GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิธีให้โบนัสแก่นักวิจัย

         ระบบโบนัสแก่นักวิจัยกำลังก่อตัวและแพร่กระจายไปทั่วโลก

         กระทรวง ว&ท ของเกาหลีใต้ประกาศให้รางวัลเป็นเงิน 3,000 เหรียญสหรัฐแก่ first author และ corresponding author ที่ตีพิมพ์ใน "วารสารชั้นดี"

         กระทรวงวิทย์ฯ ปากีสถานให้ "รางวัล" แก่นักวิจัยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002  เป็นเงินตั้งแต่ 1,000 - 20,000 เหรียญสหรัฐต่อปี   ตาม impact factor สะสมในปีนั้น

         มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของจีนจ่ายสูงถึง 50,000 เหรียญสหรัฐแก่ผู้ตีพิมพ์ผลงานที่มี impact factor สูงมาก

         สถาบันไบโอฟิสิกส์ในสังกัด Chinese Academy of Sciences ซึ่งอยู่ในปักกิ่งจ่ายตาม impact factor 3 - 5 จะได้แต้มละ $250 (เหรียญสหรัฐ)    ถ้า impact factor เกิน 10 ได้แต้มละ $875   ถ้า impact factor เกิน 30 เช่น Science, Nature, Cell ได้แต้มละ $31,000

         มาตรการจูงใจด้วยเงินโบนัสนี้มีข้อดีอย่างไม่ต้องสงสัย   แต่ก็มีข้อเสียด้วย

ข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นได้แก่
 - เกิดการโกงเพื่อให้ได้ตีพิมพ์
 - แย่งกันเป็น first author/corresponding author
 - บ้า impact factor ไม่ทำวิจัยเพื่อ social impact
 - นักวิจัยบางคนต่อต้านรู้สึกว่าถูกเอาเงินฟาดหัว
 - บรรยากาศการวิจัยไม่เป็นบรรยากาศที่ความอยากรู้  อยากเรียนรู้นำ   กลายเป็นบรรยากาศที่ "โลภะ" นำ

Ref.    Fuyuno I, Cyranoski D. Cash for papers : putting a premium on publication.  Nature 2006; 441 : 792 (15 June)

ขอบคุณ    ดร. ภิญโญ  พานิชพันธ์  ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้  มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่ส่งบทความมาให้

วิจารณ์  พานิช
 5 ก.ค.49

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 37405
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

ครับผม ถ้ามีสิ่งต่าง ๆ มาล่อใจเยอะเกินไป นักวิจัยก็จะไม่รักในความรู้อย่างบริสุทธิ์ครับ ต้องทำวิจัยเพราะใจต้องการที่อยากทำอยากรู้อยากค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ก็จะเป็นสิ่งที่ยั่งยืนครับ และงานวิจัยก็จะสวยงามเพื่อใช้ใจทำเป็นหลักครับ

สอบป้องกันวิทยานิพนธ์แล้วกำลังหาที่ตีพิมพ์ครับ..ขอคำแนะนำหน่อยครับ..ทำเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ