ผมจึงเสนอให้ กกอ./สกอ. ดำเนินการสร้างระบบอุดมศึกษาให้ใกล้ชิดสังคมไทย ไม่ใช่เหินห่างสังคมอย่างที่เป็นมานานกว่า ๓๐ ปีจนปัจจุบัน โดยต้องมีกุศโลบาย/incentive ให้อาจารย์นักศึกษา อยากทำงานวิชาการเพื่อรับใช้สังคมไทย และเครื่องมือนั้นคือ สายงานวิชาการรับใช้สังคมไทย ที่มีการยอมรับ มีเกณฑ์คุณภาพ ของผลงานวิชาการที่เผยแพร่เป็นภาษาไทย และวัดที่ผลกระทบต่อสังคม (social impact) เป็นหลัก


          ผมใฝ่ฝันมากว่า ๑๐ ปี ที่จะให้มีสายงานวิชาการรับใช้สังคมไทย ที่อาจเรียกว่า สาย Social Impact   คู่กับสายงานวิชาการนานาชาติ หรือสาย Impact Factor   ดังเคยเขียนไว้ที่นี่ ที่นี่ และที่นี่   เวลาเสนอแนวคิดในที่ต่างๆ ก็มีคนเห็นด้วยหมด   แต่ไม่มีคนลงมือดำเนินการให้เกิด   เพราะเป็นเรื่องยาก

          วันที่ ๑ ก.ค. ๕๓ ในการประชุม กกอ. มีวาระเรื่อง การนำพลังทางปัญญาพาชาติพ้นวิกฤต เข้าหารือเพื่อหาทางดำเนินการ   ผมจึงเสนอให้ กกอ./สกอ. ดำเนินการสร้างระบบอุดมศึกษาให้ใกล้ชิดสังคมไทย   ไม่ใช่เหินห่างสังคมอย่างที่เป็นมานานกว่า ๓๐ ปีจนปัจจุบัน   โดยต้องมีกุศโลบาย/incentive ให้อาจารย์นักศึกษา   อยากทำงานวิชาการเพื่อรับใช้สังคมไทย   และเครื่องมือนั้นคือ สายงานวิชาการรับใช้สังคมไทย   ที่มีการยอมรับ มีเกณฑ์คุณภาพ ของผลงานวิชาการที่เผยแพร่เป็นภาษาไทย   และวัดที่ผลกระทบต่อสังคม (social impact) เป็นหลัก   ให้มีสายวิชาการที่ขึ้นสู่ตำแหน่ง ผศ., รศ., ศ., ศ. ๑๑ ด้วยผลงานสายนี้ได้  

          คือให้ผลงานวิชาการมี ๒ สาย  คือสาย impact factor ที่มีอยู่แล้ว   กับสาย social impact ที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่   ให้มีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีผลดีต่อสังคม 

          ที่ประชุม กกอ. รับหลักการ   โดยฝ่าย สกอ. จะไปดำเนินการต่อไป   โดยอาจต้องตั้งคณะทำงานขึ้นพัฒนาวิชาการสาย social impact นี้

          วันที่ ๒ ก.ค. ๕๓ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันคลังสมองของชาติ รศ. ดร. สมพร อิศวิลานันท์ รายงานเรื่องโครงการวิจัย ๒ เรื่องที่ได้รับทุนจาก สกว. คือ

   การเฝ้ามองนโยบายเกษตรไทย  ซึ่งทำเป็นชุดโครงการ  ให้นักวิจัยจากสถาบันต่างๆ เสนอโครงการเข้ามา   รวมทั้งมีการจัดเวทีสังเคราะห์นโยบายเสนอต่อผู้กำกับนโยบายและสาธารณชน   ซึ่งผมมองว่า output ของผลการวิจัยนี้มี ๓ ประการคือ (๑) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย  (๒) การสร้างนักวิจัยด้านวิเคราห์สังเคราะห์และเสนอแนะนโยบาย  (๓) องค์ความรู้ด้านการจัดการเกี่ยวกับงานนโยบายสาธารณะ


•   การเสริมสร้างความเข้มแข็งของบุคลากรด้านการประเมินผลกระทบจากงานวิจัย : กรณีงานวิจัยด้านเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร   เป็นการสร้างศาสตร์ (คู่มือ) ด้านการประเมินผลกระทบจากงานวิจัย   และสร้างนักประเมินผลกระทบจากงานวิจัย

          เมื่อเห็นเรื่องที่ ๒ ผมดีใจดังได้แก้ว   รีบเสนอต่อที่ประชุมว่า ขอเสนอให้ รศ. ดร. สมพร ช่วยเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างสายงานวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย หรือสาย social impact ด้านการเกษตร   โดยทำงานมาจากโครงการที่ ๒

          วิธีทำงาน คือ ตรวจสอบรายงานผลการวิจัยในวารสารวิชาการไทยที่ได้รับการยอมรับจาก สกอ.   เลือกที่ถือว่ามี social impact สูงมาก สมควรได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูงตามแนวทางของผลงานวิชาการสาย social impact   ที่เอามาขอตำแหน่งวิชาการได้   แล้วดำเนินการตีความจากผลงานเหล่านั้น   ตั้งเป็นเกณฑ์ของผลงานวิชาการสาย social impact ว่าควรมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไรบ้าง   ในการทำงานนี้ ควรจัดทีมมาช่วยกันทำ   โดยผมขอปวารณาตัวเป็นที่ปรึกษา    และควรเชิญ ศ. ดร. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ แห่ง TCI มาร่วมด้วย

          ผมหวังว่า หากมีการดำเนินการเช่นนี้ ในช่วงแรกๆ อาจมีความไม่แม่นยำอยู่บ้าง   แต่เมื่อเรียนรู้และปรับปรุงไปเรื่อยๆ ระบบนี้จะลงตัว มีความแม่นยำในการตีคุณค่า คุณภาพ และยกย่อง ผลงานวิชาการสาย social impact

          ผมเคยท้อใจ ว่าผมคงจะตายไปก่อน โดยไม่ได้เห็นประเทศไทยมีการสร้างสรรค์สายวิชาการรับใช้สังคมไทย   บัดนี้ความหวังของผมลุกโพลง

 

วิจารณ์ พานิช
๓ ก.ค. ๕๓