งานวิจัย การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร
จังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร เป็นที่รองรับการขยายตัว มีผลทำให้กรุงเทพมหานครเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน รวมถึงระบบการศึกษา อย่างไรก็ดี จังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในด้านการศึกษา ยังหางไกลไปจากรุงเทพมหานครมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะผู้วิจัยเห็นควรทำการศึกษาสภาพปัจจุบันของการศึกษาและวิจัย เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนมัธยมศึกษาให้อยู่ในระดับสูงขึ้นต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
-
ศึกษาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร
-
ศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา
-
พัฒนากลยุทธ์ในการปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนมัธยมศึกษา
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
-
แบบรายงาน ได้แก่ สถิติจำนวนห้องเรียน นักเรียน ครู และโรงเรียนมัธยมศึกษา
-
แบบรายงานการศึกษาและรายงานครู
-
แบบรายงานงบประมาณ
-
แบบสำรวจการสมัครและรับนักเรียนมัธยมศึกษา
-
แบบสำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษา
-
แบบสอบถามความพึงพอใจในการทำงานของครู
-
แบบสอบถามพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหาร
-
แบบจัดอันดับคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมศึกษา
-
แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจในโรงเรียนของผู้ปกครอง
การวิเคราะห์ข้อมูล
คำนวณค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน T-test F-ratio Multiple Regression
สรุปผลการวิจัย
-
คุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่ ร้อยละ (54.6) มีอันดับคุณภาพการศึกษาด้านผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับปานกลาง สำหรับอันดับคุณภาพการศึกษาด้านผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 12 โรงเรียนปรากฏว่า โรงเรียนมีอันดับคุณภาพการศึกษาด้านผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับปานกลาง 11 โรงเรียน สำหรับความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจาก 85 โรงเรียน พบว่า ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 91.76) อยู่ในระดับปานกลาง โรงเรียนมีผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่ำมีเพียงร้อยละ 8.24 และจากโรงเรียนทั้ง 85 โรงเรียน ไม่มีโรงเรียนใดที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับสูง
2. ปัจจัยและกลยุทธ์ที่มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
2.1 ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน มี 4 ประการ คือ
1) พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียน
2) การจัดการเรียนการสอนของครู
3) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน
4) พฤติกรรมการเรียนของนักเรียน
2.2 กลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่นำมาใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 3 กลยุทธ์ คือ
1) พัฒนาพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียน โดยการจัดประชุม สัมมนา และการให้การศึกษาอบรมแก่ผู้บริหารโรงเรียนในด้าน การวางแผน การพัฒนาทักษะ และภาวะผู้นำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2) พัฒนาทักษะการสอนของครู โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการออกข้อสอบ และวิเคราะห์ข้อสอบ การประชุม อบรม และฝึกทักษะด้านวัตกรรมการสอน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
3) พัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน โดยการจัดสัมมนาผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียน
3. ผลการนำกลยุทธ์ไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
3.1 พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนตามความคิดเห็นของครูผู้สอน พบว่า โรงเรียนที่ผู้บริหารมีการนำกลยุทธ์ไปใช้สูง มีพฤติกรรมการบริหารแตกต่างจากโรงเรียนที่ผู้บริหารมีการนำกลยุทธ์ไปใช้ต่ำ กล่าวคือ ครูมีความเห็นแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในพฤติกรรมด้านการผลิตชุดการสอน และการสอนแบบใหม่ ส่วนพฤติกรรมการบริหารด้านอื่นๆ ได้แก่ การวางแผน การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรม การบริหารทั่วไป การออกข้อสอบ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยพฤติกรรมด้านการบริหารทั่วไปมีความแตกต่างกันมากที่สุด
3.2 ความพึงพอใจในการทำงานของครู อาจารย์ พบว่า ครูในกลุ่มโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้มาก และโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้น้อย มีความพึงพอใจในด้านสภาวะเงื่อนไขการทำงานและด้านบทบาทความรับผิดชอบในระดับปานกลาง แต่มีความพึงพอใจด้านการปฏิบัติงานในห้องเรียนในระดับมาก
3.3 ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน พบว่า หลังสิ้นสุดโครงการ ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง ผู้ปกครองนักเรียนเกือบทุกโรงเรียนใน 12 โรงเรียน มีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นกลุ่มโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้มาก ผู้ปกครองมีความพึงพอใจสูงกว่ากลุ่มที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้น้อย และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน ได้แก่ ปัจจัยด้านความมีชื่อเสียงของโรงเรียน ความมีผลงานทางวิชาการและการบริหาร ความเพียงพอและทันสมัยของอาคาร-อุปกรณ์ การจัดหลักสูตรการสอนของโรงเรียนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน
อภิปรายผล
จากข้อค้นพบในการวิจัย สามารถนำมาเป็นประเด็นในการอภิปรายผลดังนี้
-
คุณภาพการศึกษา
ในการพิจารณาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนที่เข้ามาร่วมโครงการพิจารณาได้ 2 ด้าน คือ คุณภาพการศึกษาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียน จากข้อค้นพบจะเห็นได้ว่า โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร มีคุณภาพด้านผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับปานกลางข้อมูลที่ได้นี้เป็นเครื่องบ่งบอกที่สำคัญว่าหากต้องการจะสกัดกั้นการหลังไหลของประชากรในวันเรียนมิให้เข้ามาเรียนในกรุงเทพมหานครแล้ว ผู้เกี่ยวข้องควรปรับปรุงโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดรอบกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น
2. ปัจจัยและกลยุทธ์ที่มีผลกระทบต่อคุณภาพของโรงเรียนมัธยมศึกษา
2.1 พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหาร
จากข้อค้นพบที่ว่า ผู้บริหารโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้มาก มีพฤติกรรมในการบริหารงานด้านต่างๆ สูงกว่าโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้น้อยซึ่งอาจจะเนื่องมาจากการขาดการสื่อสารที่ดีระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ทำให้ขาดข้อมูลที่จะทำความเข้าใจกันประการหนึ่ง อีกนัยหนึ่ง เป็นเรื่องปกติของการทำงาน คือผู้บริหารเห็นว่าตนเองทำดีที่สุดแล้ว แต่ผู้สอนก็ยังไม่พอใจในผลงาน ซึ่งจากข้อค้นพบนี้แสดงว่ากลยุทธ์ต่างๆที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาได้แก่ การประชุม การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการและการศึกษาดูงานนั้น มีผลในทางที่ดีต่อพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหาร คือ ทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2.2 ความพึงพอใจในการทำงานของครู
เมื่อสิ้นสุดโครงการพบว่า ครู อาจารย์ มีความพึงพอใจในการทำงานโดยรวมในระดับปานกลาง และความพึงพอใจรายด้านคือ ความพึงพอใจด้านสภาวะเงื่อนไขในการทำงาน ด้านบทบาทและความรับผิดชอบในระดับปานกลาง และมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานในห้องเรียนในระดับมาก
2.3 ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน
1) เมื่อสิ้นสุดโครงการวิจัย ผู้ปกครองนักเรียนมีระดับความพึงพอใจเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
2) ความพึงพอใจของผู้ปกครองจากกลุ่มโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้ในระดับสูงแตกต่างจากกลุ่มโรงเรียนที่มีการนำกลยุทธ์ไปใช้ระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 แสดงว่า การนำกลยุทธ์การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนไปใช้ มีความสำคัญต่อความพึงพอใจของผู้ปกครอง
3) องค์ประกอบสำคัญที่โรงเรียนจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนคือ การสร้างผลงานทางวิชาการและผลงานทางการบริหาร ความมีชื่อเสียงของโรงเรียน การจัดหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน ความเพียงพอ และความทันสมัยของอาคาร อุปกรณ์การเรียนการสอนมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 แสดงว่าความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อโรงเรียนมัธยมศึกษามีความเกี่ยวข้องกับความมีชื่อเสียง ความมีผลงาน การมีหลักสูตรและการสอนที่สนองความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนตลอดจนการจัดสภาพแวดล้อมภายในบริเวณโรงเรียนให้ร่มรื่น
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
-
โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรปรับปรุงเงื่อนไข และสภาพการทำงานของครูให้ดีขึ้น เช่น ด้านกระบวนการบริหาร มีการวางแผน การจัดบุคลากร การมอบหมายงานและการติดตามงานที่เหมาะสมและในด้านสภาวะแวดล้อม ควรจัดอาคารสถานที่ เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงาน ทั้งนี้เพื่อให้ครูมีความพึงพอใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
-
การจัดสรรทรัพยากรในโรงเรียนตามจำนวนนักเรียนเป็นรายบุคคล มีผลทำให้โรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถจะปรับปรุงหรือดำเนินการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะจัดสรรทรัพยากร โดยการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำหรือตามสภาพปัญหาของโรงเรียน
-
พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนมีผลต่อการดำเนินงานของโรงเรียนเป็นอย่างมากหากเป็นไปได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเป็นระยะๆ และหลักสูตรในการอบรมควรจะเน้นในแต่ละด้านให้ชัดเจน
-
โรงเรียนควรจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนตลอดจนโปรแกรมการเรียนให้สอดคล้องและตอบสนองความต้องการของชุมชนให้มากที่สุด
ทองอินทร์ วงศ์โสธร และคณะ วารสารวิชาการ ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 มีนาคม 2541
มาเยี่ยมชมผลงานครับ ok ครับ
อัสลสามมุอาลัยกุม
เป็นงานวิจัย..เพื่อพัฒนาที่ดี..มากๆ
ได้ความรู้มากคะ