ควายเชื่องขวิดได้แผลฉกรรจ์

  

 

 

หลิกรอกร้า

ผู้เฒ่าผู้แก่เมื่อก่อนพูดเตือนใจลูกหลานปกาเกอะญอไว้ว่า “ควายเชื่องขวิดได้แผลฉกรรจ์” หมายความว่า คนที่สามารถทำร้ายเราได้อย่างเจ็บปวดที่สุด ก็คือคนที่เรารักมากที่สุด เพราะเรารักและเชื่อใจเขามากที่สุด

 

ฉันเคยมีเพื่อนสนิทร่วมชั้นเรียนคนหนึ่ง เราอยู่กลุ่มเดียวกัน เล่นด้วยกันทุกวัน เวลาเรียนก็นั่งเรียนร่วมโต๊ะไม้ตัวเดียวกัน ซุกซนทำผิดแต่ละครั้งก็จะได้รับการลงโทษด้วยกันเหมือน ๆ กัน เราไม่ได้เกิดจากท้องแม่เดียวกัน แต่เราก็เติบโตขึ้นมาด้วยการอบรมสั่งสอนของครูคนเดียวกัน เป็นความหวังของ   พ่อ แม่ ครู และผู้นำชุมชนเหมือน ๆ กัน ว่าเราจะเติบโตขึ้นเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่า

 

เมื่อเรียนจบ เราต่างแยกย้ายกลับไปยังหมู่บ้านของตัวเองและไม่ได้พบหน้ากันอีก แต่เราก็รู้ว่า แม้จะห่างไกลกัน เราก็คือเพื่อน และคือคนปกาเกอะญอ  ที่มีประสบการณ์เหมือน ๆ กัน พ่อแม่ปู่ย่าตายายเราทุกข์ทรมานมาเช่นเดียวกัน ในวัยเด็กเราต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดมาเหมือน ๆ กัน ในสมัยนั้น มันไม่ใช่เพราะการกดขี่ข่มเหงจากดีเคบีเอหรือกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ ไม่ได้เกิดจากการขูดรีดของกองทัพเคเอ็นยู แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากน้ำมือของกองทัพพม่า ซึ่งเป็นกองทัพของชนชาติใหญ่ที่มีสิทธิกำหนดนโยบายจัดการกับชีวิตของชนชาติอื่น ๆ ที่พวกเขาถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อย

 

แล้ววันหนึ่ง มันก็เกิดขึ้น ฉัน ครอบครัว และชาวบ้านต้องทิ้งบ้านเรือนของตนไปเพราะพี่น้องดีเคบีเอ*บุกเข้ายึดหมู่บ้าน สิ่งที่ฉันไม่คาดฝันก็คือ บ้านของเราถูกเพื่อนที่ฉันรักบังคับให้โยกย้าย ที่ทำงานของฉันถูกเพื่อนที่ฉันรักเข้ายึดครอง แผนการทำงานของเพื่อนฉัน คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับแนวทางการทำงานของฉันโดยสิ้นเชิง แม้พวกเขาจะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายหรือกดขี่ข่มเหงใคร แต่งานที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ ได้ทำลายความมุ่งหวังของฉันเสียสิ้นซาก

 

เพื่อนรัก เธอไม่ใช่ศัตรูของฉัน ฉันก็ไม่ใช่ศัตรูของเธอ คนพม่าต่างก็ไม่ใช่ศัตรูของฉัน ศัตรูของเรา คือแผนการและนโยบายอันชั่วร้ายของผู้เรืองอำนาจใช่หรือไม่ สักวันหนึ่ง เราจะลุกขึ้นมาจับมือกันเพื่อต่อต้านความชั่วร้าย และปลูกสันติภาพอันแท้จริงให้เกิดขึ้นบนโลกนี้ จะได้ไหม?

 

                ซีกหม้อข้าวที่แตกหาย                            
เก็บรวมให้คืนกลับมา
รวมเจ็ดซีกชนคนกล้า                                              
มาปะคืนเป็นใบเดียว***
                ภาระหนักของเผ่าชน                               
ฤาทิ้งหล่นไม่แลเหลียว
ความหวังชนเราหนึ่งเดียว                                     
จะเฉยชาเสียแล้วเรา
                หลับไหลนานพอแล้ว                             
ตื่นอาบน้ำสระผมเผ้า
หลับไหลพอเถิดเรา                                         
ลุกขึ้นเถิด ยืนด้วยกัน
                ทุกวันนี้ เราอับอาย                                 
เราขายหน้ากับคำหยัน
หากมือเราจับกัน                                                      
ชัยชนะจักมาเยือน
 

 

--------------------------------------------------------------------

 

 

หมายเหตุ

* กองกำลังดีเคบีเอ หรือกองกำลังประชาธิปไตยกะเหรี่ยงพุทธ แยกตัวออกจากเคเอ็นยู หรือสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงที่ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าเนื่องด้วยความขัดแย้งภายใน โดยที่ประเด็นศาสนาแท้จริงแล้วไม่ใช่สาเหตุหลัก เนื่องจากทั้งดีเคบีเอและเคเอ็นยูต่างมีทหารที่นับถือทั้งศาสนาพุทธและคริสต์

**  เป็นคำที่ชนเผ่ากะเหรี่ยงสะกอว์เรียกตนเอง มีความหมายว่า “มนุษย์”

***  ตำนานของชาวกะเหรี่ยง พี่น้องได้เก็บซีกหม้อหุงข้าวที่แตกเป็นเจ็ดเสี่ยงและแตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละสาย และเชื่อว่า วันหนึ่งจะได้ซีกหม้อข้าวทั้งเจ็ดกลับมาปะรวมได้เป็นใบเดิม