"บุคคล ๔ จำพวก ที่พึงให้บวช"

 ระยะนี้ใกล้วันบวชลูกเข้าไปทุกที แต่ผู้เขียนก็ได้รับคำสั่งด่วน ให้ไปอบรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โชคดีที่ได้อบรมที่ วิทยาลัยสาธารณสุขชลบุรี เป็นระยะเวลา ๒ สัปดาห์ ตามตารางมีกิจกรรมถึง ๓ทุ่มทุกคืน แต่ผู้เขียนก็ยินดีกลับบ้าน เพื่อจะได้ใช้เวลาในยามดึกของแต่ละคืน ได้ตระเตรียมเรื่องการบวชของลูกชายบ้าง เพราะถ้ารอให้เสร็จสิ้นการอบรม ก็ล่วงไปถึงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ก็จะไม่ทันการ

 เราสองคนแม่ลูกเลยศึกษาเรื่องการบวชกัน ไปซื้อหนังสือ เกี่ยวกับการอธิบายศีล ๒๒๗ ข้อ .อ่านหนังสือเรื่องการบวช พิธีการ ,การเตรียมตัว ,อานิสงค์การบวช และวันนี้ จะเล่าถึงผลานิสงส์ ในส่วนของผู้ให้การสนับสนุนการบวชนะคะ

 พระพุทธเจ้า ทรงตรัสว่า "บุคคล ๔ จำพวก ที่พึงให้บวช"คือ

ทาสกรรมกร

บุตรธิดา

ภรรยา

สามี

  ได้ขยายผลานิสงส์ไว้ชัดเจน ถึงกุศลที่จะได้รับดังนี้

เจ้านายผู้ใด มีศรัทธา โปรดให้ทาสกรรมกรชายหญิงบวชเป็นสามเณร สามเณรี ในพระพุทธศาสนา เจ้านายผู้นั้น จะได้เสวยผลานิสงส์ กัล์ปหรือกัป

 แต่ถ้าให้ทาสบริวารเหล่านั้น บวชเป็นพระภิกษุหรือภิกษุณี จะได้เสวยผลานิสงค์เพิ่มขึ้นเป็น กัลป์

  ถ้าผู้ใดได้เป็นเจ้าภาพ บวชบุตรธิดาให้พวกเขา ให้เป็นสามเณร หรือสามเณรี ย้อมได้เสวยผลานิสงค์ กัลป์

  และ ถ้าบุตร ธิดาเขาเหล่านั้น ได้บวชเป็นภิกษุ ภิกษุณี จะได้เสวยผลานิสงส์ ๑๖ กัลป์

  ส่วนสามี หรือภรรยา ท่านใด ให้ภรรยา หรือสามีบวชเป็นสามเณรี สามเณร ย่อมได้ผลานิสงส์ กัลป์ แต่ถ้าบวชเป็นภิกษุณี ภิกษุ ย่อมได้ ๓๒ กัลป์

 สตรีใดผู้เป็นแม่ ให้ลูกชายบวชเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา จะได้ ๓๒ กัลป์ ถ้าให้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ จะได้ผลานิสงส์มากถึง ๖๔ กัลป์

 เป็นความรู้ทางพระพุทธศาสนา ที่ศรัทธาเชื่อถือสืบๆกันมา กันมาตั้งแต่พุทธกาล จึงขอนำเรื่องเกี่ยวกับการบวช มาเล่าสู่กันฟังไปเรื่อยๆ ในระหว่างนี้ ขอเพียงมีสักประโยคหนึ่ง ที่ทำให้ท่านผู้อ่านเกิดศรัทธาในการบวช ไม่ว่าจะบวชเอง หรือเป็นเจ้าภาพสนับสนุนการบวช เมื่อนั้นเองผู้เขียนก็จะบังเกิดปิติใจ และได้รับกุศลจากการเขียนบันทึกบุญการบวชเป็นอย่างยิ่งค่ะ