
นโยบาย ของรัฐบาลที่พยายามหามาตรการต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือเกษตรกร บางครั้งก็ส่งผลช้าไม่ทันการณ์ ทำให้เกษตรกรยังคงเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งเช่นเดิม มิได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เกษตรกรยังคงได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งอาศัยน้ำเป็น ปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในฤดูแล้งร้อนยิ่งต้องใช้น้ำมาก เพราะอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้พืชเกิดการคายน้ำมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ส่งผลให้พืชแสดงอาการขาดน้ำ ใบแห้งเหี่ยวเฉา ดอกและใบร่วงหล่น ไม้เว้นแม้แต่ หมู ไก่ เป็ด แพะ วัวควายต่างก็เดือดร้อนไปตามกันเพราะขาดแคลนแหล่งอาหาร ส่งผลกระทบไปยังผลิตผลที่คาดหวังไว้จะนำออกขายมีอันต้องหายหดลดน้อยไป รายได้จึงมีไม่เพียงพอที่จะนำมาหาใช้จ่ายในครอบครัว ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาจึงจะพอถู ๆ ไถให้ชีวิตดำรงอยู่ต่อไปได้
วิธี การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควรจะทำอ่างเก็บน้ำประจำฟาร์ม หรือสระน้ำประจำไร่นาเพื่อไว้ใช้สอยในพื้นที่ของตนเอง เพราะถ้ารอน้ำจากเขื่อนใหญ่ ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่เขื่อนซึ่งปีนี้ก็มีน้ำไม่เพียงพอ เขื่อนเล็ก ๆ ก็เก็บน้ำได้น้อยพอฝนตกน้ำมากก็ต้องปล่อยให้ล้นทิ้งไป พื้นที่เกษตรที่อยู่ห่างไกลจากเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำก็จะไม่ทันพวกต้นน้ำที่ สูบน้ำขึ้นไปใช้ก่อน หรือบางครั้งน้ำก็รั่ว หาย หก ตกหล่นระหว่างทางทำให้ไปไม่ถึงปลายทางที่ห่างไกล ดังนั้นจึงควรจะทำสระกักเก็บน้ำที่เป็นของตนเอง เพื่อที่ว่าฝนตกเมื่อไรก็สามารถกักเก็บไว้ใช้ได้ทันที ขุดกันทุกหมู่บ้าน ขุดกันทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ฝนตกที่ไหนก็มีน้ำไว้ใช้ที่นั่นทันทีไม่ต้องรอจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว
การขุดสระนำประจำไร่นาก็ใช้แนวทางตามโครงการพระราชดำริเกษตรพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ คือให้ใช้พื้นที่ประมาณ 30 % ของ พื้นที่เพาะปลูก และขุดลึกลงไป 4 เมตรในพื้นที่ดินเหนียว 6 เมตรสำหรับพื้นที่ดินร่วน ให้วัดความลึกจากระดับผิวดินไม่ใช่คันบ่อ อันเป็นเป็นการป้องกันไว้เผื่อบางทีไปตกลงจ้างให้บุคคลอื่นมาขุดให้แล้วเขา วัดความลึกจากคันบ่อก็จะทำให้เสียประโยชน์ ควรตกลงกันให้ดีเสียก่อนว่าความลึกที่ต้องการนั้นเป็นความลึกจริงจากผิวดิน ลงไปไม่ใช่คันบ่อ การคิดคำนวณค่าจ้างก็จะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง จะขุดไว้แค่สระเดียวก็ได้ หรือจะขุดสักสองสามสระก็ไม่เป็นไรเพื่อจะได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ได้อย่างเพียง พอ การเลือกพื้นที่ขุดก็ควรจะเลือกพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมน้ำผิวดินได้ง่าย ควรเป็นพื้นที่ลุ่ม สามารถรองรับน้ำจากผิวดินที่ไหลมารวมกันในที่อื่น ๆได้ แทนที่จะรับได้แต่เพียงหยดน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ทำแนวร่องเล็กๆ ให้น้ำไหลลงสระ ปลูกพวกหญ้าแฝกเพื่อดักตะกอนและอินทรียวัตถุต่างๆ ที่จะไหลลงบ่อ
ป้องกันไม่ให้บ่อตื้นเขินเร็ว
พื้นสระที่กักเก็บน้ำไม่อยู่อาจจะใช้เมือกอินทรีย์ (Bio Slime of bacteria, fungous) เข้ามาช่วยอุดรอยรั่วที่พื้นบ่อแบบวิธีธรรมชาติ วิธีการสร้างน้ำเขียวก็ใช้มูลสัตว์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์นำไปห่อหุ้มด้วยมุ้งเขียวหลือแสลนแช่ไว้บ่อจนกว่าจะเกิดน้ำ เขียวและเกิดสายโซ่อาหารต่าง ๆ ตามมา เช่น สาหร่าย, แพลงค์ตอน, ไรน้ำ ซึ่งจะเป็นอาหารให้แก่กุ้งฝอยและปลากินพืชต่าง ๆ ปลานิล, ปลาตะเพียน, ปลากระดี่ ฯลฯ หรือ จะใช้ปุ๋ยยูเรียเข้ามาช่วยเสริมอีกทางหนึ่งเพื่อให้เกิดน้ำเขียวรวดเร็วขึ้น อีกทางหนึ่งก็ได้ แต่ให้ระวังเรื่องแอมโมเนียถ้าใช้มากเกินไป จะทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำ แพลงค์ตอน ไรน้ำ ปลาขาดอ๊อกซิเจน ตาบอด ลอยหัวและถึงกับตายได้
การ ใช้สารอุดสระ (โพลิเมอร์ชนิดละเอียด) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งทำกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน สารอุดสระหรือโพลิเมอร์ละเอียด 2 กิโลกรัม คลุมผสมกับ สเม็คไทต์ (หินแร่ภูเขาไฟ) 100 กิโลกรัม ให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำไปหว่านกระจายให้ทั่วพื้นบ่อจะได้ประมาณ 1 ไร่ ถ้าเหลืออาจจะหว่านด้านข้างขอบสระทั้งสี่ด้านเข้าไปด้วยก็จะช่วยทำให้ ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำดียิ่งขึ้น ทำการหว่านทับด้วยดินเดิมอีกประมาณ 1 – 2 นิ้ว บด อัด กระแทกให้แน่นพอประมาณ เมื่อฝนตกมีน้ำ สารอุดสระหรือโพลิเมอร์ละเอียดจะพองขยายทำหน้าที่เป็นกาวเหนียว หนืด ซึมแทรกเนื้อดิน สเม็คไทต์ก็จะพองตัว จับสารแขวนลอยที่ซึมลงไปกับน้ำ เกาะกุมกับโพลิเมอร์ช่วยอุดรูดินทำให้น้ำซึมลงไปได้ยาก เมื่อทำงานร่วมกันกับเมือกอินทรีย์ที่เกิดจากการคัดหลั่งของราและแบคทีเรีย ที่เราใช้สร้างน้ำเขียว ก็จะส่งเสริมกันทำให้พื้นบ่อของเรากักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ยาวนานเกือบตลอดทั้ง ปี
สระ เก่าที่มีน้ำแล้วก็สามารถจะใช้สารอุดบ่อได้เหมือนกัน เพียงแต่จะต้องระบายน้ำออกให้หมดเสียก่อน ควรลอกหรือฉีดเลนพื้นบ่อออกให้หมด หรือจะตากพื้นบ่อให้แห้งแล้วทำการปาดก้นสระออกด้วยรถแทรกเตอร์ แล้วปาดให้เรียบเสียก่อนเพียงเท่านี้ก็จะทำให้มีสระกักเก็บน้ำประจำไร่นาแบบ เกษตรพอเพียงไว้ใช้ยามขาดแคลนน้ำได้แล้ว
by มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com



ปัญหาจากการขุดบ่อขอเรียนถามครับ
-ดินที่ขุดขึ้นมาเป็นดินดาน ดินเหนียวสีขาวนวล ใช้ทำอะไรดีครับ
-หน้าดินตื้นราว1ศอก ปลูกไม้ใหญ่มักไม่รอด ปลูกอะไรดี
-แก้ไขดินดานเหนียวทำอย่างไรครับ
หากได้รับคำตอบจะขอบคุณมากๆครับผม
ตอบ
ข้อ 1. ดินดาน ดินเหนียวสีขาวนวล ถ้าไม่นำไปเป็นวัสดุในการปั้นขึ้นรูปต่างๆ ก็แนะนำให้นำมาปรับปรุงโดยการหมักเก็บไว้อินทรีย์วัตถุ ขี้เถ้าแกลบ และภูไมท์ซัลเฟตทิ้งไว้สักระยะหนึ่งแล้วก็สามารถนำมาเป็นดินเพาะปลูกใช้รองก้นหลุม หรือไว้เติมในไม้กระถางก็ได้ครับ ถ้าใจร้อนหน่อยก็ใช้สารละลายดินดาน และ โพแทสเซียมฮิวเมท ฮิวเมทเข้ามาช่วย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารละลายดินดานและโพแทสเซียมฮิวเมทดูเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
ข้อ 2. ถ้าใช้สารละลายดินดาน และโพแทสเซียมฮิวเมท แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนก็สามารถที่จะปลูกไม้ใหญ่ๆ ได้ ที่ใช้คำว่า "เฉพาะหน้า" เพราะว่าสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วแต่ในระยะยาวถ้าไม่เติมอินทรีย์วัตถุ หรือปรับปรุงโครงสร้างดินก็จะกลับมาแน่นแข็งเหมือนเดิม ถ้าจะให้ดีหลังจากใช้สารละลายดินดาน และ โพแทสเซียมฮิวเมท เพื่อปรับปรุงดินให้โปร่งร่วนซุยแล้ว ควรเติมอินทรีย์วัตถุ, ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกตามเข้าไปด้วยก็จะช่วยให้ดินมีโครงสร้างดีในระยะยาว
กรณีไม่สะดวกในการแก้ไขปรับปรุงสภาพดินดังกล่าว ก็แนะนำให้ปลูกพืชที่มีระบบรากตื้นๆ ไม่ลึก เช่น พืชผัก พืชไร่ ก็ได้เช่นกันนะครับ
ข้อ 3. การแก้ไขดินดานเหนียว นั้นอาจจะใช้ไถสิ่วทำการระเบิดดินดานไปคราวหนึ่งก่อน แล้วใช้สารละลายดินดานฉีดพ่นหรือราดรดหลังฝนตกใหม่ๆ ถ้าไม่มีฝนก็ให้ทำการรดน้ำให้เปียกชุ่มโชกเสียก่อนแล้วจึงใช้สารละลายดินดาน (ALS 29) 50 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดให้ทั่วบริเวณ (ประมาณ 1 งาน) แล้วใช้โพแทสเซียมฮิวเมท (Humic Acid) 5 -10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดตามลงไปเพื่อคอยช่วยทำให้ดินมีโครงสร้างดินที่แข็งแรงมั่นคงขึ้น ในกรณีที่ต้องการปลูกพืชและทำการเกษตรต่อไป ก็แนะนำให้ใช้ ภูไมท์ซัลเฟตถุงสีเหลือง (หินแร่ภูเขาไฟ) หว่านลงไป 20 - 40 กิโลกรัมต่อไร่ ตัวนี้จะช่วยในการแก้ไขโครงสร้างดินในระยะยาวด้วยเช่นกัน ดินจะนุ่มฟู โปร่งร่วนซุย ระบายถ่ายเทน้ำดี รากพืชจะเจริญเติบโตเร็ว และแข็งแรง (จาก ซิลิก้า H4Sio4)
สวัสดีค่ะ คุณมนตรี
อยากมีสระน้ำในไร่บ้างค่ะ ได้ข่าวว่าค่าขุดแพง
ก็เลยชลอไว้ก่อน
หน้าแล้ง มันแล้งจนต้นกล้วยเฉาตาย
เห็นด้วยนะครับ....ควรมีสระน้ำแก้มลิงเป็นของตนเอง.....มีเรื่องตรงไหนที่จะแลกเปลี่ยนยินดีนะครับ
สวัสดีครับ คุณมนตรี
ผมมีแผนว่าจะทำเกษตรทฤษฏีใหม่ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในปี 2554 ครับ แต่ตอนนี้ผมติดปัญหาเรื่องของแหล่งน้ำที่ยังไม่มั่นคง ถ้าว่าจะขุดเองทุนก็น้อย คุณมนตรีพอจะมีแนะนำหน่วยงานที่เขามีความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณในการขุดสระบ้างไหมครับ รบกวนตอบผมด้วยนะครับ [email protected]
โดยส่วนตัวแล้วผมไม่รู้จักกับบุคคลหรือหน่วยงานใดเป็นพิเศษเลยครับ แนะนำให้ลองติดต่อกับหน่วยงานของกรมพัฒนาที่ดินดูนะครับ
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วยค่ะที่มีบ่อน้ำหรือสระน้ำไว้ที่ไร่นาของตนเพื่อที่จะได้มีนำไว้ใช้ในการทำการเกษตรตลอดปี
และเมื่อถึงหน้าแล้งเราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำใช้ในการทำการเพาะปลูกหรือไว้ใช้
เพราะเรามีบ่อน้ำของเราไม่ต้องรอน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ การขุดบ่อไว้ที่ไร่-นานั้นไม่ใช่แค่จะช่วยในเรื่องของ
การทำการเพาะปลูกหรือใช้งานต่าง ๆ แล้ว บ่อที่เราขุดไว้ก็ยังสามารถเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำไว้เป็นอาชีพเสริม
ให้ชาวเกษตรกรได้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกจากการทำไร่-ทำนาอีกด้วยค่ะ
ใช่ครับ .....สิ่งสำคัญในการทำอาชีพเกษตร หรือไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม จะต้องพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อลดต้นทุนให้แก่ตนเอง
ผมกำลังหาแนวร่วมอยู่พอดี เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าครอบครัวใดมีที่นา หน้านี้ขุดสระน้ำในนา ตามทฤษฎีใหม่ของในหลวง กว้างยาวแค่ 10 x 20 เมตร ประมาณนี้ ความลึก ไม่น้อยกว่า 4 เมตร จึงจะเก็บน้ำไว้ได้ตลอดปี เมื่อมีน้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา ก็จะมีกิน พืชผักต่าง ๆ ก็จะมีกิน ดินที่ขุดขึ้นมา ใช้ถมที่ปลูกสร้างที่พัก โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีกได้ หรือตกลงกับคนขุดให้ดินไปฟรีแลกเปลี่ยนกับค่าขุดก็ได้ ผมเห็นการแก้ปัญหาภัยแล้งทุกปี ซ้ำซากอยู่อย่างนี้มา 50 ปีแล้ว แก้ไม่เสร็จ เพราะไม่แก้ที่ต้นเหตุ ถ้าทำได้ อาจจะค่อยเป็นค่อยไป ภายใน 3-5 ปี ทั่วไทย ชาวนาดีขึ้นแน่นอน
ขอเมล์กรมพัฒนาที่ดินจังหวัดกาญจน์หน่อยครับ อยากขุนสระนำตามหลักเกษตรพอเพียงของพ่อหลวง หารถมาขุดเองก็ทุนไม่พอจ่าย หวังพึงหน่วยงานรัฐครับ
ขอบคุณครับ