฟ้าจึงอุดมสมบูรณ์ มีชีวิตที่ดีได้ ดังนั้น ข้อสอบวันนี้จึงเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับการคลอด ทุกคนจงเทียบสำรับยาให้แก่สตรีที่มีอาการแท้งทารก” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า166)

 

                ความคิดเห็นนี้ ให้ความสำคัญกับสตรีอย่างยิ่ง เพราะมองลึกลงไปถึงต้นต่อของสรรพชีวิตมนุษย์ สตรีอ่อนแอ ย่อมให้กำเนิดบุตรที่อ่อนแอไปด้วย บุตรที่อ่อนแอต่อไปย่อมให้กำเนิดบุตรรุนต่อไปที่อ่อนแอ ดังนั้นการให้ความสำคัญกับสตรีจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

“ซงยอบหรือใบสนตากแห่งนั้น ดีต่อการย่อยอาหาร และใช้ในยาชองเหนียกเจ (เพิ่มพลังเพศ)” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า169)

 

                ภูมิปัญญาชาวบ้านทางด้านสมุนไพรเกาหลีดีไม่แพ้ไทย ต่างแต่ว่าประเทศใดจักมุ่งมั่นพัฒนาและนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังมากกว่ากัน สมุนไพรเพิ่มพลังทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของการสืบต่อสายพันธุ์มนุษย์ชาติมีประโยชน์มาก แต่หากหมกมุ่นจนเกินไปอาจทำให้ชีวิตไม่พัฒนา

“ลำพังการแยกจากจองโฮเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ย่อมมิใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใดต่อใจจิตใจที่แหลกสลายไป แต่หัวใจยังหายใจสืบต่อไปได้ ทั้งตนยังต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า175)

 

                มีคำจากวรรณคดีไทยว่า “อดข้าวดอกนะเจ้า ชีวาวาย มิตายดอกเพราะอด เสน่หา” เปรียบได้กับสถานการณ์ของจังกึมในช่วงนี้ อีกอย่างหนึ่งจังกึมมีความมุ่งมั่นต้องการดำรงชีวิตต่อไป เพื่อเปิดโปงผู้ทำร้ายมารดาและอาจารย์ ทั้งที่คนทั้งสองเป็นผู้บริสุทธิ์

“แสงอาทิตย์แห่งฤดูใบไม้ผลิสาดส่องลง ลูบไล้ครกหินที่ใช้ตำยาสมุนไพร ลำแสงเหล่านี้นำพาให้จังกึมเดินเข้าด้านในลานแห่งนั้น เป็นแสดงอาทิตย์ที่น่าอบอุ่นอย่างยิ่ง” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า175)

 

                ภาษาที่ใช้บรรยายธรรมชาติทำให้เห็นภาพอันงดงาม ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลาเหมือนวงล้อแห่งชีวิตหมุนวนนำพาชีวิตก้าวไปข้างหน้า ลำแสงที่สาดส่องนำทางเดินเหมือนความดีงามและความมุ่งมั่นใจการศึกษาในจิตใจของจังกึมที่นำพาชีวิตก้าวเดินสู่จุดหมายอันเรืองรอง

 

“วันเวลาที่ยุ่งจนมิอาจลืมหูลืมตาได้ผ่านเข้ามาอีกครั้งลำพังการหั่นยาและการต้มเคี่ยวยา ก็ดูฤดูใบไม้ผลิเป็นเวลาที่สั้นเกินไปแล้ว” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า175)

 

                “ชีวิตคืองาน” คำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอ ผู้ที่หวังความสุขในชีวิตจึงต้องทำใจให้รักและมีความสุขอยู่กับงานให้ได้ มิฉะนั้นจะมีความสุขน้อย เพราะถูกบังคับให้จำเจอยู่กับการทำงาน  เหมือนจังกึมที่หั่นยาต้มยา ทั้งยังต้องศึกษาตำรับตำราเกี่ยวกับยาและการแพทย์ด้านอื่นๆ เป็นการหาความสุขเพื่อลืมความทุกข์ที่คอยกัดกร่อนจิตใจ

 

“ทุกครั้งเช่นนี้ อดไม่ได้ให้รู้สึกว้าเหว่ เป็นความว้าเหว่ที่มากกว่ากลายเป็นเด็กกำพร้า หลังจากสูญเสียมารดา แม้คิดได้ว่าตนมิมีสิ่งใดในชีวิตให้สูญเสีย จึงมิได้หวาดกลัว แต่กลับรู้สึกว้าเหว่ใจจนถึงกระดูกด้านใน” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า178)

 

                ความว้าเหว่เป็นความรู้สึกส่วนหนึ่งของความเป็นคน คำว่า “ว้าเหว่ใจจนถึงกระดูกด้านใน” กลับแสดงอารมณ์และความรู้สึกของจังกึมอย่างลึกซึ้ง แต่การจมปลักกับความว้าเหว่ยิ่งพาให้จิตเศร้าหมองยิ่งขึ้น วิธีแก้ไขจึงต้องเปลี่ยนอารมณ์ไปทำอย่างอื่นในด้านบวก เช่นการคิดถึงความยากลำบากของคนเพื่อนร่วมโลก หาทางช่วยเหลือเขาเหล่านั้น ความเมตตาเป็นยาสมานใจแก้ว้าเหว่ได้อย่างดี

“ลำต้นของไม้นี้ได้นำมาทำธูป จึงเรียกอีกชื่อว่า เฮียงนามู (ต้นธูปหอม) เป็นต้นไม้ที่ยามตายลงจักส่งกลิ่นหอมขจรขจายได้ไกลกว่ายามมีชีวิต” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า176)

 

                เหมือนคนดีที่ทำแต่กรรมดีเมื่อสิ้นชีพไปแล้วยิ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น กลิ่นของความดีย่อมหอมทวนลมและตามลม คนเกาหลีใช้ต้นเฮียงนามูเป็นอุปกรณ์เพื่อสอนให้คนรุ่นหลังได้มุ่งมันทำกรรมดีเพื่อชื่อเสียงของตนและวงศ์ตระกูล ทั้งยามมีชีวิตและสิ้นชีพไปแล้ว

“และรอยยิ้มหยุดลง หลงเหลือไว้เพียงแสงอาทิตย์แห่งฤดูใบไม้ผลิ สาดส่องลงทั่วพื้นตรงหน้า เป็นวันฤดูใบไม้ผลิอันเงียบเหงาดังเดิม” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า177)

 

                มีคำสำคัญสามคำที่ทำให้คำข้างบนนี้มีความสวยงามทางภาษาศิลป์ รอยยิ้ม แสงอาทิตย์ และฤดูใบไม้ผลิ รอยยิ้มทำให้โลกสวยงามนำพาโลกสู่ความสุข แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิหลังผ่านฤดูหนาวอันยาวนานเป็นความอบอุ่นเปี่ยมสุขที่ทุกคนรอคอย ใบไม้ผลิเป็นความงอกงามของชีวิต สื่อถึงการเจริญเติบโต และความหวังในอนาคต

“นอกจากตนแล้ว มิมีผู้ใดหลงเหลืออีก นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ตนต้องมีชีวิตสืบต่อไป ร่างนี้มิใช่ชีวิตที่หายใจได้ แต่จำเป็นต้องทำการให้สำเร็จ ดังนั้นจึงมิอาจปล่อยให้ความว้าเหว่เกาะกุมจิตใจเช่นนี้ต่อไปได้” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า178)

 

                แม้จังกึมอายุยังไม่มากนัก แต่บทเรียนแห่งชีวิตที่ผ่านมามากมายสอนให้ได้เรียนรู้อย่างลึกล้ำ คนที่เคยเป็นที่รักทยอยจากพราก บิดาถูกจับไป มารดาสิ้นชีพไปต่อหน้าแม้ว่าเธอจะอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด อาจารย์ผู้ที่เธอรักเสมือนมารดาหมดลมหายใจในอ้อมแขนของเธอ คึมยองเพื่อนร่วมอาชีพกลายเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลก ตัวเธอเองกลายเป็นทาสกวานบีอยู่บนเกาะที่ห่างไกล แต่เธอสอบผ่านได้ด้วยความมุ่งมั่นอดทน

“เนื่องเพราะหัวใจข้าน้อยมีไว้เพื่อผู้ป่วย มิได้มีไว้เพื่อรองรับการดื่มสุราแต่อย่างใด” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า184)

 

                เป้าหมายของชีวิตผู้คนแตกต่างกัน เป้าหมายของจังกึมในระยะแรกคือการทำอาหารถวายพระจักรพรรดิ ระยะหลังคือรักษาผู้ป่วย เพราะได้เรียนรู้วิชาแพทย์ ทั้งสองเป้าหมายคือเป้าหมายเพื่อความสุขสบายของผู้อื่น นับได้ว่ามีจิตใจอุทิศเพื่อการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตามคติที่ว่า “อยู่เพื่อตัวอยู่แค่สิ้นลม อยู่เพื่อสังคมอยู่คู่ฟ้าดิน”

 

“พวกเจ้าที่เป็นแพทย์หญิงมือใหม่ จึงอาจแยกแยะควรไม่ควรไม่ชัดเจน ครานี้จะปล่อยไปครั้งหนึ่ง แต่ครั้งหน้าหากฝ่าฝืนคำสั่งอีก จงเตรียมเก็บของไปเป็นจีบังกีให้ดี” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า185)

 

                การให้อภัยถือว่าเป็นการทำทานกุศลประการหนึ่ง เรียกว่าอภัยทาน ถือว่าได้บุญมาก ครั้งนี้ก็เช่นกันการทำผิดโดยไม่ยอมรินสุราให้แก่ขุนนางของอึนบีและจังกึมเป็นความผิดร้ายแรง แต่เมื่อผิดพลาดไปแล้ว หมอหญิงใหญ่ให้อภัย พร้อมกล่าวคาดโทษไว้ไม่ให้ทำผิดอีก ในชีวิตคนเราอาจทำผิดได้หลายๆครั้ง การให้อภัยจึงเป็นเรื่องดีที่ควรกระทำ

“บังอาจมาก เจ้าลืมแล้วหรือ แพทย์หญิงก็เป็นเพียงไพร่ ความคิดไพร่มิได้มีความหมายอันใด” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า186)

 

                การแบ่งชนชั้นในสังคมมีมาแต่โบราณ อินเดียแบ่งคนเป็น 4 ชนชั้น ไทยแบ่งเป็น 2 ชนชั้น เกาหลีแบ่งชนชั้นขุนนางและไพร่เช่นเดียวกัน โดยสาเหตุแห่งชาติกำเนิด ส่วนในพุทธศาสนาแบ่งชนชั้นด้วยการกระทำ เป็นคนดีเพราะคิดพูดทำแต่กรรมดี เป็นคนไม่ดี เพราะคิดพูดทำแต่กรรมไม่ดี เรียกว่า “กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์” ให้ต่างกัน

“หากต้องใช้ชีวิตรินสุราแก่บุรุษ ข้าน้อยขอเลือกความตายเสียดีกว่า” (แดจังกึม/เล่ม3/หน้า186)

 

                คำสัตย์ที่กล่าวจากใจที่มุ่งมั่นจริงจังเป็นเหมือนทิศทางของชีวิต หากเรามีความเชื่อในสิ่งใด และสิ่งนั้นถูกต้องเที่ยงตรงต่อความดีงาม ย่อมนำพาชีวิตสู่ความสำเร็จได้เช่นจังกึมเช่นกัน คนไม่ประสบความสำเร็จอาจเป็นเพราะไม่มีปณิธานในใจอะไรสักประการหนึ่ง หรือมีปณิธานแต่เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงตรงต่อความดีงาม นำพาชีวิตสู่ความตกต่ำ หรือหยุดอยู่กับที่ในขณะที่โลกก้าวไปข้างหน้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม



ความเห็น (14)

แวะเข้ามาอ่าน...ได้ข้อคิดดีครับ...

ขอบคุณครับ

แต่สงสัยนิดหนึ่งว่า เส้าหลงนี่เป็นน้องเส้าหลินหรือเปล่าครับ

เขียนเมื่อ 
  • ชอบอันนี้เลย
  • การให้อภัยถือว่าเป็นการทำทานกุศลประการหนึ่ง เรียกว่าอภัยทาน ถือว่าได้บุญมาก
  • รออ่านหนังสือชื่อ รักเดียวของโสภณ อยู่ครับ ฮ่าๆๆ
  • เอามาฝากจากไร่พนมทวน
  • แถมดอกบัว ไหว้พระ...ฮ่าๆๆ

ขอบคุณครับ

แต่สงสัยนิดหนึ่งว่า เส้าหลงนี่เป็นน้องเส้าหลินหรือเปล่าครับ

เรียนอาจารย์ขจิตครับ

เห็นแล้วชอบจัง

น้ำ แดด ดิน

แต่ว่าที่ของอาจารย์อยู่ตำบลอะไรครับ ว่างจะไปเที่ยว

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 
  • แดจังกึมกับแง่คิด ถึงชีวิต คือ งาน ได้นำมาปรับใช้และเห็นด้วยกับข้อคิดนี้หากทำให้งานมีคุณค่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็ยังเป็นสุข

ชอบคำว่า "ทำให้งานทุกงานที่เราทำอยู่นั้นมีคุณค่า" อันนี้ถือว่าสำคัญ แสดงว่าทำงานอะไรก็ได้ งานนั้นสำคัญทั้งหมด

ภาพเกษตรเยอะดีจังเลย

เขียนเมื่อ 

ชอบเรื่องนี้มาก

Blankเรียนคุณชลัญธรครับ

ผมก็ชอบและบันทึกไว้ในชื่อ

หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรัก

จากแดจังกึม อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่นะครับ

http://www.gotoknow.org/blogs/books/view/lakdhamkhamkhom

เขียนเมื่อ 

แฟนตัวจริงเลยล่ะค่ะ ติดทุกตอน แถมยังซื้อแผ่นไว้ด้วยค่ะ มันหลายปีมาแล้วค่ะ ขอบคุณข้อคิดและบทวิเคราะห์ดีๆ ค่ะ

เรียนคุณBlankครับ

อย่าลืมแวะไปท่องเที่ยวบันทึกของผมบ้างนะครับ

ยามว่างนะ อิอิ