ร้อยเรียงความประทับใจกลายเป็นหนึ่งกับนักศึกษาพี่เลี้ยงโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย ยุคไอที”
โครงการพัฒนาเครือข่ายผู้นำเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย “มัคคุเทศก์น้อย ยุคไอที” ที่จัดขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) จำกัด กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคีนันแห่งเอเซีย บริษัทชัยพัฒนาเชียงใหม่ ขนส่ง จำกัด(Green Bus) อาศรมอิสรชนและไร่เชิญตะวัน และเทศบาลตำบลสันทรายหลวง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ปลูกฝังในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายเพื่อให้มีจิตสำนึกรักท้องถิ่น และพัฒนาเยาวชนในทักษะด้านภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม การใช้ไอที และภาษาอังกฤษ การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและการบริหารจัดการ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พัฒนาตนเองเพื่อมีส่วนร่วมกับชุมชนในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง อีกทั้งฝึกการเป็นผู้มีส่วนช่วยเหลือสังคมโดยมีเยาวชนจำนวน 6 ชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยกิจกรรมในค่ายประกอบไปด้วยการเรียนรู้ Home Stay ณ โครงการพระราชดำริโปง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การศึกษาไกด์มืออาชีพจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เชียงใหม่ การลงพื้นที่ศึกษาชุมชนจริง ณ หมู่บ้านแม่กำปอง ต้นแบบด้านการทำ HomeStay ศึกษาการทำเครื่องเงิน ณ สันทรายหลวง และปิดท้ายด้วยกิจกรรมธรรมะประจำใจโดย พระมหาวุฒิชัย วชิระเมธี(ท่านว.วชิระเมธี)และสามเณรเดียว ทศกัณฑ์เด็ก ณ ศูนย์วิปัสนาไร่เชิญตะวัน และวัดศรีศักดาราม
“บึ้มบั๊ม” นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น …”ตามที่ผมมองนะครับ คือที่ผมได้ก็คือ การประชุม การเตรียมงาน การว่างแผนงานในแต่ละวัน ในแต่ละฝ่าย ซึ่งทำให้ผมคิดว่าค่ายที่ผมทำมานั้น ไม่ได้เป็นการทำงานกับคนที่เรานั้นรู้จักกันมาก่อนแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำงานาของคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ค่ายนี้เป็นค่ายที่ใหญ่ ที่มีการร่วมมือกันกับองค์กรหลายองค์กรทั้งที่เป็นของภาครัฐ และภาคเองชน ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยในการพัฒนา เด็ก และเยาวชน และได้ร่วมการทำงานกับคนอื่นซึ่งแต่ละคนที่เข้ามาร่วมกันกันนั้นผมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งแต่ละคนนั้นจะมีความคิด หลักการทำงานนั้นแตกต่างกัน ซึ่งทำให้ผมทราบว่าค่ายที่เราทำมาก่อนหน้านั้น เป็นการทำอยู่ในกรอบเท่านั้นเอง แต่พอมาเจอค่ายนี้ทำให้ผมทราบว่าผมต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยครับ”…
“น้องจิ๋ว” นางสาวเบญจวรรณ โพธิ์สว่าง นักศึกษาโครงการโควตาคุณธรรม คณะมนุษยศาสตร์ฯ ชั้นปี 2 …”แต่ที่ประทับใจมากที่สุด คือ กิจกรรมที่เดินทางไปไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย เพราะ ได้ฟังการเทศนาจากท่านพระอาจารย์ ว.วชิระเมธี คือ ท่านจะมีการเทศนารูปแบบคล้ายการ ยกเอาเรื่องจริงที่มีอยู่มาเทศนาเป็นตัวอย่างประกอบซึ่งในทุกๆเรื่องที่ท่านยกขึ้นมาจะสมเหตุสมผลโดยที่ไม่มีข้อขัดแย้งได้ อีกอย่างท่านได้สอนให้รู้จักความสงบที่มีอยู่จริงจากการเดินจงกลม คือ การที่เราได้อยู่เงียบ หยุดคิด หยุดฟุ้งซ่าน หยุดการกระทำทุกอย่างให้ช้าลง มันจะทำให้เรามองเห็นหรือได้ยิน ในสิ่งที่เรา ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่ ก็เหมือนกับการทำงานของเราถ้าเราเร่งรีบไปซะทุกเรื่องมีแต่ความวุ่นวายรีบ รีบ แล้วก็รีบ ถ้าหากเราไม่ช้าลงในบางครั้งชีวิตอาจะพลาดในบางสิ่งบางอย่างไปก็ได้”…
“น้องจิ๋ว” นางสาวเบญจวรรณ โสว่าง นักศึกษาโครงการโควตาคุณธรรม คณะมนุษยศาสตร์ฯ ชั้นปี 2 และ “น้องเก๋” นางสาวพิกุลทอง สีทา นักศึกษาโครงการโควตาคุณธรรม คณะวิทยาการจัดการ ชั้นปี 2 บทบันทึก “น้องเก๋”วิทยากรฐานซูกัสเถ้าแก่น้อยฯ “สิ่งแรกที่ประทับใจคือการได้ไปรู้จักกับคณะทำงานที่ดี และเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะไปมาเจอทุกคนที่ผ่านประสบการการทำค่ายมามากมาย และประทับใจกับการได้ทำงานเป็นพี่เลี้ยงน้องอย่างเต็มตัว เป็นผู้มาถ่ายทอดให้น้อง ต่างจากในอดีตที่เคยเป็นแต่ผู้รับ ไม่เคยคิดว่าการทำงานเป็นพี่เลี้ยง เป็นผู้ให้เป็นอย่างไร” “เมื่อได้มาทำงานกับคีนันทำให้ได้เรียนรู้หลายๆอย่างเกี่ยวกับการทำค่าย ยกตัวอย่างเช่น การเรียนรู้กับการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น การมาพบเจอกับน้องที่ไม่เคยเข้าค่ายมาก่อน และที่สำคัญได้เรียนรู้เกี่ยวการพูดให้ผู้ร่วมงานรู้สึกดีเมื่อเขาทำงานไม่เหมาะสม โดยที่ไม่บอกว่ามันผิด แต่บอกในเชิงให้ลองปรับความคิดไปในด้านอื่นเผื่อว่าจะดีขึ้นหรือดีกว่า” “รู้สึกประทับใจกับสิ่งที่ให้น้องไป แม้สิ่งที่ให้อาจจะไม่ใช่แนวทางที่เป็นหลักในการเป็นผู้ประกอบการ แต่ภูมิใจที่ได้ใช้ในสิ่งที่เรารู้ เรามี และเราเรียนมา ให้เกิดประโยชน์ โดยการเข้าสอนน้องแบบเพื่อนสอนเพื่อน ไม่ทำให้เขาคิดว่าเราคือคนอื่น ไม่ทำให้เขาคิดว่าเราเป็นพี่ที่มีหน้าที่แค่มาเป็นพี่เลี้ยง แต่ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อน เป็นคนที่เขาสามารถปรึกษาได้ตลอดเวลาที่เขามีปัญหา อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจน คือการเรียนภาษาอังกฤษ น้องที่ไม่รู้เรื่องจะรู้สึกเบื่อเมื่อเขาต้องเรียนในสิ่งที่เขาไม่ชอบ เรียนแล้วไม่รู้เรื่อง ออกเสียงไม่ถูก สะกดไม่เป็น เข้าจะรู้สึกเบื่อเมื่อไม่มีคนคอยให้คำปรึกษากับเขาอย่างใกล้ชิด ในการมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายนี้พี่ทุกคนเข้าไปคุยกับน้อง ไปช่วยฝึกน้องออกเสียง น้องจะรู้สึกดีที่พี่เข้ามาช่วย”
“คุณครูก้อย” นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 “รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ เพราะทำให้เราได้พบได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ที่มาจากต่างสถาบัน เป็นการทำงานท้าทายได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้มองเห็นมุมมองในการทำงาน เนื่องจากเราไม่ได้ทำงานอยู่กับกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวแต่เราได้พบได้ทำงานกับบุคคลที่แตกต่างกัน รวมไปถึงสถานที่ ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้เราเดินทางไปทำโครงการกันถึงเชียงใหม่เป็นการเดินทางไปภาคเหนือเป็นครั้งแรกด้วยตื่นเต้นมาก ด้านการทำงานได้เรียนรู้งานเกือบทุกฝ่าย ตั้งแต่ติดต่อประสานงาน สวัสดิการ พยาบาล ฝ่ายทะเบียน เอกสาร ฯลฯ ได้เรียนรู้การทำงานของบุคคลที่มาร่วมทำโครงการทั้ง พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เป็นกันเอง สนุกสนานทำงานไปหัวเราะกันไป ความรู้สึกนึกคิดของบุคคลที่มาจากต่างที่ แบบแผนการทำงานซึ่ง การทำค่ายในครั้งได้ความมือจากหลายฝ่ายและเตรียมงานกันมาเป็นเดือน เพื่อนพี่เลี้ยงที่มาค่ายก็มาจากต่างที่ ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ จากหลายสถาบันไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้นำเยาวชนจากภาคเหนือ ซึ่งพื้นฐานการทำงานของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันแต่เราก็สามารถทำงานร่วมกันได้ ถึงแม้ว่าเราจะมาจากที่ ที่แตกต่างกันแต่เราก็ไม่แตกแยก ประทับใจค่ายนี้มาก เพราะทุกคนทำค่ายด้วยใจใช้ใจในการทำงาน จึงทำให้ค่ายออกมาประสบผลสำเร็จ”