นรก VS สวรรค์ มีจริงหรือ ???

เรื่อง นรก-สวรรค์ มีจริงหรือ ?????

               สัปดาห์นี้ได้อ่านหนังสือ ชีวจิต เรื่องเกี่ยวกับนรก-สวรรค์ ว่ามันมีจริงไหม เพราะถ้าถามเรา ก็คิดว่ามันควรจะมีจริงนะ เราจะได้แข่งกันทำบุญทำทาน สวดมนต์ ไหว้พระ คิดแต่สิ่งที่ดี (โลกนี้คงสงบสุข) บางคนถึงขนาดทำบุญทำทานเพื่อให้ไปสวรรค์ไม่พอ ยังต้องให้ไปสวรรค์ชั้นสูงๆ อีกด้วย (สรุปทำบุญด้วยเงินมากๆ ก็เพื่อซื้อเครื่องบินเจ็ทไปสวรรค์ชั้นสูงๆ นั่นเอง)ในหนังสือเขียนไว้ว่า หากพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงและพระเจ้าเป็นผู้กำหนดว่าใครขึ้นสวรรค์หรือลงนรก หรือไปขึ้นสวรรค์ชั้นไหนหรือลงนรกขุมไหน มนุษย์นี้ก็สามารถจะ “ให้สินบน” พระเจ้าได้กระนั้นหรือ ยิ่งมีเงินเท่าไร ยิ่งให้สินบนมากเท่านั้น และอยู่สวรรค์ชั้นสูงๆ  แต่ไม่ว่าใครก็ตามอยากไปสวรรค์ทั้งสิ้น สำหรับเราอยากไปสวรรค์ที่ไม่ต้องมีสูงมีต่ำ แต่อยากไปสวรรค์ที่ระดับเดียวกันกับทุกคน กับเทวดาทุกตน (มากไปไหม) เพื่อจะได้ไม่ต้องแข่งขันกับบางคนที่ทำบุญทีละมากๆ คงจะเหนื่อยน่าดู

                พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) บอกไว้ชัดเจนว่า ในพระพุทธศาสนานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดกว่าสวรรค์ คือ นิพพาน สวรรค์ไม่ใช่จุดหมายปลายทางแห่งชีวิต  เราต้องปฏิบัติตนเพื่อนิพพาน ไม่ใช่เพื่อไปสวรรค์ ท่านบอกว่าจะนิพพานนั้นไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้ก็สามารถนิพพานได้  ในทางพระพุทธศาสนานั้น  นรกหรือสวรรค์เป็นเพียงภาพหนึ่งในสังสารวัฏ แปลว่ามีการหมุนขึ้นหมุนลงได้ ไม่ได้กำหนดตายตัวหรือเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย  ท่านบอกว่า “ตกนรกแล้ว ต่อไปถ้าเรามีกรรมดีก็กลับไปขึ้นสวรรค์หรือมาเกิดเป็นมนุษย์ คนที่เกิดเป็นพระพรหมด้วยกรรมดี บำเพ็ญฌานสมบัติ  ต่อไปเมื่อสิ้นบุญแล้วกลับไปตกนรกเพราะมีกรรมชั่วในหนหลังก็ได้ มันก็หมุนเวียนกันไปมา นรก-สวรรค์จึงเป็นเพียงส่วนที่หมุนเวียนอยู่ในระหว่างกลาง แล้วก็เป็นของชั่วคราว เพราะฉะนั้น ความสำคัญก็มีน้อยลง เพราะเรามีโอกาสที่จะแก้ไขตัวได้มาก...”

                ถามว่า นรก-สวรรค์ มีจริงหรือเปล่า ท่านบอกว่าพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีหรือไม่มี เพราะจะพิสูจน์ด้วยตา หู จมูก ลิ้น กาย ไม่ได้ ต้องพิสูจน์ด้วยชีวิตจิตใจนั่นเอง “ลองตายดู” ท่านบอกว่าไม่ต้องไปสนใจว่ามีจริงหรือไม่ แต่ให้อยู่กับ “ปัจจุบันขณะ” จะมีความสำคัญมากกว่า ในทางพุทธศาสนาถือเรื่องปัจจุบันสำคัญที่สุดเพราะ 1) เราได้รับผลทันที  เห็นผลชัดๆแน่นอน  2) ข้างหน้าเป็นผลสืบไปจากปัจจุบันนี้เอง เอาปัจจุบันน้ไปทำนายข้างหน้าได้อยู่แล้ว  ท่านยกตัวอย่างให้ฟังว่า “สมมติว่าใจไม่สบาย เอ ฟังเรื่องนี้ไม่น่าสนใจ ชักรำคาญ เห็นอะไรก็ไม่ดีไปหมด ชักกลุ้ม  แต่ถ้าทำใจให้ดีขึ้นมาว่า เอ นี่เป็นเรื่องสำคัญ ถึงจะยากหน่อยก็ควรจะเอาใจใส่ให้ดี สร้างฉันทะให้อยากรู้ ทำอารมณ์ดีให้ใจสบายขึ้นมา ก็มองอะไรชัดจะดีขึ้นไปหมด  สวรรค์ก็เริ่มมาแล้ว”

 ท่านได้แยกนรก-สวรรค์เป็น 3 ระดับ ดังต่อไปนี้

1)   หลังจากตาย  ไกลตัว  ยังไม่ได้รับ  ปัจจุบันเรายังไม่รู้สึก  แล้วมันก็เนื่องไปจากปัจจุบันด้วย ต้องสร้างปัจจุบันนี่แหล่ะ

2)    สวรรค์ในอก  นรกในใจ ก็อยู่ที่การสร้างระดับจิตในปัจจุบัน แต่ยังเป็นเรื่องที่มีเป็นครั้งคราว เพราะเอาเฉพาะที่เป็นเรื่องใหญ่

3)   ก็ละเอียดลออ  เป็นไปอยู่ประจำตลอดเวลาที่รับอารมณ์ ขณะนี้เราสร้างความรู้สึกที่ดี ก็ทำให้บังเกิดสรรค์ได้เดี๋ยวนี้

      เมื่อได้อ่านมาทั้งหมด ก็พอสรุปได้ว่าสวรรค์มีจริงๆ ซึ่งสวรรค์นี้ไม่ใช่ตายแล้วไปสวรรค์ แต่สวรรค์เกิดขึ้นจากการทำจิตใจ ประพฤติ ปฏิบัติตน ในสภาพปัจจุบันการณ์ให้ดี มีความสุข สวรรค์ก็อยู่ไม่ไกลไม่ต้องรอตายเสียก่อน 

แหล่งที่มา หนังสือชีวจิต เดือนกรกฎาคม 2553