ผอ.โรงเรียนยุคไอที

โดย….สุจิตร  หานะพันธ์ นิสิต ป.โท มมส  เมืองพล 4 

        นักบริหารการศึกษายุคใหม่    ต้องมีคุณสมบัติอันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เขาได้
ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ  นักบริหารต้องมีวิสัยทัศน์  มีความเป็นผู้นำที่สามารถ
จูงใจคนได้  ขายความคิดใหม่ ๆ ให้คนยอมรับ   สามารถวางแผนงานอย่างมีระบบ  เป็นขั้น
เป็นตอนสำหรับการพัฒนา  แต่เท่านั้นยังไม่พอยังมีอะไรบางอย่างที่นอกจากสิ่งที่กล่าวมานี้

ผอ.ใครเป็นแบบนี้บ้าง

 

        ในสมัยก่อน   ย้อนกลับไปสัก30 ปีให้หลัง    ในสังคมชนบทตามบ้านนอก    อาชีพครู
ยังเป็นที่นับหน้าถือตาและได้รับการยกย่องจากสังคมอยู่มาก    มากจนถึงขนาดที่ชาวบ้าน
เรียกครูว่า  "พ่อครู"   "แม่ครู"  กันเลยทีเดียว      และถ้าคุณครูคนใดทำหน้าที่หัวหน้าด้วย
ก็จะถูกเรียกว่า   "พ่อครูใหญ่"   (แต่มักไม่ค่อยได้ยินว่า   "แม่ครูใหญ่"   อาจจะเป็นเพราะว่า
สมัยนั้นผู้หญิงไม่ค่อยยอมเป็นครูใหญ่กระมัง)    แต่คำว่า  "อาจารย์แม่"   ที่แยงรูหูบ่อย ๆ นี่
เกิดขึ้นจากรายการเกมโชว์ทางทีวีรายการหนึ่ง   และเมื่อมีอาจารย์แม่เกิดขึ้นมาแล้ว   ต่อไป
จะมีคำอื่นที่ฟังดูพิกล ๆ ตามมาหรือไม่ก็ยังสงสัยอยู่   แต่ก็มองให้เป็นเรื่องธรรมดาได้ครับ
เพราะเมื่อโลกหมุนไป    ภาษาก็ปรับตาม   แต่ถึงอย่างไรก็ตามในความรู้สึกของผู้เขียนแล้ว
คราใดที่ได้ยินคนในวงการศึกษา    หรือครูบาอาจารย์ไม่ว่าจะสอนในระดับประถม   มัธยม
หรือมหาวิทยาลัยใช้คำสรรพนามแทนตัวเองว่า "ครู" ฟังแล้วดูน่ารักและอบอุ่นกว่าคำไหนๆ
สำหรับท่านผู้อ่านหากจะเรียกขานใครว่า   "ครู"   ก็อาจต้องระวังสักหน่อย   เพราะบางทีอาจ
เป็นการเรียกผิดหรือลดยศลดตำแหน่งของผู้ถูกเรียก    เหมือนเรียกนายร้อยว่าจ่านั่นแหละ
คุณครูบางท่านหากเรียกว่า  "ครู"  เขาอาจไม่หัน  แต่หากเรียก "อาจารย์"  สักหน่อยก็เป็นอัน
ยิ้มแป้นชอบใจ    และยังความปลอดภัยแก่ผู้เรียก   อีกทั้งถือเป็นศิลปะและมารยาททางการ
พูดที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว    ซึ่งนี่ก็เป็นผลพวงจากการผูกวุฒิเข้ากับตำแหน่ง    คือมีกฎหมาย
ฉบับหนึ่งที่ว่าด้วยครูในกระทรวงศึกษาธิการ    ระบุไว้เลยนะครับว่าคนที่เรียนมาน้อย ๆ
มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีจะบรรจุในตำแหน่งครู   แต่ถ้าจบปริญญาจะเป็นตำแหน่งอาจารย์
ทั้งที่หน้าที่ก็คือเป็นครูดุจเดียวกัน

 

 ทีนี้สำหรับคำว่า   "นักบริหาร"     ฟังเผิน ๆ ดูจะเป็นคำใหญ่คำหนึ่ง    ที่สมัยนี้นิยมใช้
กันมาก  แต่ก่อนนี้ในวงการศึกษาไม่ค่อยได้ยินบ่อยไม่เหมือนในวงการบริหารธุรกิจ   คำว่า
"นักบริหารการศึกษา"    เป็นคำประเภท Collective Noun ใช้เรียกรวม ๆ แล้วแต่ใครจะพูด
ในบริบท หรือ Context ใด    เช่นถ้าเป็นผู้บริหารที่ทำหน้าที่บริหารสถานศึกษา   ก็อาจหมาย
ความรวมไปตั้งแต่ครูใหญ่  อาจารย์ใหญ่   ผู้อำนวยการโรงเรียนหรืออธิการบดีมหาวิทยาลัย
เป็นต้น ส่วนผู้บริหารการศึกษาที่ไม่ได้บริหารสถานศึกษาโดยตรงมีแต่สำนักงาน ก็อย่างเช่น ศึกษาธิการอำเภอ   หัวหน้าการประถมศึกษา   ผู้อำนวยการกองการมัธยมศึกษา   รองอธิบดี
ปลัดกระทรวง  รัฐมนตรีเป็นต้น    กล่าวโดยสรุปคือ    นักบริหารการศึกษา   หรือผู้บริหาร
การศึกษา   จำแนกได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ  ผู้บริหารสถานศึกษา   กับ ผู้บริหารการศึกษา
แต่ทั้งสองฝ่ายนี้ก็ทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันโดยใกล้ชิด  ถ้าเปรียบเทียบกับทหาร  ฝ่ายแรก
เป็นแนวหน้าคุมกำลังออกปฏิบัติการรบในพื้นที่   ส่วนฝ่ายหลังทำหน้าที่อำนวยการ วางแผน ประสานงาน    ส่งกำลังบำรุงนั่นเอง

 

ผอ.สอบได้ใหม่กับผอ.59แบ่งแยกกันที่.....ใด

 

        มีผู้กล่าวกันว่า เมืองไทยเรานี้มียุคต่าง ๆ ซ้อนกันอยู่หลายยุค ทั้งยุคหิน ยุคเกษตรกรรม ยุคอุตสาหกรรม ยุคพลาสติค และยุคไอที    แต่คงไม่มีใครบอกได้หรอกว่ายุคเก่ากับยุคใหม่
มีเส้นแบ่งกันชัดเจน ณ จุดใด     คงเป็นเรื่องที่สังคมส่วนรวมประมาณการและเข้าใจเอาเอง
แต่ผู้เขียนว่าถ้ามีการแบ่งที่ชัดเจนก็คงจะดีไม่น้อย      เพราะอะไรหรือครับ    เรื่องทำนองนี้
ท่านรองศาสตราจารย์  ดร. อุทัย    บุญประเสริฐ    ดุษฎีบัณฑิตทางบริหารการศึกษาจาก
มหาวิทยาลัยพิทสเบิร์ก  เคยปรารภเสมอว่า จุดอ่อนของครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ที่สำคัญ
อย่างหนึ่ง   ก็คือการไม่สร้างความชัดเจน   และการไม่ให้ความสำคัญกับเลขผานาที   สถิติ
หรือข้อมูลประดามี   ถ้าเช่นนั้นเพื่อความชัดเจน    ผู้เขียนขอเสนอเส้นแบ่งการบริหารการ
ศึกษาไทยระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่   ให้ลองพิจารณาว่าจะยอมรับได้หรือไม่   ยุคใหม่เริ่มปี
2537  เป็นต้นมาส่วนยุคเก่าคือก่อนหน้านี้ ?  เหตุที่แบ่งอย่างนี้เพราะในปีนั้นมีความเคลื่อน
ไหวที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรมและเป็นทางการ    คือเดือนเมษายน ปี 2537     คณะรัฐมนตรี
มีมติให้ข้าราชการระดับ 5 ที่จะขึ้นระดับ 6  และข้าราชการระดับ 6  7  8   ต้องเรียนรู้เรื่อง
Spreadsheet   ซึ่งเป็นการประยุกต์คอมพิวเตอร์ให้ใช้กับงานบริหารประจำวัน