คุณสมบัติเสริมบทบาทการนำของผู้บริหารการศึกษายุคใหม่

                                                โดย สุจิตร  หานะพันธ์    มมส.  เมืองพล4

  เชื่อไหมครับว่า   ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการพัฒนางาน
ด้านไอทีนั้นก็คือผู้บริหารนี่แหละ   ถ้าผู้บริหารเอาใจใส่   สนับสนุน   ก็เชื่อแน่ว่าจะประสบ
ความสำเร็จ   แต่ถ้าผู้บริหารทำในทางตรงกันข้าม  ก็มักจะล้มเหลวไม่เป็นท่า   ดร. ครรชิต
มาลัยวงศ์   กล่าวว่า   ท่าทีของผู้บริหารส่งผลต่อความสำเร็จของงานด้านไอทีผู้บริหาร และยังบอกสูตรการแสดงบทบาทการนำด้านไอทีของผู้บริหารไว้ ดังนี้ครับ

1. 

ต้องแสดงความสนใจ   อย่างน้อยต้องเข้าร่วมประชุมโครงการครั้งแรก (Kick Off Meeting) เพื่อชี้แจงนโยบาย และวัตถุประสงค์ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของลูกน้อง

2. 

ให้ทีมงานเข้าพบเพื่อสอบถามข้อขัดข้อง   สงสัยต่าง ๆ ได้โดยสะดวกเสมอ

3. 

คอยติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบไอทีต่างๆ

4. 

จัดสรรงบประมาณอย่างมีเหตุผล    เพื่อค่าใช้จ่ายในหลาย ๆ ส่วน   เป็นต้นว่าค่า
ฮาร์ดแวร์  ซอฟท์แวร์   ค่าบุคลากร   ค่าบำรุงรักษา   ค่าฝึกอบรม   ค่าของใช้สิ้นเปลืองต่าง ๆ

5. 

ต้องทราบ   และเข้าใจว่าคอมพิวเตอร์เป็นงานที่มีความเคลื่อนไหว (พลวัต)
ไม่หยุดนิ่ง    และไม่ใช่ซื้อคอมพิวเตอร์แล้วจะได้ทุกอย่างตามมาโดยอัตโนมัติ  
โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรอีก

        ผู้บริหารการศึกษาก็คงต้องถามตัวเองแหละครับว่า   อยากให้หน่วยงานพัฒนาไหม
ถ้าคิดในเชิงของส่วนแบ่งการตลาดแล้วผู้บริหารอยากให้จำนวนนักเรียน นักศึกษาเพิ่มมาก
ขึ้นไหม    อยากให้ผู้เรียนและผู้สอนมีความสะดวกสบายได้เรียนรู้สิ่งใหม่   และเรียนอย่างมี
ความสุขหรือไม่  ถ้าต้องการก็ต้องลงมือทำเสียแต่วันนี้  ถ้าลงมือไปแล้วก็อย่าลืมทบทวนว่า
กำลังดำเนินไปถูกทางหรือเปล่า    หากหลงทางแล้วนอกจากเสียเวลาแล้วยังจะเสียเงินไป
อีกมาก   การที่จะรู้ว่าทิศทางที่ถูกต้องคืออะไรก็ต้องมีที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้   ซึ่งบุคคลที่จะ
เป็นที่ปรึกษาอาจได้แก่โปรแกรมเมอร์อาวุโส    หรือนักวิเคราะห์ระบบเป็นต้น    แต่ท่านผู้
บริหารทราบไหมครับว่า   บางทีท่านกับโปรแกรมเมอร์อาจกำลังกอดคอกันลงเหว   เพราะ
วิสัยทัศน์ที่ไม่กว้างพอ    คือโปรแกรมเมอร์อาจรู้ลึกซึ้ง    เขียนโปรแกรมได้     แต่ว่ารู้แคบ
เฉพาะในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง    ซึ่งเสี่ยงต่อการยึดติดอยู่กับภาษาหรือแนวทางใดแนวทางหนึ่ง
ที่เคยชิน   ที่ปรึกษาที่ผู้เขียนกล่าวถึงนี้จะหาได้จากไหน  ในสนนราคาค่าใช้จ่ายอย่างไรนั้น
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไม่ยากครับในยุคนี้    ลองมองเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยก็อาจจะพอเห็น
หรือหากต้องว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากภาคเอกชนก็ควรลงทุน  ยังจะดีกว่าเสี่ยงให้งานด้าน
ไอทีเสียหาย  ผิดทิศทางหรือล้าสมัยจนแก้ไขอะไรไม่ได้ ในกรณีนี้ผู้เขียนเห็นว่างบประมาณ
ค่าที่ปรึกษา   คงต่ำกว่าค่ารื้อปรับระบบเป็นแน่    และไม่ควรหวังมากนักกับการที่จะได้มา
ซึ่งของฟรีที่ทั้งดีและถูก   เพราะเมื่อเราจ้างที่ปรึกษาแล้ว เรายังสามารถใช้ประโยชน์จากเขา
ได้อีกมาก     ขึ้นอยู่กับว่าเราจะร่างสัญญาให้มีพันธะความรับผิดชอบต่อกันในขอบเขตและ
ปริมาณเท่าใด   การมีที่ปรึกษา   คงไม่ใช่เอาไว้ตอบคำถาม เยส / โน เท่านั้น  ประโยชน์และ
ความหมายคงมีมากกว่านั้นแน่   มีเงินแล้วทำอย่างไรจะใช้เงินอย่างฉลาดและคุมค่า  ตรงนี้
ที่ปรึกษาช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ดีขึ้น

สรุป

        คงเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่า    นักบริหารการศึกษา   หรือผู้บริหารการศึกษา
คือใคร  และมีตำแหน่งอะไรกันบ้าง  เขาเหล่านี้ควรมีคุณสมบัติอย่างไรและควรทำบทบาท
อย่างไร  จึงจะช่วยให้การพัฒนาไอทีสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ  อย่างที่ผู้เขียนกล่าวแล้วว่า
บ้านเรามักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพของที่ปรึกษากันเท่าใดนัก   จะเห็น
ได้จากโครงการพัฒนาไอทีทั้งหลาย     ส่วนมากก็เริ่มกันที่ตั้งงบประมาณ     กำหนดสเปค ประกวดราคา   จัดซื้อ  ส่งมอบ  แล้วก็ตรวจรับ  บางครั้งก็มีอบรมแถมให้นิดหน่อย  แล้วก็
เป็นอันจบกระบวนการ    แล้วก็ใช้งานไปตามยถากรรม    หน่วยงานหลายแห่งลืมนึกถึง
และมองข้ามความสำคัญของการปรึกษาหารือกับผู้ชำนาญการ   ซึ่งเป็นมืออาชีพที่ร่ำเรียน
และมีประสบการณ์มาทางไอทีโดยตรง    ปล่อยให้เป็นภาระหนักของโปรแกรมเมอร์
หรือครูคอมพิวเตอร์เพียงลำพัง    สิ่งเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นที่ผิด    เนื่องจากไม่มีแผนงาน
หรือโครงการรองรับ    ทำให้มองไม่เห็นภาพกว้างว่าในระยะต่อไปจะพัฒนาไปในทางใด
อย่างไร โดยวิธีการใด โดยใคร  และด้วยเทคโนโลยีใด  ด้วยงบประมาณเท่าใด ซึ่งบางครั้ง
ไม่จำเป็นว่าทุกอย่างต้องหยุดลงที่ปัญหาเรื่องเงินเสมอไป  ช่องทางการพัฒนาไอทีเพื่อการ
ศึกษายังมีอีกมาก  เพียงแต่อาจจะต้องการผู้ช่วยชี้ช่องทางเท่านั้น หลักการก็คือว่าไม่มีใคร
เก่งทุกเรื่อง    ดังนั้นผู้เขียนเห็นทีต้องสรุปตรงนี้แหละครับว่า    ไม่ว่าท่านผู้บริหารจะมี
คุณสมบัติอย่างไร   หรือชอบบริหารด้วยสไตล์ไหน  แต่ในสถานการณ์ไอทีเช่นนี้ นักบริหาร
การศึกษายุคใหม่    ไม่ควรเป็นมิสเตอร์โนว์ออล (Know All)   ที่รู้และมั่นใจไปเสียทุกเรื่อง
ควรหารือที่ปรึกษา    แล้วไอทีเพื่อการศึกษาก็จะไปได้ถูกทิศทาง    ก้าวไปอย่างมั่นคง
ไม่ต้องรื้อทิ้งกันบ่อย ๆ   และเป็นการสะสมสิ่งดีไว้เป็นฐานการพัฒนาในระยะยาวต่อไป