ผู้เขียนกับ Prof. Pal อดีตอธิการบดี Dharma Gate Budapest Buddhist University ณ สนามบิน Budapest

         ในระหว่างวันที่ ๑๙-๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓ ผู้เขียนได้เดินทางไปประเทศฮังการีเดินพร้อมคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการรับมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ธรรมะ เกท ปูนาเปสท์ (Dharma Gate Budapest Buddhist University) เข้าเป็นสถาบันสมทบ คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย

            ๑. พระศรีคัมภีรญาณ,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ             
            ๒. พระสุธีธรรมานุวัตร,ผศ.ดร. คณบดีคณะพุทธศาสตร์ 
            ๓. พระศรีธวัชเมธี อดีตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ 
            ๔. พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส, ผศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (ผู้เขียน)

 

ก่อนการประชุม พระศรีคัมภีรญาณ,รศ.ดร. ในฐานะประธานการประชุมได้นำสวดมนต์ หลังจากนั้นจึงได้ประชุมร่วมกัน และถ่ายรูปร่วมกันกับคณะกรรมการ พร้อมทั้งผู้บริหารของมหาวิทยาลัย

ทำไมต้องไปฮังการี

            ความเป็นมาของการเดินทางไปศึกษาความเป็นไปได้ของคณะกรรมการดังกล่าว เนื่องมาจากศาสตราจารย์ ดร.เทมัส  อะกอส (Prof. Dr. Tamas Agocs) รักษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ธรรมะ เกท ปูนาเปสท์ (Dharma Gate Budapest Buddhist University) และเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ (IABU) ได้มีหนังสือถึงพระธรรมโกศาจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ลงวันที่ ๑๔ กันยายน  ๒๕๕๒  เพื่อแสดงความจำนงในการขอเข้าเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภาพถ่ายหน้าสำนักงานอธิการบดี ผู้เขียนพร้อมด้วย Prof. Tamas อธิการบดี ผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย

เหตุผลของการขอเข้าเป็นสถาบันสมทบ

          สำหรับเหตุผลหลักในการแสดงเจตจำนงนั้น เนื่องจากวิทยาลัยดังกล่าว มีความประสงค์ที่จะเปิดหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของนิสิตและนักศึกษาชาวยุโรปที่มีความประสงค์จะต่อยอดองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น  การแสดงความจำนงเพื่อเป็นสถาบันสมทบจะได้รับการพิจารณา หากเข้าเกณฑ์ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยสถาบันสมทบ

บรรยากาศห้องสมุดพระพุทธศาสนาซึ่งมีหนังสือวิชาการด้านพระพุทธศาสนาประมาณเกือบ ๑ แสนเล่ม

 

Dharma Gate Budapest Buddhist University: ประตูสู่พระพุทธศาสนาในยุโรป

           สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้คือ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งเดียวในทวีปยุโรปที่รัฐบาลประเทศฮังการีให้การรับรองมาตรฐานในการจัดการศึกษา  และเป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งอดีตอธิการบดีคือ Prof. Dr. Pal เป็นลูกศิษย์ที่เคยบวช และจำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อสุเมโธ ณ วัดอมราวดี ประเทศอังกฤษประมาณ ๑ ปี ได้ริเริ่มในการดำเนินการพร้อมกับนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาในประเทศฮังการี

Dharma Gate: ประตู่สู่มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทในยุโรป

          นอกจากนี้แล้ว ดร.ท่านนี้กำลังดำเนินการสร้างวัดเพื่อให้เป็นวัดเถรวาทในประเทศฮังการีด้วย ซึ่งผู้เขียนได้ปรารภว่าเห็นควรที่จะนิมนต์พระธรรมาจารย์จากมหาจุฬาฯ เพื่อไปทำหน้าที่ในการสอนพระพุทธศาสนาทั้งด้านปริยัติ และปฏิบัติให้แก่ชาวพุทธและนักศึกษาในสถาบันแห่งนี้

          หากคณะกรรมการสภาวิชาการของมหาจุฬาฯ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการรับสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันสมทบ จะทำให้สถาบันแห่งนี้เป็นประตูที่จะเปิดให้แสงแห่งธรรมได้เข้าสู่ทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการในแง่ของการจัดการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาอย่างเต็มรูปแบบ สมกับชื่อของสถาบันแห่งนี้ที่ว่า "Dharma Gate" และจะส่งผลให้การศึกษาพระพุทธศาสนาเถรวาทได้ขยายตัวในทวีปยุโรปมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศสนามหญ้า และต้นไม้รอบๆ บริเวณของมหาวิทยาลัย

ก้าวต่อไป?

          ผลจากการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้เข้าเป็นสถาบันสมทบนั้น คณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้จะรายงาน และนำเสนอผลการศึกษา และพิจารณาต่ออธิการบดีเพื่อจะได้นำประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาวิชาการในลำดับต่อไป และผู้เขียนในฐานะที่เป็นคณะกรรมการท่านหนึ่ง หวังว่าคณะกรรมการสภาวิชาการจะได้มีโอกาสพิจารณาข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้าน ส่วนผลจะเป็นอย่างนั้น ผู้เขียนจะนำมาเสนอในลำดับต่อไป

บรรยากาศห้องเรียนภาษาจีนสำหรับนิสิตนักศึกษาในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ที่สนใจภาษาต่างประเทศ

พระศรีคัมภีรญาณ,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
ได้มอบพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำมหาจุฬาฯ แก่ Prof. Tamas อธิการบดี