สังคมไทย
      สังคมไทยในอดีต ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเอื้ออาทร ความมีน้ำใจและความผูกพันในครอบครัวและชุมชน สังคมไทยในชนบทเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน วันนี้หลายอย่างได้ถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา หลายอย่างยังคงมีอยู่บ้างแต่ก็เลือนลางเต็มที เมื่อตอนเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม เวลาที่คุณพ่อหาปลามาได้เยอะๆ พ่อก็จะเป็นคนจัดการแบ่งปลาเป็นกองๆ แล้วใช้ให้ผมกับพี่สาวไปส่งบ้านลุง ป้า น้า อา ผมเคยถามพ่อว่า ทำไมเราต้องแบ่งปลาให้ญาติๆด้วย พ่อยิ้มแล้วก็บอกว่า เราให้เขาในวันนี้ ในวันหน้าเขาก็จะกลับมาให้เรา ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงเพราะหลายวันต่อมา ลุง ป้า น้า อา ก็เอาของกินทั้งของสดของแห้งมาฝากครอบครัวเราสลับกันไปเกือบทุกวัน บางวันครอบครัวในละแวกใกล้เคียงก็นัดชุมนุมทำแกงหน่อไม้ ทำส้มตำ ใครมีอะไรก็นำมารับประทานร่วมกัน นั่งล้อมวง เป็นที่เอร็ดอร่อย บ้านใครขาดปลาร้า ขาดเกลือ ขาดพริก ต้นหอม ผักชี ฟักทอง หรือผักสวนครัวต่างๆ ก็ขอแบ่งปันกันไปไม่ต้องซื้อต้องหา เวลาใครเจ็บป่วยไม่สบาย ก็จะได้รับความห่วงใย ดูแล จากเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี ทุกคนในหมู่บ้านรู้จักกัน เคารพกันตามลำดับญาติ ผู้หลักผู้ใหญ่จะคอยแนะนำเด็กๆว่า คนนี้เป็นน้านะ คนนี้เป็นอานะ คนนี้เป็นลุงเป็นป้า เด็กๆก็จะเรียกตาม สรุปแล้วพวกเราก็เลยเป็นญาติกันทั้งหมู่บ้าน เมื่อครอบครัวไหนมีงาน ทั้งงานมงคลหรืองานอวมงคล ทุกครอบครัวต้องไปช่วยงาน ตั้งแต่เตรียมงาน จัดสถานที่ ทำอาหารต้อนรับแขกต่างหมู่บ้าน จนกระทั่งเสร็จงาน ล้างถ้วยล้างจาน เก็บกวาดสถานที่จนแล้วเสร็จ สิ่งเหล่านี้วัฒนธรรมแบบนี้ เคยมีมาแล้วจริงๆ ในสังคมของชนบท แต่เมื่อความเจริญนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน วิถีชีวิตของคนในชนบทก็เริ่มเปลี่ยนไป จากสังคมที่สงบสุขก็กลายเป็นสังคมที่วุ่นวาย จากสังคมที่มีแต่ให้ ก็กลายเป็นความเห็นแก่ตัว คนบ้านข้างๆบางทีก็ไม่รู้จักกัน ของกิน ของใช้ทุกอย่างต้องซื้อด้วยเงิน สังคมไทยในวันนี้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ