พิศวง

มีเรื่องที่ต้องเขียนไว้..ณที่นี้...เป็นประสพการณ์ที่มีข้อ..พิศวง....สองสามวันมานี่ที่นี่อากาศดีผิดปรกติ(๕๕)...ยายธีถือโอกาศ(เมื่อไม่มีตาเคียงข้าง)ไปเดินเล่น..จูงจักรยานไปด้วย(เพื่อนเคยล้อเลียนยายธีว่า..มีจักรยานน่ะเขาเอาไว้ขี่..ไม่ใช่จูง..ยายธีตอบว่าจูงจักรยานดีมันไม่ซนเหมือนจูงหมา..จ้ะ...อะๆ)...เมื่อยหน่อยก็ขึ้นไปขี่ตรงนี้ก็ดีกว่าหมา..๕๕....ที่จะเขียนนี่ไม่ใช่เรื่องจูงจักรยาน..นอกเรื่องไปหน่อย...วกวนตามประสาคนแก่..แหะ....เข้าเรื่องละ..เมืองฮัมบอรกนี้มีอะไรๆคล้ายๆกรุงเทพหลายอย่าง..เช่นคลอง..เขาเรียกกันว่า..เวนิสตะวันตก..คลองเขามีความสำคัญต่อสภาพสิ่งแวดล้อมมากๆ..ไม่ถมทิ้งดังเช่นกรุงเทพ..และนี่คือความแตกต่างระหว่างเวนิสตะวันตกกับตะวันออก(๕๕)..เอ้านอกเรื่องอีกแล้ว....ที่ๆไปเดินน่ะเขาเรียกว่า..เอลเบอร..มองไปก็จะเปรียบก็คงเป็นพ่อ..คลองเตยละมัง..ฮัมบอรกเป็นเมืองท่าที่ใหญ่โตมาเป็นเวลานาน...ที่เห็นก็คือเรือที่มาจากทุกมุมโลก..ขนถ่ายสินค้ากัน..(ที่จริงเยิ่นเย้อนอกเรื่องไปอีก..ว่าตัวเอง..อิอิ)...ระหว่างที่เดินมาก็พักเหนื่อย..มายืนพิงกำแพงเตี้ยๆสูงแค่อก..มองลงไปเป็นหาดทรายที่เขาถมไว้ให้นั่งเล่นนอนเล่นแถมน้ำก็ลงไปเล่นได้แล้วไม่เหมือนเมื่อสิบปีที่แล้ว...(เขาว่าหมากินน้ำนี้อาจตายได้อย่าว่าแต่คนเลย...ตอนนี้ใสแจ๋ว..(ด้วยความเอาใจใส่ในสิ่งแวดล้อม..ของเขา..ไม่เหมือนของเราเลยนิ..อิอิ)...และที่ๆมองลงไปก็มีร้านอาหารเขาเอาเตียงมาตั้งให้นอนผึ่งแดดได้...มองลงไปเห็นเจ้าเด็กน้อย..ตัวกระจ๋อยนั่งเล่นทรายอยู่..ก็มองๆอยู่ประเดี๋ยวเด็กคนนั้นก็ขึ้นบันไดมาตรงที่ยายธียืนอยู่..หนูน้อยนั้นวิ่งผ่านไปปีนขึ้นไปบนเก้าิี้อี้ที่ตั้งติดอยู่กับขอบกำแพงที่ยายธียืนพิงอยู่..เจ้าหนูน้อยเดินไปเดินมาอยู้บนกำแพงนั้น..ยายธีคิดว่ามันสูงพอควรสำหรับเด็กเล็กๆที่มีความสูงประมาณเจ็ดสิบเซ็นคนนั้น(คิดว่าสูงประมาณสองเมตรหรือกว่านั้นจากบนกำแพงถึงพื้นทราย)...เผลอไปหน่อยเดียวเจ้าเด็กน้อยคนนั้นกระโดดตุ๊บลงไปจากกำแพง..ลงไปบนพื้นทรายที่ได้นั่งเล่นอยู่ตอนแรก...เล่นเอายายธีใจหายใจคว่ำ..เจ้าหนูน้อยลุกขึ้นวิ่งกลับขึ้นมาที่ยายธียืนอยู่แล้ววิ่งกลับขึ้นมาบนกำแพงที่ว่าอีกครั้ง...มายืนค้ำหัวยายธีอยู่..เราก็เลยคุยกัน..เด็กคนนี้บอกว่าตนอายุสี่ขวบเมื่อยายธีถาม..แถมบอกชื่อของพ่อแม่เบ็ดเสร็จ..โดยไม่ต้องซัก(๕๕)..มองไปก็เห็นพ่อแม่ของเด็กน้อยที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ..ไม่มีทีท่าแบบพ่อแม่ไทยๆแฮะ(คือไม่ได้ยิน..ระวังนะลูกเดี๋ยวจะตกลงไป..หรือไม่ก็..อย่าซนไปเดี๋ยวนี้เถอะ..อะๆ)...และนี่คือเรื่องของเด็กน้อยลูกฝรั่ง...(ความพิศวงของยายธีก็มีแต่เพียงว่า..การเลี้ยงลูกแบบธรรมชาติ..กับการสั่งสอน..บอกบทกันจนโตแบบบ้านเรา..ป้อนกันจน(สุนัขเลียก้นไม่ถึง..อิอิ)...อย่างไหนจะดีกว่ากัน....."ได้แต่แอบคิด")