ผู้สร้างอักชารดาห์ม

ต่อจากสวามีนารายัน ก็ต้องบอกว่าผู้สืบทอดอำนาจจากองค์ศาสดานิกายสวามีนารายันในปัจจุบันคือประมุข สวามี มหาราช ซึ่งเป็นผู้สืบทอดองค์ที่ 5 ซึ่งมีบทบาทมากที่สุดองค์หนึ่งเพราะท่านเป้นผู้สร้างอักชารดาห์ม ศาสนสถานฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

ผมขอนำประวัติโดยสังเขปและข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาบอกเล่ากันเพื่อเป็นความรู้และในด้านศาสนาเปรียบเทียบครับ

สวามีองค์ปัจจุบัน

HDH Pramukh Swami Maharaj เป็นประมุของค์ที่ 5 ของ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1921 ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า Chansad ในรัฐ Gujarat เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจปกครองนิกายเป็นองค์ที่ 5

ตามประวัติ กว่าที่จะมาเป็นประมุขสูงสุดของนิกายนี้ไม่ได้ง่ายเลย ต้องผ่านการทดสอบและความยากลำบากนานับประการ  Pramukh Swami Maharaj มีชื่อเดิมว่า Shantilal Patel บวชเมื่อวันที่ 10 มกราคม 1940 เมื่ออายุเพียง 19 ปี บวชเป็นสาธุ โดยสวามี Shastri Yagnapurushdas หรือเป็นที่รู้จักในนาม Shastriji Maharaj สวามีองค์ที่ 3 จากนั้นเพียง 10 ปีต่อมา ในปี 1950 เดือนพฤษภาคม วันที่ 21 ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของมูลนิธิ BAPS จนกระทั่งสิ้นสวามีองค์ที่ 4 คือ  Yogiji Maharaj ในปี 1971 จึงได้รับสืบทอดอำนาจเป็นสวามีองค์ที่ 5 สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ความจริงท่าน Pramukh Swami Maharaj ถือว่าเกิดมาในแวดวงศาสนามาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวคุ้นเคยกับ Shastriji Maharaj สวามีองค์ที่ 3 โดยตั้งแต่เกิด Shastriji Maharaj ได้กล่าวว่า"เด็กน้อยผู้นี้เกิดมาเพื่อศาสนาของเรา" ราวกับจะรู้ด้วยญานว่าในอนาคตจะต้องได้เป็นใหญ่และเป็นผู้นำนิกายนี้ต่อไป

การเดินทางในวิถีธรรมของเด็กชาย Shantilal Patel ดูเหมือนว่าทำด้วยความเต็มใจและมีอยู่ในสายเลือด ด้วยอายุเพียง 6-7 ขวบ เด็กชาย Shantilal ก็มุ่งมั่นที่จะอดอาหาร ในวันถือศีลอดเช่นสาธุที่เป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่เด็กอื่นๆ ยังไม่รู้ประสีประสา

เมื่อได้บวชเป็นสาธุแล้ว ก็ได้แสดงให้เห็นถึงคุณธรรมที่สูงส่งเหนือผู้อื่นทุกประการ 

ตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา ด้วยการนำของ Pramukh Swami Maharaj มูลนิธิ BAPS มีความเจริญมั่นคงเรื่อยมา ได้จัดงานสำคัญหลายงาน เช่นงานฉลองเทศกาลระดับนานาชาติในปี 1981 (ฉลอง 200 ปี ของ Lord Swaminarayan) และในปี 1985 (ฉลอง 200 ปีของ Gunatitanand Swami) ในปี 1992 (ฉลอง 100 ปีของ Yogiji Maharaj)

การจัดงาน Cultural Festivals of India  ในกรุงลอนดอนในปี 1985 และที่ New Jersey สหรัฐฯ ในปี 1991 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมของอินเดียไปสู่สากล ในยุคของสวามีองค์ที่ 5 การเผยแพร่ประสบความสำเร็จทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม การแพทย์ สังคม ศีลธรรม วัฒนธรรม ศาสนาและกิจกรรมการกุศล

ชีวิตของสวามี Pramukh Swami Maharaj นั้น กล่าวกันว่าแม้จะเป็นประมุขสูงสุดของคนที่นับถือจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน กลับมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรเลย ไม่มีสมบัติ ไม่มีความต้องการ มีแต่การให้ แม้จะอายุมากแล้ว ก็ยังสามารถเดินทางไปทั่วอินเดียและต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ความดีงามศีลธรรมและจิตวิญญานรวมทั้งพลังอันศักดิ์สิทธิ์

สวามี Pramukh Swami Maharaj มีบุคลิกที่อ่อนโยน ถ่อมตน เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและเมตตาธรรม ทำให้คนจำนวนมากที่ได้พบเห็นประทับใจและมีกำลังใจเดินรอยตาม ด้วยคำสอนที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยปัญญาทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นและสัมผัสเข้าถึงเส้นทางของพระเจ้า

บารมีของสวามี Pramukh Swami Maharaj ที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ ถ้าจะให้วิเคราะห์ ก็อาจกล่าวได้ว่าเพราะศาสดาแต่ละองค์นั้นจะได้รับการลืบทอดจากศาสดาองค์ก่อนซึ่งจะได้รับการยอมรับดุจเสมือนเทพเจ้า

ความยิ่งใหญ่ของสวามีอีกประการหนึ่งที่ปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเด่นชัดและเป็นที่ยอมรับก็คือ เป็นผู้ที่เมื่อใครได้พบได้ถามคำถามต่างๆ แล้ว คำตอบของสวามีทำให้ความสงสัยหมดไป ทำให้ความสับสนในใจอันตรธาน ทำให้ความทุกข์ได้รับการแก้ไข และนำสันติภาพมาสู่จิตใจคนได้โดยไม่เลือกวัย วุฒิและวรรณะหรือฐานะใดๆ

ผลงานของสวามีตลอดชีวิตที่ได้ทำมาที่ได้รับการยอมรับของสาวกและผู้คนทั่วไป นั่นคือการที่ ท่านได้เดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ มากกว่า 15 000 หมู่บ้าน ไปโปรดคนในบ้านมากกว่า 2 แสนห้าหมื่นหลังคาเรือน สวามีได้รับจดหมายและตอบจดหมายมากกว่า 5 แสนฉบับ รวมทั้งได้ให้คำแนะนำส่วนตัวแก้ปัญหาชีวิตแก่คนมากว่า 6 แสนคน สร้างวัดมาแล้วกว่า 650 วัดทั้งในอินเดียและในต่างประเทศ 5 ทวีป ท่านเทศน์มาแล้วกว่า 2 หมื่นครั้งและมีสาธุหรือพระสาวกในความดูแล 700 คน

คุณสมบัติหนึ่งที่เห็นจากประวัติของท่านและต้องยอมรับว่าโดดเด่นก็คือบารมีธรรมโดยเฉพาะอิทธิบาท 4 ได้แก่ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา รวมทั้งพรหมวิหาร 4 ซึ่งมีตัวอย่างหลายกรณีที่ประมุข สวามี มหาราชแสดงออกถึงความอดทนที่เหนือมนุษย์ในการทำงานในภาวะกดดันต่างๆ อาทิ การไปโปรดผู้ศรัทธาในถิ่นกันดารโดยไม่ได้ห่วงสังขารของตนเอง หลายกรณีที่มีเมตตาสูงต่อชาวบ้านที่ยากไร้โดยไม่ถือตน เรียกได้ว่าเป็นประมุขสูงสุดที่ติดดินมากองค์หนึ่ง

ในหลายกรณีมีสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทั้งกับคนอินเดียและชาวต่างประเทศที่อยู่ในต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงบารมีธรรมที่สูงของสวามีที่คนสามารถสัมผัสได้

ถ้าจะให้กล่าวถึงกูรูชาวอินเดียที่ยังมีชีวิตอยู่ที่โด่งดังในระดับสากลในช่วงหลายศตวรรตที่ผ่านมา นอกจาก สวามีวิวเวกนันทะ สัตยาไสบาบา ไสบาบา มหาริชชี่ โอโชและสวามีต่างๆ แล้ว ก็คงต้องมีประมุข สวามี มหาราชองค์รวมอยู่ด้วยนี้